การตรวจจับคนแปลกหน้า

เมื่อเห็นชื่อเรื่องแล้วหลายๆ คนอาจจะแปลกใจว่าการตรวจจับคนแปลกหน้านี้จะต้องเป็นอะไร       ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีอย่างแน่นอน แต่คุณอย่างพึ่งตัดสินอะไรเพียงแค่ภายนอกเท่านั้น เพราะทันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดก็ได้ใครจะไปรู้ ใช่แล้ว

ละวันนี้เราไม่ได้จะมาพูดเกี่ยวกับเทคโนโลยีอะไรทั้งนั้น เพราะสิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงนี้ มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความสามารถของสิ่งๆ หนึ่ง ซึ่งเชื่อได้เลยว่าทุกคนอรู้จักสิ่งนี้กันเป็นอย่างดี เพราะเราสามารถที่จะพบเห้นมันได้ทั่วๆ ไป

ในตอนนี้หลายคนก็คงจะอยากรู้กันแล้วว่าสิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงกันนี้มันคืออะไรกันแน่ และสิ่งนั้นก็คือพืชนั้นเอง หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าพืชนั้นมีความสามารถที่ซ้อนเอาไว้มากมายโดยที่เราไม่รู้เลย ทั้งๆ      ที่มันก็เป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี มีพืชชนิดที่แปลกและไม่เหมือนใครเป็นอย่างมาก เพราะพวกมัน        

มีความสามารถในการเจริญเติบโตได้ดีในหาดทราย แต่นั้นยังไม่ใช่ความสามารถทั้งหมดที่มีของมัน เพราะเจ้าพืชชนิดนี้ยังมีควมสามารถที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นอีก ถ้าหจ้าพืชที่ว่านี้รู้สึกว่าพืชใกล้เคียงกับมันไม่ได้  

      มีความเกี่ยวข้องอะไรกัน มันจะทำการงอกรากที่สามารถดูดซับสารอาหารในดินอย่างรุนแรงออกมา เพื่อที่จะแย้งสารอาหารต่างๆ ภายในดิน และทำให้เจ้าพืชแปลกหน้าต้นนั้นตายไปในที่สุด แต่ถ้าหากว่าพืช   ที่อยู่ใกล้เคียงกับมัน เป็นพืชในตระกูลเดียวกัน

อย่างเช่นพวกผักกาดต่างๆ เจ้าพืชชนิดนี้ก็จะทำการยกเว้นการปล่อยรากดูดซับสารอาหารที่รุนแรงนี้ออกไป เชื่อได้เลยความสามารถของพืชชนิดนี้เป็นความรู้ที่ใหม่เอามากๆ เพราะน้อยคนนักที่จะรู้ว่าพืชสามารถที่จะทำสิ่งเหล่านี้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเอามากๆ เลยทีเดียว แน่นอนว่าสิ่งนี้ไม่ใช่ความสามารถเพียงอย่างเดียวที่พืชสามารถทำได้

เพราะมันยังมีอะไรที่มากกว่านั้น สำหรับพืชแล้วมันไม่ใช่เพียงแค่สิ่งที่เรานำมาประกอบอาหาร หรืนำมาเป็นของตกแต่งเท่านั้น แต่มัน   ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เราได้อีกด้วย และเชื่อได้เลยว่าถ้าหากใครที่กำลังสนใจในการศึกษาเกี่ยวกับความสามารถของพืชนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเอามากๆ และมันยังน่าสนใจไม่ได้น้อยไปกว่าการศึกษาสิ่งที่อยู่นอกโลกเลยด้วยซ้ำ 

สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ป่าที่เต็มไปด้วยพืชชนิดต่างๆ นั้นถือว่าเป็นปอดที่ใหญ่ที่สุดของเราเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเราควรที่จะช่วยกันคอยดูแลปกป้องป่า ไม่ให้มีผู้บุกรุกไปทำลายปอดของเราได้ เพราะถ้าหากไม่มีป่าไม่อยากจะคิดเลยว่ามนุษย์และสัตว์จะเป็นอย่างไร

 

สนับสนุนโดย   ufabet เว็บแม่

ป่าที่เกิดจากต้นไม้ต้นเดียว

โลกของเรานั้นถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อนานมากแล้ว  และแน่นอนว่ากว่าที่โลกของเราจะเป็นแบบในปัจจุบันที่เราอาศัยอยู่นั้นมันได้ผ่านอะไรมามากมายกว่าที่เราคิด และได้ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ที่เราไม่รู้มามากมายอีกด้วย

แน่นอนว่าสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่ขึ้นมานอกจากมนุษย์ และสัตว์แล้ว มันยังมีพืชชนิดต่างๆที่เติบโตไปพร้อมกันกับสิ่งเหล่านี้อีกด้วย สำหรับพืชต่างๆ แล้วมันถือได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญไม่ได้ต่างไปจาก สารอาหารและน้ำที่ร่างกายของเราที่ต้องการ และขาดไม่ได้เลย

สำหรับป่าแล้วมันถือได้ว่าเป็นสัญญาลักษณ์ ของความอุดมสมบรูณ์อีกอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าที่ใดมีป่าถือว่าเป็นพื้นที่เต็มไปด้วยต้นไม้ และอากาศที่สดชื่น และอีกอย่างผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ที่เต็มไปด้วยมลพิษ

ไม่มีทางได้สัมผัสอะไรแบบนี้อย่างแน่นอน ธรรมชาติมักจะเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นเสมอ และเมื่อพูดถึงป่าหลายๆ คนก็คงจะจิตนาการไปถึงพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด แต่คุณคงจะไม่เชื่อแน่ๆ ว่าการปลูกต้นไม้เพียงแค่ต้นเดียวจะสามารถทำให้พื้นที่นั้นเกิดเป็นป่าขึ้นมาได้ แต่มันก็ได้เกิดขึ้นมาแล้วจริงๆ บนโลกของเรา

  ต้นมะม่วงหิมพานต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกคุณสามารถพบมันได้ที่เมืองนาตาลในประเทสบราซิล เจ้าต้นมะม่วงหิมพานต์ต้นนี้มันถูกปลูกขึ้นในปี 1888 โดยชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งในปัจจุบันนี้เจ้าต้นมะม่วงหิมพานต์ต้นนี้ มันได้มีการแผ่ขยายกิ่งก้านสาขาออกไปเป็นจำนวนมากโดยครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 7,500 ตารางเมตร หรือ 81,000 ตารางฟุต

และมันยังมีเส้นรอบวงประมาณ 500 เมตร หรือ 1,600 ฟุต ซึ่งเมื่อถ้าให้เปรียบเทียบอาณาบริเวณของมัน ก็คงจะเปรียบได้กับความกว้างในของสรามเทนนิส 75 สนามรวมกัน ซึ่งเจ้าต้นมะม่วงหิมพานตืแห่งเมืองนาตาลนี้ปัจจุบันมันได้ถูกบันถึงสถิติไว้ในกิลเน็ตเวิร์คเรคคอร์ด ว่าเป็นต้นมะม่วงหิมพานต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกของเรา

สิ่งที่ทำให้เจ้าต้นมะม่วงหิมพานต์ใหญ่โตแบบนี้ เกิดจากสองลักษณะทางพันธุกรรมที่ผิดปกติ  ซึ่งคว่ทผิดปกติอย่างแรกเลยก็คือ กิ่งก้านสาขาของมันมีการเติบโตไปด้านข้างแทนที่จะเติบโตขึ้นไปข้างบน และความผิดปกติอย่างที่สองก็คือ มันเป็นเรื่องของเรานอกลู่นอกทาง

ซึ่งกิ่งก้านสาขาที่เติบโตออกไปด้านข้างนี้ มีการยื่นยาวออกไปมากขึ้น และถ้าเมื่อมีการยื่นยาวออกไปมากขึ้นเท่าไหร่ กิ่งก้านสาขานั้นๆ ก็จะได้รับน้ำหนักที่มากขึ้นตามไปด้วย    จนในที่สุดกิ่งก้านสาขาเหล่านั้นก็รับน้ำหนักไม่ไหว 

และต้องเอนต่ำลงจนกระทั้งสัมผัสกับพื้นดิน แต่แทนที่กิ่งก้านสาขาเหล่านั้นจะพักอยู่บนพื้นดินเฉยๆ  พวกมันกลับมีรากงอกออกมา และกิ่งก้านสาขาใหม่หยั่งรากก็จะเริ่มเติบโตขึ้นราวกับว่ามันเป้นต้นไม้ต้นใหม่ ซึ่งในช่วงเวลาเก็บเกี่ยวคาดว่าเจ้าต้นมะม่วงหิมพานต์แห่งเมืองนาตาลนี้ จะมีผลผลิตที่มากกว่า 60,000 เม้ดกันเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย   ufabet สมัคร

จุดมืดใหญ่บนดาวเนปจูน

ในจักรวารอันกว้างให้แห่งนี้ ประกอบไปด้วยกาแล็กซี่ ระบบต่างๆ มากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เอง          ก็ประกอบได้ด้วยดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์แคระ ดาวหาง และวัตถุต่างๆ อีกมากมายเช่นเดียวกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือระบบสุริยะ

ที่เป็นที่โลกของเราได้โคจรอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าระบบสุริยะไม่ได้มีดาวเคราะห์ดวงเดียวคือโลกของเรา แต่มันก็ยังมีดาวฤกษ์ และดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ประกอบอยู่ภายในนี้อีกด้วย และแน่นอนอยูแล้วว่าเราไม่ได้มาพูดเรื่องของโลกอย่างแน่นอน สิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงนั้นก็คือ

อย่างที่คุณคนรู้กับดีว่า ภัยที่ขึ้นจากธรรมชาตินั้นเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถห้ามไม่ให้มันเกิดขึ้นได้    ซึ่งแน่นอนว่าภัยธรรมชาติต่างๆ เหล่านี้ก็มีอยู่ด้วยกันหลายประเภท แต่ละประเภทก็จะแบ่งความรุ้นแรงที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย

อย่างเช่นสิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้มันได้เกิดขึ้นที่ดาวเนปจูน ซึ่งสิ่งนั้นก็คือจุดมืดใหญ่บนดาวเนปจูนนั้นเอง มันมีลักษณะที่คล้ายกับจุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดี แต่มันจะมีจุดสีคล้ำๆ บนสีน้ำเงินของดาวเนปจูนแทน

อันที่จริงแล้วดาวเนปจูนมีพายุที่ทำให้สีคล้ำแบบนี้เยอะเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเป็นอันที่ใหญ่ที่จะก็คงเป็นจุดที่เรากำลังพูดถึงนี้เพียงเท่านั้น จุดมืดใหญ่ที่เกิดขึ้นนี้มีขนาดที่เทียบเท่ากับโลกของเรา แต่มีความเร็วที่อลังการเป็นอย่างมาก เพราะมันมีความเร็วถึง 2,400 กิโลเมตรต่อชั่วโมงกันเลยทีเดียว

ซึ่งมันก็ถทอได้ว่าเป็นสิ่งที่หมุนเร็วที่สุดในระบบสุริยะเลยก็ว่าได้ เพราะแบบนี้มันจึงทำให้พายุดังกล่าว        มีอายุประมาณ 2-3 ปี ก่อนที่มันจะสะลายไปในที่สุด แล้วจึงได้ก่อตัวขึ้นเป็นพายุลูกใหม่ขึ้นมาภายหลัง      แต่เพราะว่าดาวเนปจูนนั้นอยู้ไกลมาก 

จึงทำให้ข้อมูลเท่าที่ยานอวกาศที่ทำการสำรวจดาวเนปจูนส่งมาเท่านั้น และก็ทำให้รู้เพียงว่าพายุหมุนนี้มันมีทิศทาง  ที่หมุนสวนทางกันกับพายุบนโลกของเรา และเมฆที่ก่อให้เกิดพายุนั้นก็ประกอบไปด้วยคริสตัลของมีเทนที่เกิดการแข็งตัว

ซึ่งมันต่างจากเมฆบนโลกของเราที่เป็นคริสตัลของไอน้ำที่แข็งตัว  อย่างไรก้ตามเรื่องนี้ก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องราวที่แปลกใหม่สำหรับบุลคลทั่วไปเอามากๆ และแน่นอนว่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับดาวเนปจูน ไม่ได้มีเพียงจุดมืดใหญ่เพียงเท่านั้น แต่ว่ามันยัง มีอะไรที่ซ้อนเอาไว้และรอให้เราได้หาคำตอบอยู่อีกมากอย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ ในส่วนของเรื่องราวที่เกี่ยวกับพายุที่เกิดขึ้นบนดวงดาวต่างๆ ในระบบสุริยะแห่งนี้ไม่ได้   มีเพียงดาวเนปจูนเพียงดวงเดียวเท่านั้นที่น่าสนใจ แต่ยังมีของดาวดวงอื่นๆ อีก อย่างเช่นจุดแดงใหญ่ ที่เกิดขึ้นบนดาวพฤหัสบดี เป็นต้น

 

สนับสนุนโดย   gclub ทดลองเล่นฟรี

ความลับทางทหารที่ได้รับการปกป้องมากที่สุด

แน่นอนว่าเมื่อได้ยินว่าเป้นเรื่องเกี่ยวกับฐานทัพทางทหาร มันก็ต้องเป็นเรื่องที่ลับสุดยอด             ไม่สามารถให้บุคคลภายนอกรับรู้ได้  เพราะถ้าคนภานอกรับรู้มากเท่าไหร่นั้นก้แสดงว่าฝ่ายตรงข้ามก็ต้องรู้อย่างแน่นอน

ดังนั้นเรื่องที่เป็นความลับก็จะไม่เป็นความลับอีกต่อไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่องราวทางทหารที่เคยเกิดขึ้นก็จะกลายมาเป็นประวัติศาสตร์ที่ให้เราได้ศึกษากัน แต่มันคงจะใช้ไม่ได้กับสถานที่แห่งนี้เพราะมันยังคงมีความลับซ้อนเอาไว้อยู่มากมาย

ทุกคนก็คงจะอยากรู้แล้วว่าพื้นที่  ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้มันคือที่ไหนกันแน่ และแน่นอนว่าเรื่องที่เรากำลังจะพูดถึงก็ได้มีนักทฤษฏีสมคบคิดหลายคนได้ออกมาพูดถึงกันเป็นจำนวนมาก และนอกเหนือจากนักทฤษฏีสมคบคิดและผู้คนที่คิดสวนทางกันคุฯก้คงจะรู้ดีว่า พื้นที่ของ Area 51 มันเป็นสถานที่ ทางการทหารที่ลับสุดยอดของสหรัฐอเมริกา

ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว ทฤษฏีสมคบคิดต่างๆ ก้มีอย฿่รอบๆ ฐานทัพลับ ที่จัดว่าเป็นพื้นที่ทางการทหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกของเรา  โดยที่การสมคบคิดทั้งหมดที่เกี่ยวกับบริเวณพื้นที่ของ  Area 51 ดูเหมือนกับว่ามันจะแตกแขนงออกไป

จากที่เคยได้มีการถูกเปิดเผยครั้งจากนักฟิสิกส์ที่มีชื่อว่า   Bob Lazar ซึ่งก็ได้มีนักทฤษกีสมคบคิดบางคนเชื่อว่าฐานทัพลับ  Area 51 นั้นมันน่าจะเป้นเพียงสถานที่ทางทหารอีกแห่งหนึ่ง และมันก็อาจจะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับมนุษยืต่างดาวแต่อย่างไรเลยก็เป็นไปได้

แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้ใช่แค่นักทฤษฏีสมคบคิดที่พบว่า  Area 51 เป็นสถานที่ ที่น่าสนใจเพราะก็ยัง       มีนักบินอวกาศบางคนที่อยู่บนสถานีอวกาศ Skalab ได้ทำการถ่ายภาพ  Area 51 ดดยที่ไม่ได้ตั้งใจ           

  ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นทาง CIA ก็ได้สงบันทึกพิเศษให้กับพวกเขา พร้อมทั้งระบุว่า  Area 51 ถือว่าเป็นพิกัดเดียวบนดาวเคราะห์ดวงนี้ที่มีคำแนะนำอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ใครก็ตามทำเช่นนั้นหรือ       

ถ้ากล่าวอีกความหมายหนึ่งก็คือ รัฐบาลยังคงตระหนักถึง  Area 51 ว่าเป็นสถานที่ ที่เป็นความลับที่ได้รับการปกป้องสูงที่สุดของกองทัพสหรัฐ และถึงแม้ว่าตัวประธานาธิบดีเองก็ยังไม่รู้ข้อมูลเบื้องลึกทั้งหมดเกี่ยวกับฐานทัพลับแห่งนี้

อย่างไรก้ตามไม่ว่าพื้นที่แห่งนี้จะเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวหรือไม่ หรือว่ามันก็เป็นเพียงราก็ไม่สามารถที่จะรู้ไสถานที่ทางการทหารธรรมดา ซึ่งเรื่องนี้เองเราก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้ แถมมันยังเป็นพื้นที่ ที่ได้รับการปกป้องเป็นอย่างดี ในการที่จะหาข้อมูลหรือความจริงต่างๆ คงจะเป็นไปได้ยาก หรือก็อาจจะเป็นไปไม่ได้เลยก็ได้

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   gclub slot เล่นผ่านเว็บ

ไม่มีใครรู้ว่าทำไมถึงเรียกว่า Area 51

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ หรือในจักรวารอันกว้างใหญ่แห่งนี้ เราไม่รู้ว่าทำไม่มันถึงต้องสิ่งนี้วันแบบนี้ ทำไมไม่เรียกแน่นอนว่าจะต้องมีหลายคนที่สงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ไม่มอกก็น้อย

และในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับสถานที่แห่งหนึ่งที่ได้มีการสร้างขึ้นมา และสิ่งนั้นก็คือ  Area 51 ไม่คุณรู้หรือไม่ว่า ไม่มีใครรู้ว่าทำไมมันถึงได้ชื่อว่า  Area 51 ใ นวันนี้เราจะมาหาคำตอยกันว่าทำไม

แน่นอนว่าทุกคนเกิดมาต้องมีชื่อไม่ว่าจะเป็นชื่อจริงหรือชื่อเล่นที่เราจะใช้เรียกกันโดยทั่วไป แม้แต่สิ่งของต่างๆ ยังมีชื่อเรียก ดังนั้นถ้าไม่มีชื่อเรียกเราจะไม่สามารถทราบได้เลยว่าสิ่งนี้มันคืออะไร ต้องเรียกว่ายังไง

แต่ในวันนี้เราจะมาพูดถึงสิ่งที่มีชื่อเรียกเช่นเดียวกัน แต่ไม่มีใครรู้ว่าทำไมมันถึงต้องชื่อนี้ และสิ่งนั้นก็คือ  Area 51 พวกเราส่วนใหญ่แล้วยังไม่ทราบว่าชื่อของฐานทัพดังกล่าวจริงๆ แล้วมันไม่ใช่ Area 51 แม้ว่ารัฐบาลจะใช้ชื่อ  Area 51

ในการอ้างถึงหลายครั้ง ในอดีตที่ผ่านมาอีกทั้ง  Area 51 นั้นยังไม่ใช่ชื่อเดิมของฐานทัพดังกล่าวอีกด้วย เนื่องจากว่าในยุคของสงครามเย็น ฐานทัพที่ว่านี้มันถูกเรียกว่า Homey Aieport หรือ Groom Lake โดยที่ฐานทัพจะถูกอ้างอิงว่า Area 51

สำหรับวัตถุประสงค์ทั้งหมดแม้แต่ในบันทึกอย่างเป็นทางการที่ทันสมัย แน่นอนว่ามันเป็นคำถามที่ว่าทำไมชื่อ Area 51 นั้นแสดงถึงการดำรงอยู่ของ Area 1-50 และถึงแม้ว่ามันจะมีอยู่จริง แต่ก็ไม่มีใครสามารถค้นหาคำตอบได้เรารู้แค่เพียงว่าแผนผังโครงการของรัฐบาลจากยุค 60 ได้เรียกมันว่าเป้น Area 51

ซึ่งในปี 2013 ทาง CIA ก้ได้มีการออกมายืนยันอย่างเป็นทางการถึงการมีอยู่ของมันด้วย แต่ก็ยังมีบางคนบอกว่ามันเป็นเพราะระบบของการตั้งชื่อผิด หรือ โครงข่ายไฟฟ้าโดย คณะกรรมการโครงการปรมณู ได้วางแผนสำหรับภูมิภาคนั้น

ซึ่งบางคนอ้างว่า Area 1-50 มันได้เคยถูกสร้างขึ้นมาโดยในที่สุดก็ถูกทำลายเนื่องจากสิ่งต่างๆ ได้ตกไปอยูในมือของมนุษย์ต่างดาว และเท่าที่เรารู้จักทฤษฏีสมคบคิดต่างๆ คำอธิบายดังกล่าวมันก็อาจจะเป็นจริง แต่เรานั้นก็ยังไม่สามารถที่จะรู้ได้อีกว่า

พื้นที่บริเวณได้มีการถูกโดยมนุษย์ต่างดาวจริงๆ หรือไม่ อย่างไรก็ตามได้มีทฤษฏีสมคบต่างๆ มากมายเกี่ยวกับเรื่องราว ที่เกิดขึ้นนี้ ซึ่งในบางทีเราก็ต้องคัดกรองและวิเคราะห์ก็ว่ามันมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด  

แต่สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรกตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับ Area 51 ยังมีเรื่องที่เป็นปริศนาและน่าสนใจให้เราได้ศึกษากันอีกมากมายหลายเรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า เมื่อคุณไได้รับรู้คุณจะต้องตกใจอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ufabet เว็บหลัก

รัฐบาลแคนาดา

อย่างที่ทุกคนนั้นก็ทราบกันดีว่าสถานะการณ์ช่วงนี้เป็นอย่างไร แน่นอนว่าทุกคน ทุกอาชีพได้รับผลกระทบกันทั้งนั้น ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าในช่วงนี้มีโรงระบาดอย่าง COVID-19 มันเป็นไวรัสตัวใหม่ที่ได้เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2019 ที่ผ่านมานี้เอง

หลายคนรู้ดีว่าแหล่งที่ไวรัสตัวนี้ปรากฏขึ้นครั้งแรกคือที่ไหน และในตอนนี้ไวรัสตัวนี้ก็ได้แพร่ไปยังหลายพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลกแล้ว และประเทศไทยของเราก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีผู้ติดเชื้อ

เมื่อมีโรคร้ายระบาดไปทั่วโลกของเราแบบนี้ แน่นอนว่ามีหลายคนที่จะออกมาแสดงความคิดเห็นต่างๆ ที่ว่าโรคนี้มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร มีสาเหตุหรือแหล่งกำเนิดที่แท้จริงของมันเป็นอย่างไรกันแน่ นักทฤษฏ๊สมคบคิดบางคนนั้นเชื่ว่ารัฐบาลแคนาดานำโดยนายกรัฐมนตรี Justin Trudeau ได้ทำการสร้างไวรัส COVID-19

ขึ้นมาที่ห้องปฏฺบัติการจุลชีวะวิทยาแห่งชาติ ที่เมืองเมืองหนึ่งในประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสาขาการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ ของหน่วยงานสาธารณสุขของแคนาดา โดยที่ห้องปฏิบัติการดังกล่าวนี้ เป็นหน่วยงานของรัฐบาลแคนาดา

ที่ดำเนิดการวิจัยเกี่ยวกับไวรัสร้ายแรงเชื่อเดียวกับที่อู่ฮั่นในประเทศจีน นักทฤษฏีสมคบคิดบอกว่าสายลับจีนสองคนได้ขโมยไวรัสไปจาก ห้องปฏิบัติการในแคนาดา และส่งไปยังสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ซึ่งเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาด

โดยที่สายลับคนนั้นก็คือ Dr.Kading Cheng และภรรยาของเขา Dr.Xiangguo Giu ซึ่งทั้งคู่นั้นก็ทำงานที่ห้องแลปในแคนาดา จนกระทั้งในปี 2019 ทั้งคู่ก็ได้ถูกไล่ออกจากงาน นอกจากนี้นักทฤษฏีสมคบคิดยังได้บอกต่ออีกว่าสาเหตุที่ทั้งคู่ถูกไล่ออก

นั้นเป็นเพราะทั้งคู่ได้ขโมยตัวอย่างของไวรัส และได้ส่งกลับไปยังประเทศจีน แต่ทางสำนักงานตำรวจม้าแห่งชาติของแคนาดามองว่าสาเหตุที่ทั้งคู่ถูกไล่ออก เนื่องจากว่าเรื่องนโยบายและการบริหาร แต่ก็ยังคงไม่มีใครบอกความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้ในเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม นอกจากทฤษฏีสมคบคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วมันยังมี นักทฤษฏีสมคบคิดอีกมากมายหลายคนออกมาพูดในหัวข้อต่างๆ อีกมากมาย แต่ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง  อย่างอย่างไร ในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป

เพราะตอนนี้มีสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือเราจะทำอย่างไรให้โรคร้ายนี้รีบหายไปจากโรคของเราเสียที แน่นอนว่าทุกคนต้องช่วยเหลือกันในทุกๆ ด้านที่ตัวเราเองสามารถที่จะทำได้ไม่มากก็น้อย อย่างการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาล และหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้อง สุดท้ายนี้ต่อให้มันจะอยู่กับเรานานแค่ไหนถ้าเราสู้ไปด้วยกันรับรองได้เลยว่ามันจะต้องผ่านไปได้ด้วยนี้แน่

 

สนับสนุนโดย   ufabet สมัครสมาชิก

บิล เกตส์

ในเวลานี้เชื่อได้เลยว่าหลายๆ คนคงจะมีความกังวนเป็นอย่างมากเกี่ยวกับโรคที่กำลังระบาดอยู่ในช่วงนี้ แน่นอนถ้าหากมีคนมาพูดว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวนอะไร คนคนนั้นคงจะกำลังพูดเรื่องโกหกแน่ๆ

ไวรัสโคโรน่าหรือ COVID-19 เป็นไวรัสที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ต้นกำเนิดของโรคนี้    ก็มากประเทศจีน และมันก็ได้แพร่เข้ามาในประเทศไทยทำให้มีผลกระทบต่างๆ มากมายตามมาโดยเฉพาะเรื่องของเศษรฐกิจ

หลังจากที่โรคนี้ได้ระบาดไปยังหลายๆ ประเทศทั่วโลกของเรา มันก็ได้เกิดทฤษฏี สมคบคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากมายหลายเรื่อง บางก็มีข่าวออกมาว่าไวรัสตัวใหม่นี้เกิดจากการที่รัฐบาลสสำหรับหน่วยงายวิจัย สหรัฐเป็นผู้ที่สร้างมันขึ้นมา

เพื่อที่จะทำลายเศษรฐกิจของประเทศ ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้มีความจริงมากน้อแค่ไหน และในวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับทฤษฏีสมคบคิดอีกเรื่องหนึ่งนั้นก็คือ บิล เกตส์ ไวรัสอันตรายสามารถกลายไปเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ รวมไปถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ทางเภสัชกรรมที่สามารถผลิตวัคซีนป้องกันได้

และถ้าหากว่าคุณกำลังสงสัย ว่าบิล เกตส์ นั้นมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไรนั้น เราก็คงจะต้องย้อนกลับไปในเดือนตุลาคม ปี 2019

ซึ่งในเดือนนั้นเอง มูลนิธิ Bill และ Melinda Gates ของเขาได้รวมมือกับสภาเศษรฐกิจโลก และศูนย์ความปลอดภัยด้านสุขภาพ ของมหาวิทยาลัย Johns Hopkins เพื่อทำการทดสอบว่าเราพร้อมที่จะรับมือกับโรคระบาดแล้ว จากนั้นในอีกสองเดือนต่อมา ไวรัส  COVID-19

ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นครั้งแรก นักทฤษฏีสมคบคิดได้กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นต้นต่อที่นำไปสู่การแพร่ระบาดของไวรัส ซึ่งทั้งสององค์กรได้มีการวางแผนมาตลอด  และในขณะเดียวกันนั้นศูนย์ความปลอดภัย          

ด้านสุขภาพของมหาวิทยาลัย Johns Hopkins ได้ปฏิเสธความเชื่อมโยงใดๆ เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ทั้งในเรื่องการทดลอง และการระบาดของไวรัส  COVID-19 นักทฤษฏีสมคบคิด ได้มีการสนับสนุนทฤษฏีของพวกเขาด้วยความจริงที่ว่า มูลนิธิ Bill และ Melinda Gates ได้ให้เงินทุนแก่สถาบัน Pirbright

สถาบันที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพ ที่ตั้งอยู่ในสหรัฐราวอาณาจักรโดยพวกเขาได้กล่าวว่า บิล เกตส์ ได้รวมมือกับสถาบัน Pirbright ในการเริ่อมต้นการแพร่ระบาดของไวรัสตัวนี้ เพื่อที่จะทำให้เขาสามารถที่จะขาดวัคซีนได้

แต่ทางสถาบัน  Pirbright ก็ได้มีการออกมาปฏเสธการเชื่อมโยงใดๆ ระหว่างองค์กรกับไวรัส COVID-19  โดยที่พวกเขาได้กล่าวว่า พวกเขาได้ทำการวิจัยเฉพาะไวรัส โคโรน่าที่มีผลกระทบต่อนก และไม่ใช่ในมนุษย์ อีกทั้งวัคซีนของพวกเขาก็จะไม่สามารถใช้ได้กับมนุษย์ด้วยเช่นเดียวกัน 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   www.ufabet.com ลูกค้าลองเข้าผ่านลิ้งนี้นะค่ะ

น้ำควอนตัม

หลายๆ คนคงจะเคยได้ยิน และรู้จักกับคำที่ว่ามิติควอนตัม  จากที่ไหนสักที่ แล้วมิติควอนตัมที่ว่านี้มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เรานั้นจะมาพูดกันในวันนี้  ก่อนอื่นเราต้องบอกเลยว่าน้ำนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ กับสิ่งมีชีวิตบนโลกของเรา

เพราะสิ่งมีชีวิตทุกชนิดล้วนแล้วแต่ที่จะต้องการน้ำในการดำรงชีวิตอย่างแน่นอน อย่างที่เรารู้ๆ กันดีว่าคนเราไม่สามารถที่จะกินอาหารได้ 1 วันเต็มๆ แต่ร่างกายนั้นไม่สามารถที่จะขาดน้ำได้นานถึงขาดนั้น เพราะแบบนี้น้ำจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากต่อการดำรงชีวิตทุกชนิดบนโลกใบนี้

แน่นอนว่าหลายคนเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของมิติควอนตัว แต่เชื่อได้เลยว่าแต่จะมีน้อยคนมากๆ     ที่จะเคยได้ยินเรื่องราวที่เกี่ยวกับน้ำ ซึ่งน้ำนั้นก็มีชื่อว่า น้ำควอนตัมนั้นเอง  ในปี 2016 นักวิทยาศาสตร์        

ที่ห้องปฏิบัติการแห่งชาติ Oak Ridge กระทรวงพลังงานของสหรัฐได้สร้างสถานะควอนตัมใหม่ของน้ำ     ซึ่งพวกเขาค้นพบโดยการบีบบังคับโมเลกุลของน้ำ  ในระหว่างผลึกหกเหลี่ยม การบีบบอัดครั้งใหญ่นี้       

ได้เพิ่มแรงกดดันมากมาย  จนทำให้อะตอมของโมเลกุลน้ำผิดตำแห่งซึ่งมันจะทำให้น้ำไม่เป็นไปตามกฎทางฟิสิกส์อีกต่อไป โดยที่โมเลกุลจะสามารถผ่านสิ่งกีดขว้างในระดับอะตอม  ซึ่งนี้ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่อาจจะอธิบายโดยกลสาศาตร์ควอนตัม

และถูกเรียกว่า Tunneling หรือการขุดเจาะอุโมง พฤติกรรมนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสสารอยู่ในสถานะควอนตัมเท่านั้น โดยที่นักวิทยาศาสตร์มีความเชื่อว่า น้ำมักจะเข้าสู่โหมดควอนตัมเพื่อที่จะเดินทางผ่านช่องว่างที่มีความแน่นมาก ตัวอย่างเช่นในหิน ในดิน

และแม้แต่ผนังเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเองก็ตามที อย่างไรก็ตามสิ่งต่างๆ ที่ได้มีการค้นพบทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้ มันเป็นสิ่งที่สามารถแสดงให้เราได้เห็นว่า เทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ของเราได้ก้าวไปไกลมากแล้ว ซึ่งการค้นพบสิ่งต่างๆ นั้นสามารถที่จะยืนยันได้ แต่ถึงแม้ว่ามันจะกว่าหน้าไปไกลแค่ไหน แต่มันก็ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างอีกมากมาย

                    ที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถค้นพบได้   ซึ่งบางเรื่องก็ทำได้เพียงแค่สงสัยเพียงเท่านั้น เรื่องราวต่างๆ ที่ได้มีการค้นพบทั้งในโลกของเราเอง หรือว่านอกโลกเองก็ตามเป็นสิ่งที่ล้วนสำคัญทั้งนั้น

สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เรื่องราวทั้งหมด  ที่เราได้กว่ามานั้นเป้นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งถ้าหากว่าใครสนใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราว ของน้ำควอนตัมนี้ต่อ ความสามารถค้นหาได้ตามอินเตอร์เน็ต หรือว่าหนังสือที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงเลยก็ได้ แต่จะศึกษาในประเด็นใด ต้องรวบรวมข้อมูลให้มากพอที่จะศึกษาประเด็นของความน้ำก่อนจะดูควอนตัม

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   จีคลับ สล็อต มือถือ

น้ำเหนือวิกฤต

หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเรานั้น บางเรื่องมันก็เป็นเรื่องที่เรานั้นยากจะเข้าเลยในทันที เพราะมันค้องอาศัยปัจจัยหลายๆ อย่างๆ ทั้งเรื่องของเวลา ความรู้พื้นฐานเบื้องต้นของเรื่องนั้น และอีกหลายอย่างมากมาย

แต่บางเรื่องก็ไม่ต้องอาศัยสิ่งเหล่านี้ เราก็สามารถที่จะทำความเข้าใจได้เป็นอย่างดี   มันอาจจะเพราะเรื่องนั้นเราสนใจ หรืออะไรก็ตามแต่ เช่นเดียวกับเรื่องที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้นั้นก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับน้ำ มันอาจจะดูว่าง่าย แลฃะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากเกินไป แต่เปล่าเลยากกว่ามันมีอะไรที่มากว่านั้นอย่างแน่นอน

สสารนั้นมันสามารถไปถึงสถานะเหนือวิฤกตได้  ก็ต่อเมื่อ มีอุณหภูมิและความดันที่สูงมาก จนมันไม่มีความแตกต่างระหว่างสถานะของเหลวและสถานะก๊าซ และในกรณีของน้ำที่เรากำลังจะได้พูดถึงนี้

น้ำจะอยู่ในสถานะเหนือวิฤกตได้ นั้นคือหลังจากที่มันมีสถานะเป็นก๊าซ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงลำดับตามสถานะของน้ำนั้นก็คือ จากสถานะของแข็ง ของเหลว ก๊าซ ไปจนถึงสถานะเหนือวิกฤต

ซึ่ง ณ จุดๆนี้ น้ำจะอยู่ในรูปแบบของไอแปลกที่ไม่ใช่ก๊าซ เมื่อน้ำมาถึงสถานะเหนือวิกฤตน้ำอุณหภูมิของน้ำที่วัดได้จะ มีอุณหภูมิอยู่ที่ 373 องศาเซลเซียส และแรงดันที่ได้จะสูงถึง 220 บาร์  ซึ่งน้ำที่อยู่ในสถานะเหนือ วิฤกตนั้นจะไม่สามารถที่จะบีบอัดแล้ว  กลับไปเป็นของเหลวในขณะที่อยู่ในสถานะนั้นได้ เช่นเดียวกับของไหลวิฤกตยิ่งยวด หรือก็คือ Supercritical Fluid อื่นๆ

ที่จะสามารถแพร่แทรกเข้าไปในโครงสร้าง  ของของแข็งได้ดี โดยที่น้ำในสถานะของวิฤกตนั้นจะสามารถไหลผ่านของแข็งได้  เหมือนกับสถานะก๊าซ และสามารถที่จะเป็นตัวทำละลายกับสถานะของเหลว และนี้ก็ดูเหมือกับว่าจะเป็นเรื่องที่แปลกใหม่มากๆ

สำหรับใครหลายๆ คน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับน้ำ แต่ก็ใช่ว่ามันจะเป็นที่คนทั่วไปจะนำมาพูดถึงกันแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์  ถ้าหากว่าเราหันมาสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์  เพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่ามันจะใช้ในชีวิตประจำวันของเราไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าเราจะศึกษาเกี่ยวกับมันไม่ได้

อย่างไรก็ตามสุดท้ายนี้คุณอย่าคิดว่าอะไรที่มันเป็นเรื่อง  ใกล้ตัวของเรามันจะเป็นเรื่องที่ง่าย และเราอาจจะมองข้ามไปไม่ได้สนใจมัน แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เรื่องใกล้ตัวของเรา  มันกลับมามีบทบาทในชีวิตของเราขึ้นมาซักวัน นั้นก็คงจะเป็นอะไรที่คุณคงจะนึกไม่ถึงอย่างแน่นอน อย่างทำให้เรื่องที่ใกล้ตัวไกลเป็นเรื่อง     ที่ไกลตัวเพียงเพราะไม่ใช่เรื่องที่เราสนใจ

 

สนับสนุนโดย   ae บาคาร่า

การระเบิดของภูเขาไฟยักษ์

 

อย่างที่เรานั้นรู้ๆ กันดีว่าดาวอาทิตย์ที่คอยปล่อยแสงสว่างมา  ให้ยังโลกของเรานั้น มันเป็นดาวฤกษ์  และดาวฤกษ์ที่ว่านี้มีอยู่มากมายหลายดวงในจักรวารของเรา  ที่เราพูดถึงดาวฤกษ์เพราะมันเป็นดาวที่มีอายุขัย ใช่แล้วละ

มันมีอายุเหมือนกับมนุษย์อย่างเราๆ เมื่อถึงวันที่มันหมดอายุมันก็จะทำการระเบิดตัวเองเรียกว่าซูปเปอร์โนวา ซึ่งแน่นอนว่าดวงอาทิตย์ของเรามันก็จะต้องเกิดเหตุการณ์แบบนั้นในวันหนึ่ง และหลายๆ สงสัยว่าแล้วโลกของเราละมีวันที่จะสิ้นันก็จะมีเหตุการณ์ที่จะทำให้สิ้นสุดอายุขัยเหมือนกับ         ดาวฤกษ์หรือไม่ คำตอบก็คือไม่มี แต่ว่ามนุษย์อย่างเราสูญพันธ์ได้เช่นกัน 

Campi Flegrei ภูเขาไฟยักษ์ หรือก็คือ Supervolcano ที่ตั้งอยู่ในอ่าว Naples ซึ่งภูเขาไฟดักล่าวนี้     มันประกอบไปด้วยโครงสร้างใต้ดินอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยแมกมา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันจะอยู่ใต้ทะเลโดยภูเขาไฟCampi Flegrei ลูกนี้ มันไม่ได้ปะทุมานานแล้วกว่า 500 ปีได้

  และก็ดูเหมือนกับว่าสิ่งนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ในไม่ช้า โดยที่ในเดือน ธันวาคม ปี 2016  นักภูเขาไฟวิทยาได้มีการออกมาเตือนว่าภูเขาไฟ Campi Flegrei  มันสามารถเข้าถึงความกดดันที่ลดลงอย่างรุนแรงซึ่งอาจจะนำไปสู่การปะทุได้ในอนาคต เมื่อประ 39,000 ปีก่อน ภูเขาไฟ Campi Flegrei ได้เคยมีการปะทุขึ้นหรือก็คือเกิดการระเบิดขึ้นมา

มันได้ปลดปล่อยปรมาณลาวาออกมา มากกว่า 300 ลูกบากศ์กิโลเมตร ซึ่งได้แผ่ขยายหินหลอมเหลวไปไกลกว่า 70 กิโลเมตร และได้มีการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกขึ้นไปบนอากาศกว่า 450,000 ตัน โดยที่เถ่าภูเขาไฟ ได้ลอยไปไกล  ถึง 2,000 กิโลเมตร

ซึ่งการปะทุในครั้งนั้น  ส่งผลร้ายแรงต่อทวีปยุโยปมาหลายศตวรร ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมา จากการปะทุของภูเขาไฟในฤดูหนาว ได้ปกคลุมดินด้วยความหนา 20 เซนติเมตร และได้ปิดกั้นความร้านจากดวงอาทิตย์ที่ได้ส่องแสงลงมายังโลกของเรา

ถึงแม้ว่า Campi Flegrei อาจจะไม่ได้เป็นSupervolcano เพียงแห่งเดียวที่ยังคงมีอยู่บนโลกของเรา ซึ่งทะเลสาป โตบาร์ ในประเทศอินโดนิเซีย และทะเลสาป Taupo ในนิวซีแลน ก็ล้วนเป็นสถานที่ของภูเขาไฟ ที่มีศักยภาพในการกวดล้างทุกสิ่งอย่างเป็นจำนวนมากในโลกของเรา

และเปลี่ยนที่ดินในบริเวณนั้นให้กลายเป็นทะเลทราบ ซึ่งผู้เชี่ยงชายกำลังทำงานกันอย่างนัก เพื่อให้สามารถคาดการณ์ได้ว่า การปะทุที่รุนแรงแบบนี้จะเกิดขึ้นเมื่อใด โดยนักธรณีวิทยา       ที่ศึกษาภูเขาไฟแบบเดียวกันนี้เชื่อว่ามันจะมีการทื้งช่วงเวลาของการปะทุเฉลี่ย 740,000 ปี

ในระหว่างการปะทุของแต่ละรอบ  นั้นก็หมายความว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกในปัจจุบันจะยังคงปลอดภัย อย่างน้อยๆ ก็ 100,000 ปี และเราก็หวังว่าทฤษฏีทั้งหมดจะเชื่อถือได้

 

สนับสนุนโดย  ufabet