ดาวหางโบร์เซน

ท้องฟ้าในยามราตรีนั้น เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เมื่อเรามองขึ้นไป  เมื่อไหร่ก็ไม่มีวันเบื่อ เพราะมันจะคอยเป็นเพื่อนเราอยู่กับเราในยามที่เรารู้สึกเหงา แต่รอบข้างของเราไม่มีใครที่จะสามารถปลอบเราได้เลย ท้องฟ้าเป็นสิ่งแรกที่เราจะมองเห็นมัน มองขึ้นไป

ต่อให้มันจะพูดกับเราไม่ได้แต่เชื่อเถอะว่ามันทำให้คุรดีขึ้นได้   ไม่มากก็น้อย และเมื่อมองมันแล้วคุณก็คงจะคิดว่าบนนั้นมีอะไรที่เป็นความลับแล้วบอกใครไม่ได้เหมือนกับคุณไหม แน่นอนว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีความลับที่เราไม่สามารถเข้าถึงได้ อาจจะเป็นเพราะว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องรู้ก็เป็นไปได้ แต่มันก้คงจะไม่เป็นความลับไปตลอดหรอก

ดาวหางนั้นเป็นวุตถุบนท้องฟ้าชนิดหนึ่งที่หลายๆ คนรู้จักดี และสำหรับในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับดาวหางดวงหนึ่ง ที่ชื่อของมันตรงกับชื่อเรื่องเลย ดาวหางโบร์เซนนั้น มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ดาวหาง 5D โบร์เซน มันถูกค้นพบโดย Theodor Brorsen นักดาราศาสตร์ท่านหนึ่ง เทื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ปี 1846 และมันก็ยังคงปรากฏให้เราได้เห็นกัน จนถึงวันที่ 22 เมษายน ในปีเดียวกันนั้น จนกระทั้งใน

ที่สุดมันก็เกิดทางห่างไกลออกไป  เกินกว่าที่เราจะสามารถสังเกตได้ จนในกระทั้งJohann Franz Encke       นักดาราศาสตร์ชาวเยอรมัน ได้มีการอ้างว่าดาวหางโบร์เซนดวงนี้นั้น จะมีการปรากฏตัวในตอนกลางคืน และทุกๆ 3.44 ปี แต่ในตอนต่อมาคาดว่าน่าจะอยู่ในประมาณ 5.5 ปี

และยังได้มรการคาดการณ์อีกว่าดาวหางดวงนี้ จะกลับมาให้เราได้เห็นกันอีกครั้งใน เดือนกันยายน ปี 1851 แต่ถ้าว่าก็ไม่มีใครเคยเห็นมันมาก่อนเลย จนกระทั้งที่ในเดือนมีนาคม ปี 1857  Karl Christian Bruhns นักดาราศาสตร์ชาวเยอรมัน

ได้ทำการค้นพบดาวหาง แต่มันก็ไม่ใช่ดาวหางดวงใหม่แต่อย่างไร และดาวหางดวงนี้ก็คือดาวหางโบร์เซน ที่หายไปก่อนหน้านี้ ดาวหางโบร์เซนมันได้กลับมาอีกครั้งแต่ไม่ได้เป็นที่สังเกตเท่าไรนั้น จนกระทั้งมันปรากฏขึ้นใน       ปี 1868

อย่างไรก็ตามมันควรจะกลับมาอีกครั้ง ในปี 1874  แต่ถ้าว่าดาวหางโบร์เซนได้มีการปรากฏตัวเร็วขึ้นหนึ่งปี โดยที่นักดาราศาตร์ได้มีการสังเกตเห็นว่าดาวหางโบร์เซนนั้นมันจะโคจรเข้าใกล้ดาวพฤหัสบดี ซึ่งได้ทำให้วงโคจรของมันเปลี่ยนไป และทำให้มันมีวงโคจรที่สั้นลง 

อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นก็ไม่มีใคร   ที่จะสามารถค้นพบดาวหางดวงนี้  อีกเลย มันคงจะเหลือไว้เพียงแต่ชื่อไว้ให้นักดาราศาสตร์รุ่นต่อไปได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวของมันเพียงเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย   gclub ฟรีสปิน

RX J1856.5-3754

หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมารอบๆ  ตัวเองเรานั้น ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวแต่ก็ใช่ว่าเราจะสังเกตไปทุกเรื่อง เพราะเรื่องที่เราจะต้องทำเป็นประจำก็มากพออยู่แล้วเลยเลือกที่จะมองข้าม          

สิ่งเหล่านั้นไป แต่นั้นก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดอะไร  เพราะคนส่วนใหญก็มักจะทำกันแบบนี้อยู่แล้ว แต่มันมีอยู่สิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้ทุกคนละเลย  แล้วก็มองข้ามไปว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญ แต่ที่จริงแล้วไม่ก็ไม่ได้สำคัญไปน้อยกว่า สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกของเราเลย

ใช่แล้วละเรื่องที่เรานั้นได้ศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับมันดูนั้นก็คือเรื่องราวของสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอวกาศของเรานั้นเอง

ถึงแม้ว่าอวกาศจะกว้างใหญ่มากแค่ไหน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องอยากเลย  ถ้าหากว่าเราสนใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับมันจริงๆ เพียงแต่ว่าในบางเรื่อง  เราต้องให้เวลากับมันหน่อย ก็เหมือนกับคนที่ทำอะไรที่ตัวเอง  

  ไม่เคยทำและไม่เก่งในด้านนั้นเอาเสียเลย คนเหล่านี้เข้ามีความสนใจที่จะฝึกฝน แต่เราจะต้องให้เวลาเขามากหน่อยเท่านั้นเอง และในวันนี้เราจะพากทุกคนไปรู้จักกับดาวดวงหนึ่ง ที่ชื่อของมันก้ตรงกับชื่อเรื่องเลยดาวนี้นั้นถึงแม้ว่ามันจะมีขนาดที่เล็ก แต่ก็เป็นเล็กพริกขี้หนูนะบอกไว้ก่อนเลย เพราะเจ้านี้นั้น มีมวลที่สูงกว่า       

  ดวงอาทิตย์ของเราด้วยซ้ำ มันมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ถึง 10 เท่า  และมีสนามแม่เหล็กมากว่า พันล้านเท่า      

ซึ่งอนุภาคเหล่านี้นั้นยังมีคามแข็งแกร่งมากอีกด้วย จนแสงนั้นไม่สามารถที่จะผ่านได้ แต่มันจะปรากฏขึ้นและหายไปอย่างไร้รองรอยแทน ในส่วนของเหตุผลที่เป็นอย่างนั้น เกิดจากการทำงานรวมกัน ระหว่างโฟตรอน และอนุภาคภายในอวกาศ

ทำให้ไม่ดูเหมือนกับว่าแสงปรากฏขึ้นและหายไป ยิ่งสนามแม่เหล็กแรงมากเท่าไร การเลี้ยวเบนของแสงก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ดาวดวงนี้คาดว่าก่อตัวขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์ซูปเปอร์โนวาของกลุ่มดาวใกล้เคียง เมื่อ 1 ล้านปีก่อน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของมันอยู่ที่ 7.6 – 16.10 กิโลเมตร  แรงโน้มถ่วงมากกว่าโลกของเรามากถึง 2 ล้านล้านเท่ากันเลย

และที่น่าแปลกไปกว่านั้นก็คือ        ที่ดาวดวงนี้มีปรากฏการณ์ยืดเวลาแรงโน้มถ่วงอีกด้วย  หมายความว่าหากบนดาวดวงนี้อายุ 8 ปี บนโลก ของเราก็จะมีเวลาเท่ากับ 10 ปี และถ้าหากว่าเราสามารถที่จะไปอยู่บนดาวดวงนี้ได้จริงๆ

คงไม่ต้องใช้ครีมกันเลยก็ว่าได้ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องจริงก็มีอยู่ว่าหากเราจะย้ายไปอยู่บนดาวดวงอื่นนั้นเป็นเรื่องที่ยัง ไม่สามารถที่จะทำได้ในตอนนี้  แต่ในอนาคตก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดขึ้นไหม แต่เราคงไม่ได้อยู่ดูจนถึงตอนนั้นหรอก พูดแล้วก็เศร้า

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   gclub ฟรี 100

VX Sagittarii

คุณว่าชีวิตของคนเรานั้นมีความซับซ้อนมากมายแค่ไหน  แน่นอนว่าคุณอาจจะคิว่าชีวิตของคนเราทั่วไปนี้มันชั่งซับซ้อนเหลือเกิด ซับซ้อนจนบางทีเราเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองว่าชีวิตนี้ต้องการบางทีคิดว่าอะไรกันแน่ หรือเกิดมาต้องการเพียงแค่เงินทองเท่านั้น

ชีวิตต้องการแค่นี้เท่านั้นหรือ  แต่ว่าบางคนกลับคิดว่าชีวิตนี้ที่เกิดมาเงินก็จำเป็น แต่มันไม่ได้เป็นทุกอย่างของชีวิตเราหรอก  ความสุขต่างหากเกิดมาหนึ่งชีวิตของใช้ชีวิตให้คุ้มมีความสุขกับการใช้ชีวิต เรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องคิดมากก็ได้ คุณว่าชีวิตของคนเรานั้น       มีความซับซ้อนแลเว แต่ยังมมีอีกหลายสิ่งที่ซับซ้อนกว่านี้อีก

อย่างที่เราได้กล่าวไปว่ามีสิ่งที่ซับซ้อนการมนุษย์นั้น  หลายๆ คนอยากจะรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรแน่นอนว่าเรามีคำตอบให้ สิ่งที่ซับซ้อนกว่ามนุษย์นั้นก็คือ จักรวารที่แสนจะกว้างใหญ่ที่รวมเอาดวงดาว และกาแล็กซี่ต่างๆเอาไว้มากมาย

สิ่งนี้ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ใครหลายๆ คนไม่ค่อยได้ให้ความสนใจเท่าไหร่นัก ในส่วนของวันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับดาวดวงหนึ่งที่มีชื่อว่า  VX Sagittarii ดาวดวงนี้นั้นเป็น       ดาวฤกษ์อีกดวงหนึ่งที่จัดอยู่ในประเภทของ  Sed Supergtant และ Hypergiant สำหรับดาวฤกษ์ดวงนี้นั้นตั้งอยู่ในกลุ่มของดาวคนยิงธนู

มันอยู่ห่างจากโลกและดวงอาทิตย์ของเราถึงประมาณ 5,000 ปีแสง และ    ดาวฤกษ์  ดวงนี้มันยังมีความไม่ธรรมดาซ้อนอยู่เพราะแสงสว่างที่มันปล่อยออกมันนั้นมันมีความสว่าง        ที่มากกว่า    ดวงอาทิตย์ของมากถึง 110,000-19,000 เท่ากันเลยทีเดียว

เนื่องจากว่าดาวที่อยู่ในกลุ่มคนยิงธนู  มีรูปร่างที่ไม่แน่นอนจึงไม่สามารถวัดขนาดที่ชัดเจนได้ ขนาดของมันมีรัศมีที่ใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเรามากถึง 1,350-1.940 เท่า ซึ่งถือได้ว่ามันเป็นดาวฤกษ์อีกดวงหนึ่งที่มีขนาดที่ใหญ่เอามากๆ ดวงหนึ่งในจักรวารแห่งนี้เลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ตามในส่นของดาวฤฏษ์ที่มีขนากที่ใหญ่ๆ นั้น  ยังมีอยู่อีกมากมายในจักรวารแห่งนี้ ดาวฤกษ์นั้นดาวที่มีอายุขัยเช่นเดียวกับมนุษย์อย่างเรา เพราะเมื่อถือเวลาหรือสิ้นสุดอายุขัยของมันแล้วนั้น  มันก็จะทำการระเบิดตัวของมันเอง 

ซึ่งถือว่าในการระเบิดของดาวฤกษ์แต่ละครั้งนั้นถือว่าการระเบิด    ที่ยิ่งใหญ่เอามากๆ ในจักรวาร แต่อายุขัยของดาวฤกษ์แต่ละดวงนั้นก็จะมีความแตกต่างกันไป แต่อายุขัยของมันไม่ได้มีเทากับสิ่งมีชีวตอย่างเราๆ หรอกนะ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นดวงอาทิตย์ของก็คงจะระเบิดไป       นานแล้ว และโลกของเราแห่งนี้  ก็คงจะไม่มีอยู่อีกแล้วตลอดการ มันคงจะเหลือเพียงแค่ชื่อเท่านั้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ufabet

แรงดึงดูดลึกลับ

ทุกคนเคยสงสัยหรือไม่ว่ามนุษย์อย่างเราๆ นี้สามารถที่จะอาศัยหรือว่าดำรงชีวิตอยู่บนโลกได้อย่าไรโดยที่ไม่ลองลอยไปในอวกาศ และที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าโลกของเรานั้นมีแรงดึงดูดยังไงละ ในส่วนของแรงดึงดูดที่ว่านี้นั้น

มันดูดทุกสิ่งที่มีอยู่บนโลกของเราเอาไว้ไม่ให้มันลองลอยออกไปในโลก ซึ่งถ้าโลกของเราไม่มีแรงดึงดูดที่ว่าไม่รู้ว่าชีวิตของเราทุกคนจะลองลอยอยู่ส่วนไหนของอวกาศที่กว้างใหญ่แบบนี้ และถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ อาจจะจะไม่มีสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้เลยก็ได้

แรงดึงดูดนั้นจำเป็นอย่างมาก ต่อทุกสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้เพราะถ้าไม่มีมันแล้วละก็วันนั้นคงจะเป็นวันที่โลกของเราไม่มีสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่เลย ถึงแม้ว่ววงการของวิทยาศาสตร์นั้นจะมีการพัฒนาไปมากมายแค่ไหน แต่มันก็ยังมีเรื่องราวที่เป็นปริศนาที่รอการเปิดเผยอยู่อีกมากมาย และหนึ่งในเรื่องที่น้อยคนนักที่รู้เกี่ยวกับเรื่องของแรงดึงดูดลึกลับนี้ด้วย

ถึงแม้ว่าในอวกาศนั้นจะมีอยู่เกือบทุกที่ แต่เจ้านี้นั้นพิเศษใส่ไข่กว่าคนอื่น เนื่องจากว่าไม่มีใครสามารถที่จะระบุได้ว่ามันอยู่ตรงไหนในอวกาศกันแน่ รู้เพียงแค่วามันมีตัวตอนอยู่จริง ๆ แต่ไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าตำแหน่งของมันนั้นอยู่ที่ไหนกันปิดบังหน้าตากันสุดๆ ไปเลยก็ว่าได้ ในส่วนของแรงดึงดูดลึกลับที่ว่านี้นั้นมันถูกค้นพบในปี 1970

ขณะที่นักดาราศาสตร์กำลังทำ แผนที่รังสีไม่โครเวฟพื้นหลังของจักรวาร โดยที่เขาได้สังเกตเห็นว่ามีแสงเล็กๆ กำลังเคลื่อนตัวไปทาง กาแล็กซี่ช้างเผือกมากกว่าปกติด้วยความเร็วประมาณ 600 กิโลเมตรต่อวินาที และยังมีการเชื่อกันว่ามันต้องเป็นแรงดึงดูดจากที่ไหนสักแห่งแน่ๆ และสุดท้ายเราก็ได้พบว่ามีกาแล็กซี่ขนาดอยู่ในบริวาณดังกล่าว

มันมีมวลที่มากกว่าดวงอาทิตย์มากถึง 1,000 ล้านล้านเท่ากันเลยทีเดียว ซึ่งมวลของมันนั้นมากพอที่จะสามารถดูดเอากาแล็กซี่นับพันให้มากระจุดรวมกันอยู่ในบริวารที่ว่านี้ก็ยังสามารถที่จะทำได้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้เจอ

แต่ถ้าหากว่ากาแล็กซี่ของเรานั้นถูกดูดเข้าไปแล้ว   ก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าเราจะเป็นอย่างไรนั้นก็เป็นปริศนาที่ยังคงจะต้องหาคำตอบกันต่อไปอย่างที่เราได้บอกไปว่ามันเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เรานั้นสามารถค้นพบสิ่งน่าตื่นเต้นได้ขนาดนี้ 

แต่ในความตื่นเต้นนั้นมันก็ยังคงมีความกลัวซ้อนเอาไว้อยู่ดี ความกลัวที่เกิดขึ้นที่ว่านี้เรานั้น            ไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่ามันจะดูดเอาเราไปหรือไม่ เพราะถ้าหากว่าดูดไปแล้วเรายังสามารถทำทุกอย่างได้เหมือนเดิมนั้นก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี 

แต่ถ้าหากว่าดูดไปแล้วโลกของเราไปชนเข้ากับดาวดวงอื่นที่ถูกดูดเข้ามาพร้อมกันแล้วละก็ไม่อยากจะคิกเลยว่า วันนั้นต้องเป็นวันที่ทุกสิ่งมีชีวิตทกชนิดบนโลกใบนี้ได้มีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน เพราะหลังจากการจนกันแล้วโลกของเราอาจจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ โดยที่เราเองก็ต้องจบชีวิตลงในวันนั้นอย่างแน่นอน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   เล่นคาสิโนออนไลน์ ที่ไหนดี

สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาในอวกาศ

หลายๆ คนนั้นคงจะรู้กันดีว่ามนุษย์โลกอย่างเราๆ นี้ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับอวกาศมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน มีหลายสิ่งหลายาอย่างที่นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ได้ค้นพบ ซึ่งแน่นอนว่าบางเรื่องเราเองก้เคยได้เรียนกันในบทเรียนเกี่ยวกับวิยาสาสตร์ทั่ว ๆ ไปด้วยเช่นกัน

แล้วทุกคนเคยสงสัยหรือเปล่าว่าในอวกาศนั้นนอกจาก ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ โลก และดาวเคราะห์อื่น ๆ ในระบบสุริยะของเรา มันยังมีอะไรอีกไหม แน่นอนว่าคำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตเอามาก ๆ เลยก็ว่าได้

สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ชื่อนี้คงจะเป็นอะไรที่น้อยคนนักที่จะเคยได้ยินกัน แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่อะไร และหลายคนคงจะเคยได้ยินกันมาบ้าง แล้วคุณเชื่อไหมว่าในอวกาศก็มี แถมมันยังเป็นที่ที่ลึกลับซับซ้อนมากเหมือนกันกับที่มีอยู่ในโลกของเราสะด้วยสิ สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาที่ว่านี้มันอยู่ในบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้

ซึ่งเหล่าบรรดานักบินอวกาศนั้น พวกเขาไม่ค่อยอยากที่จะเข้าใกล้สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาที่ว่านี้เท่าไหร่นัก ถ้าหากว่าไม่จำเป็นจริง ๆ เพราะมันเกิดปรากฏการณ์แสงเฟลชขนาดใหญ่ที่เรียกว่า SAA โดยมันจะเกิดขึ้นมาโดยที่ไม่มีเสียงใดเพื่อที่จะแจ้งเตือนเราก่อนล้วงหน้าเลย แสงท่ว่านี้ไม่เป็นอันตรายต่อผู้คน แต่มันจะทำให้ระบบคอมพิวเตอร์เกิดอาการรวนอย่างหนัก  จนกระทั้งจะต้องซ้อมกันยกใหญ่ เพราะฉนั้นไม่ว่ายานอวกาศ

สถานีอวกาศ หรือแม้แต่ดาวเทียมก็ตามถ้าหากว่าเผลอเข้ามาในบริเวณนี้ก็มีสิทธิ์ที่จะกลับบ้านแบบมึนๆ ได้เหมือนกัน ในส่วนของสาเหตุของปรากฏการณ์ที่ว่าน่าจะเกิดมาจากรักสีที่มีความเข้มข้นสูงก็ได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และโลกก็ตาม

แต่มันก็เล่นทำให้ระบบคอมพิวเตอร์พังไม่เป็นท่าแบบนี้ใครที่เซฟงานไมม่ทันก็คงต้องรับกำกันต่อไปแล้วละ และคงจะเป็นเพราะเหตุผลที่ว่านี้พื้นที่ในบริเวณถึงไม่มีเครื่องบินบินผ่านเลย   แต่ให้มันจะเป็นเส้นทางที่ใกล้กว่าแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นเส้นทางที่ดีที่สุด

เพราะถ้าหากเกิดว่ามันมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาในระหว่างที่เครื่องบินกำลังบินผ่านไป ไม่อยากจะคิดเลยว่าระบบคอมพิวเตอร์ที่แปรปรวนแบบนี้จะสามารถบังคับเครื่องบินไม่ให้ตกลงสู่พื้นได้อย่างไร

 ดังนั้นจะเป็นการดีกว่าถ้าหากว่าเลือกไป ในเส้นทางที่ไกลกว่าแต่มีความปลอดภัยสูงกว่าเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามนี้ไม่ใช้เรื่องที่แปลกใหม่อย่างที่เราได้บอกไปข้างต้นเพราะเรื่องนี้ได้ถูกค้นพบมาเมื่อนานมากแล้ว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย     ีดฟิำะ

สิ่งมีชีวิตจากสวรรค์

อย่างที่เรานั้นรู้ๆ กันดีว่าคนไทยส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาพุทธกัน  และจะเชื่อเรื่องของบาปบุญคุณโทษ เชื่อว่าถ้าใครทำดีก้จะได้ดี ถ้าใครทำชั่วก็จะได้ชั่ว และคนส่วนใหญ่ที่นับถือศาสนาพุทธ  ก็ยังเชื่ออีกด้วยว่า ถ้าใครทำดีปฏิบัติดีเมื่อตายไปแล้วก็จะได้ไปอยู่สวรรค์

แต่ถ้าใครที่คิดชั่วและปฏิบัติไม่ดีไม่ชอบ   เมื่อตายไปแล้วก็จะต้องไปชดใช้กรรมที่นรก   เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่เราเองก็พิสูจน์  ไม่ได้ว่ามันคือเรื่องจริงมากน้อยแค่ไหน เรื่องที่ว่านี้เราไม่สามารถที่จะบอกให้ใครเชื่อก็ได้  หรือไม่เชื่อก็ได้ ต้องแล้วแต่ที่เรานั้นจะพิจารณา

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าในปัจจุบันวิทยาศาสตร์  จะได้มีการแนะนำว่าดาวเคราะห์หรือแม้แต่กาแล็กซี่เอง จะสามารถก่อตัวหรือสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาได้   แต่วิทยาศาสตร์ก็ได้มีการบ่งชี้ว่าสิ่งมีชีวิตที่มีสารประกอบอินทรีย์นั้น สามารถที่จะก่อตัวขึ้นบนดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ นอกโลกของเราได้ ด้วยความ     รวมมือและความช่วยเหลือจากบรรยากาศของดาว

  และโครงสร้างของดาวอื่นๆ ที่มีการโคจรอยู่ในบริเวณ   ที่ใกล้เคียง เมื่อได้มีการใช้กล้องโทรทัศวิทยุ (ALMA) ในประเทศชิลี สารอินทรีย์จะถูกตรวจจับได้ในเมฆ Magellanic ใหญ่ ซึ่งเป็นดาราจักรบริวารของกาแล็กซี่ทางช้างเผือกของเรา ซึ่งมันจะอยู่ห่างจากเราออกไปเพียงไม่ถึง 50 กิโลพาร์เซก มันถือว่าเป็นดาราจักรวารที่อยู่ใกล้ทางช้างเผือกของเราเป้นอันดับที่สาม

        การตรวจพบโมเลกุลอินทรีย์ที่ซับซ้อน  เช่น เมทานอล ไดเมทิลอีเทอร์ และเมทิวฟอร์เมต ซึ่งทั้งหมดที่ได้    มีการกล่าวมานี้มันมีความสำคัญกับชีวิตอินทรีย์   นอกจากมันจะถูกตรวจพบในเมฆ Magellanic ใหญ่แล้ว ยังได้มีการตรวจพบสารอินทรีย์ดังกล่าวอยู่ในอีกสองแห่ง ในเนบิวลา กลุ่มเมฆหมอกขอฝุ่น ก๊าส และพลาสมาในอวกาศที่แสนจะกว้างใหญ่

สิ่งนี้นั้รแสดงให้เราได้เห้นว่า เวลาและสถานที่ทที่เหมาะสมที่สุด สารประกอบเหล่านี้สามารถที่จะก่อตัวเป็นโมเลกุลขึ้นมาได้   ที่จะได้กลายเป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตในเนบิวลาได้ ซึ่งพวกมันสามารถที่จะสร้างโครงสร้างทางชีวะภาพ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

และจะยังทำให้พวกมันวิวัฒนาการตัวมันเองได้ โดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องมัฟังก์ชั่น  พื้นฐานของแรงโน้มถ่วง เฉกเช่นบนโลกของเรา ซึ่งเรานั้นไม่สามารถที่จะจินตนาการได้เลยว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร

และก็ไม่แน่ว่าในปัจจุบันนี้พวกมันอาจจะมีตัวตนอยู่จริงแล้วก็ได้ และได้เดินทางไปมาอย่างอิสระในอวกาศ รวมไปถึงการเดินทางมายังโลกของเราซึ่งมันจะมมาในรูปแบบของพลังงานลึกลับบางอย่างที่เราอาจจะคุ้นเคยกันดี เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตจากสวรรค์นั้นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  UFABET เว็บตรง

สิ่งมีชีวิตที่มีมีเทนเป็นพื้นฐาน

อย่างที่เรานั้นรู้ๆ กันดีว่าพื้นฐานชีวิตของคนทุกคนนั้น มีไม่เท่ากัน แน่นอนว่าฉันก็เป็นคนหนึ่ง       ที่ไม่ได้มีพื้นฐานชีวิตที่ดี  แต่มีสิ่งหนึ่งที่เรานั้นเหมือนกันรู้ไหมว่าคืออะไร สิ่งนั้นก็คือความเป็นมนุษย์ยังไงละ เพราะมนุษย์นั้น ต้องการอาหารและน้ำดื่มในการดำรงชีวิต

และถ้าหากว่าวันหนึ่งต้องขาดสิ่งเหล่านี้ไปต่อให้คุณจะรวยมากแค่ไหนก็ไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่รอดได้อย่างแน่นอน และสิ่งที่มนุษย์ทุกคนจะหลีกเลี้ยงไม่ได้เลยนั้นก็คือ ความตาย ไม่มีใครที่จะหลีกเลี้ยงสิ่งนี้ได้

มีเทนนั้นเป็นสารประกอบไฮโดนคาร์บอน พวกแอลเคน เป็นแก๊สที่ไม่มีสี และยังสามารถติดไฟได้อีกด้วย ซึ่งมีสภาพแวดล้อมบางอย่างนอกโลกที่มีเทนจะมีความแพร่หลายมากกว่าน้ำที่อยู่บนโลกของเรา  

ซึ่งไททันที่เป็นดวงจันทร์ดวงหนึ่งของดาวเสาร์ก็ถือว่าเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นเกี่ยวกับมีเทน จากแบบจำลองคอมพิวเตอร์สิ่งที่ชีวิตที่พึ่งพามีเทนนั้นจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น และรวมไป ถึงบรรยายกาศที่ไม่มีออกซิเจนโดยสิ้นเชิง และแบบจำลองคอมพิวเตอร์ยังได้เปฺดเผยอีกด้วยว่าพนังเซลล์สามารถถูกสร้างขึ้งได้

ซึ่งจะเกิดขึ้นในมีเทนเหลวที่อุณหภูมิติดลบถึง 180 องศาเซลเซียส นอกเนื่องจากข้อเท็ดจริงที่ว่าเยื้อหุ้มเซลล์สามารถถูกสร้างขึ้นได้ด้วยโมเลกุลของไนโตรเจน คาร์บอน และไฮโรเจน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าปัจจัยเหล่านี้นั้นมีอยู่ในมหาสมุทรของไททัน

และสิ่งนี้ก็คมายความว่าอาจจะมีสิ่งมีชีวิตที่มีรูปแบบที่เรียบง่ายซึ่งจะอาศัยอยู่ในมหาสมุทรน้ำแข็งมีเทนบนดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์ดวงนี้ เช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตที่มีแอมโมเนียเป็นพื้นฐาน สิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรมีเทนนั้นจะเคลื่อนที่ได้ช้ากว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลกของเรามาก

รวมไปถึงการวิวัฒนาการและการเผาผลาญที่ช้า วึ่งมันจะเกิดขึ้นเนื่องจากอุณหภูมิที่เย็นและเยือก ที่จำเป้นในการรักษามีเทนให้อยู่ในรูปของของเหลวต่อไป อย่างไรก็ตามเรื่องรวม  ที่เราได้กล่าวไปนั้นเป็นเพียงสิ่งที่เราคิดว่า 

น่าจะมีและสามารถใช้มีเทนเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตที่เป็นของเหลวแทนการใช้น้ำเหมือนกับมนุษย์ ถ้าหากว่าสิ่งที่ว่านี้มีอยู่จริงมันก็คงเป็นเป็นเรื่องที่พิเศษเอามากๆ 

สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามมีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมายที่อยู่ในจักรวารที่กว้างใหญ่แห่งนี้ ยังมีอีกหลายสิ่งที่เรานั้นยังไม่รู้และยังไม่ได้มีการถูกค้นพบเพราะว่าสิ่งเหล่านั้นอาจจะรู้พวกคุรใหเออกไปตามหาพวกมันอยู่ก็เป็นได้ใครจะไปรู้ว่าไหม

 

ขอขอบคุณ  เว็บพนันแทงบอล คาสิโน บาคาร่า  ที่ให้การสนับสนุน

เอพิมีเทียสและเจนัส

มีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่เกิดขึ้นและผ่านเข้ามาในชีวิตของเราเพื่อให้เกิดการเรื่องรู้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องดีหรือแม้แต่เรื่องไม่ ดีก็ตาม และเมื่อพูดถึงเรื่องของการเรียนรู้ ถ้าจะไม่พูดถึงเรื่องของสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่รอบ ๆ ตัวของเราก็จะเป็นสิ่งก่อให้เกิดความรู้มากที่สุด

หลายเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วเรานั้นพยายามที่จะหาคำตอบแต่ก็ไม่เจอ แต่เชื่อได้เลยว่าถ้าหากคุณไม่หยุดที่จะพยายามที่จะหาคำตอบเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น แน่นอนว่าอีกในไม่ช้าก็เร็วจะต้องเจอคำตอบที่ตามหาแน่นอน

เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนจักรวาร ที่แสนจะกว่าใหญ่นั้นเป็นสิ่งที่น้อยคนนัก  จะให้ความสนใจและจะลองศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนนั้น และในปัจจุบันนี้ถึงแม้ว่าโลกของเรานั้นจะ                 มีเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้า ไปใกล้กว่าที่เคยผ่านมามาก แต่นั้นก็ยังไม่สามารถที่จะสำรวจ        จักรวารได้ทั้งหมดอยู่ดี  จักรวารนั้นซ่อนความลับต่าง ๆ เอาไว้มากมาย

เช่นเดียวกับระบบสุริยะของเราถึงแม้ว่ามันจะมีขนาดที่เล็กว่าจักรวาร   แต่ความลับที่มันได้ซ้อนเอาไว้ไม่ได้น้อยไปกว่าจักรวารเลย อย่างที่เรานั้นรู้ๆ กันดีว่าดาวเสาร์ที่เป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะของเรานั้น ดวงจันทร์บริวารที่โคจรอยู่รอบ ๆ ตัวของมันมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก

และไอพิมีเทียสและเจนัส ก็เป็นอีกหนึ่งในดวงจันทร์บริวารของมันที่มีความน่าสนใจเช่นเดียวกัน ดวงจันทร์สองดวงนี้เป็นดวงจันทร์บริวารคู่แฝดที่โคจรไปรอบ ๆ ดาวเสาร์พร้อม ๆ กัน วงโคจรของพวกนั้นเกือบจะเหมือนกันรัศมีวงโคจรต่างกันเพื่อ 50 กิโลเมตรเท่านั้น 

และที่น่าประหลาดใจเลยก็คือ  มันยังมีการสลับวงโคจรกันอีกด้วย เปลี่ยนจากอยู่วงนอกไปอยู่วงใน  เปลี่ยนจาก  วงในไปอยู่วงนอกกันทุกๆ 4 ปีช่วงที่อยู่ใกล้กันที่สุดห่างกันเพียง 9,900 กิโลเมตรเท่านั้น

แทบจะเรียกได้ว่าอยู่เคียงบ่าเคียงไหลกันเลยก็ว่าได้ และด้วยเหตุผลที่ว่านี้ นักวิทยาศาสตร์จึงมีความเชื่อวว่ามันเคยเป็นดาวดวงเดียวกันมาก่อน  แต่ถึงอย่างไรก็ตามมันก็เป็นดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์ ที่อยู่เป็นคู่กันที่มีความน่าสนใจเอามากๆ เพราะถ้าให้เปรียบมันเหมือนกับความรักของหนุมสาว มันก็คงจะเป็นความรักมั่นคงเอามากๆ

เพราะถ้าดูๆ แล้วมันมีการสลับที่กับเหมือนกับว่าไม่มีใครอยู่เหนือกว่าใคร ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์ในการตัดสินใจเท่ากัน เพราะแบบนี้ถ้าจะให้เปรียบพวกมันเป็นนอกจากแฝด มันก็คงเป็นดวงจันทร์คู่รักที่สมบรูณ์แบบเอามากๆ เลยทีเดียวก็ว่าได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   gclub slot เล่นผ่านเว็บ

Contagion หนังนำร่องไวรัสโคโรน่า

Contagion เป็นภาพยนตร์ที่เปิดตัวในปี 2011 เกี่ยวกับการระบาดของไวรัสที่เรียกว่า MEV-1 ซึ่งสามารถฆ่าคนได้ระหว่าง 25 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อ 

เป็นหนังเพียงไม่กี่เรื่องที่ Hollywood สร้างภาพให้เห็นถึงกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ทั้งความสำเร็จและความผิดหวัง นั่นคือสิ่งที่ทำให้ Contagion ไม่เหมือนใคร แม้ว่าจะไม่ถูกต้องไร้ที่ติ แต่ก็ไม่ใช่สารคดี NOVA – การแพร่กระจายได้รับการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างดีเมื่อเทียบกับบล็อกบัสเตอร์วิทยาศาสตร์ -y

กำกับการแสดงโดยสตีเวน โซเดอร์เบิร์ก – นักแสดงทั้งหมดมี มาเรียน คอติลาร์ด, แม็ตต์ เดมอน, ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น, จู๊ด ลอว์, กวินเนะ พัลโธรว์ และ เคท วินสเลต 

เรื่องราวเริ่มต้นด้วย เบธ อิมฮอฟ (พัลโรว์) ที่ไอในสนามบินในชิคาโกระหว่างทางกลับบ้านไป Minneapolis หลังจากเดินทางไปทำธุรกิจที่ฮ่องกง อีกไม่นานเธอก็เริ่มมีอาการชักและฟองออกมาที่ปาก ในขณะเดียวกันคนอื่น ๆ ทั่วโลก – ในโตเกียวลอนดอนและฮ่องกงต้องทนทุกข์กับอาการแบบเดียวกัน

ชุดของภาพที่เน้นอย่างระมัดระวังและฉากที่วางไว้อย่างมีเทคนิคเน้นว่าทุกสิ่งในโลกเป็นเวกเตอร์ที่มีศักยภาพสำหรับไวรัสที่อันตรายถึงชีวิต: เมื่อมีผู้ติดเชื้อนับล้านทั่วโลกถูกกักบริเวณและผู้คนก็กลัวที่จะไปเดินทางออกนอกบ้านหรือแม้กระทั่งการพูดคุยสนทนากัน

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคในแอตแลนต้ารัฐจอร์เจียและองค์การอนามัยโลกในกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ทำงานไม่หยุดเพื่อระบุที่มาของโรคสร้างวัคซีนและแจ้งให้ประชาชนทราบโดยไม่ตื่นตระหนก แต่พวกเขาไม่สามารถหยุดการจลาจลหรือปล้นสิ่งของได้

MEV-1 ซึ่งเป็นหนังแสดงให้เห็นความร้ายกาจของไวรัส จากไวรัสที่มีพาหะคือค้างคาว ถูกค้นพบในปี 1999 เมื่อเกิดการระบาดของโรคสมองและปอดในสุกรและผู้คนในประเทศมาเลเซีย ในภาพยนตร์ MEV-1 คร่าชีวิตผู้คนภายในไม่กี่วัน แต่ในชีวิตจริงระยะเวลาการฟักตัวของ Nipah – และไวรัสร้ายแรงถึงชีวิต – จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์

เมื่อ CDC ระบุเชื้อไวรัสที่มีชีวิตอ่อนแอลงเพราะสารที่ได้รับจากลิงช่วยป้องกันโรคนี้ได้- และหลังจากนักวิทยาศาสตร์ของ CDC อัลลี่ เฮกทอล (เจนนิเฟอร์ เอลี่) มนุษย์คนแรกที่เป็นหนูทดลองในการหายาต้านไวรัสชนิดนี้ มีการสร้างวัคซีนจำนวนมากขึ้นมาใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เชื้อโรคนี้เกิดจากการมีเกิดจากการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างค้างคาวกับหมู

และไม่น่าเชื่อว่าเนื้อเรื่องของ Contagion จะคล้ายกับสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าที่เกิดขึ้นในโลกมนุษย์เวลานี้ ต้องคอยดูว่าเราจะสร้างวัคซีนเพื่อกัดโรคร้ายนี้ได้อย่างรวดเร็วเมื่อไหร่ ซึ่งในภาพยนตร์ MEV-1 ก็คือชื่อเชื้อโรคที่ร้ายแรงต่อมนุษยชาติโดยแท้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   เวปยูฟ่าเบท

นิวยอร์ก-อเมริกาอ่วมติดเชื้อกว่า 76000 ราย

ปัจจุบันสหรัฐอเมริกามีการติดเชื้อ COVID-19 ที่ได้รับการยืนยันมากที่สุดในประเทศใด ๆ โดยมีผู้ป่วยมากกว่า 203,000 รายในวันพุธ มหานครนิวยอร์กกลายเป็นจุดสนใจใหม่ล่าสุดของการระบาดโดยมีผู้คนมากกว่า 44,900 คน ทดสอบเลือดเป็นบวก ณ เวลานั้น 

และการระบาดครั้งใหญ่แพร่กระจายไปในเมืองต่าง ๆ เช่น Seattle และ New Orleans แต่ข้อมูลระดับรัฐอาจซ่อนฮอตสปอตในพื้นที่ที่มีประชากรน้อยกว่า

เวลานี้ทีมจากมหาวิทยาลัยชิคาโกได้ทำแผนที่ยืนยันการติดเชื้อ COVID-19 ต่อเขตและปรับขนาดประชากร การค้นพบของนักวิจัยเปิดเผยกลุ่มที่สำคัญในส่วนต่างๆของจอร์เจียอาร์คันซอและมิสซิสซิปปีท่ามกลางพื้นที่อื่น ๆ แม้ว่าประชากรที่เกี่ยวข้องอาจมีขนาดเล็กกว่าของนิวยอร์กหรือซีแอตเทิลพวกเขาอาจได้รับผลกระทบจากโรคอย่างไม่เป็นสัดส่วน

มาริเนีย โคลัค ผู้ช่วยผู้อำนวยการสารสนเทศด้านสุขภาพของศูนย์วิทยาศาสตร์อวกาศแห่งมหาวิทยาลัยชิคาโกกล่าวว่า เมื่อคุณเปลี่ยนจากข้อมูลระดับรัฐเป็นข้อมูลระดับเขตคุณจะได้รับข้อมูลมากขึ้น ตัวอย่างเช่นมีหลายพื้นที่ในภาคใต้ที่ประชากรมีขนาดเล็กกว่ามาก แต่สัดส่วนของคนที่มี [COVID-19] นั้นใหญ่กว่ามาก นั่นอาจทำให้เกิดความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นเพราะถึงแม้ว่าจะมีคนน้อยกว่าที่ติดเชื้อไวรัส

ในตอนแรกทีมทำแผนที่ใช้ข้อมูลจากตัวติดตามประชาชน ที่มาจากระดับเขตและตรวจสอบความถูกต้องกับการประมาณการจากแผนกสุขภาพของรัฐ นักวิจัยได้รวมข้อมูลจากแหล่งอื่น ๆ และพวกเขาร่วมมือกับเพื่อนร่วมงานของพวกเขาที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซินแมดิสันเพื่อตรวจสอบข้อมูลนั้น 

กลุ่มมหาวิทยาลัยชิคาโกรวบรวมข้อมูลทั้งในระดับรัฐและเขตโดยดูที่กรณีที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ, การเสียชีวิตและจำนวนผู้ป่วย ตามสัดส่วนของขนาดของประชากร ทีมยังได้สร้างภาพข้อมูลแบบอินเทอร์แอคทีฟซึ่งแสดงวิวัฒนาการของฮอตสปอตในภูมิภาคเมื่อเวลาผ่านไป

ข้อมูลแสดงให้เห็นถึงรูปแบบที่น่าแปลกใจบางอย่างในอัตราการติดเชื้อในระดับเขตหลังจากปรับขนาดประชากร ตัวอย่างเช่นกลุ่มหลายเขต – เช่นกลุ่มรอบ Albany, Ga., Detroit, Nashville, Tenn. และบางส่วนของ Mississippi และ Arkansas – มีจำนวนผู้ป่วยต่อหัวค่อนข้างมาก 

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม กลุ่มมลรัฐ ครอบคลุมรัฐนิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์และแมสซาชูเซตส์ยังคงมีการติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันมากที่สุดทั้งโดยรวมและต่อหัว: 76,273 รายหรือประมาณ 22 ต่อ 10,000 คน กระนั้นอัลบานีกามีจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับสองต่อหัว: 13 รายต่อ 10,000 คน ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าฮอตสปอตอื่น ๆ ที่รู้จักกันดีเช่นซีแอตเทิลซึ่งมีประมาณแปดรายต่อ 10,000 และซานฟรานซิสโกซึ่งมีสองต่อ 100,000

อเมริกามีผู้ติดเชื้อ covid-19 มากกว่า 376,000 คน รักษาหายแล้วประมาณ 20,000 คน และเสียชีวิตมากกว่า 11,750 คน

 

ขอบคุณ  gclub  ที่ให้การสนับสนุน