ดวงอาทิตย์เป็นสีเหลืองเพราะมันกำลังลุกไหม้

หลายๆ คนที่ได้เรียนวิทยาศาสตร์เรื่องของระบบสุริยะ แน่นอนว่าในระบบสุริที่เรารู้จักกันดีนั้น        มีทั้งดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์ ดาวหาง และอีกมามาย ซึ่งมันเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก สำหรับในส่วนที่เราได้เรียนกันไปนั้นก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นที่เกี่ยวกับระบบสุริยะ เพราะมันยัง    มีอะไรอีกมากให้เราได้ศึกษาหาคำตอบเกี่ยวกับความลับที่ซ้อนอยู่มากมาย

ถ้าเมื่อเราเรียนเกี่ยวกับเรื่องของระบบสุริยะ  หรือดวงดาวในอวกาศนั้น ส่วนใหญ่แล้วเราก็จะต้องเรียนว่า ลักษณะของดาวแต่ละดวงเป็นอย่างไร มีอะไรที่เป็นของประกอบของดาวดวงนั้นบาง ดาวดวงนี้เป็นดาวฤกษ์หรือว่าดาวเคราะห์อะไรประมาณนี้

และอีกสิ่งหนึ่งที่เราจะไม่พูดึงไม่ได้เลยนั้นก็คือ สีของพวกมัน แน่นนอนว่าในที่นี่ที่ไม่รู้จักดวงอาทิตย์ และถึงแม้ว่าดวงอาทิตย์นั้นจะเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่อยู่บนโลก นั่นก็รวมถึงมนุษย์เราด้วย แต่พวกเราส่วนใหญ่ก็ยังไม่เข้าใจถึงวิธีการทำงานที่แท้จริงของดวงอาทิตย์เท่าไหร่นัก

แล้วซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าดวงอาทิตย์ ที่เราว่ารู้จะกันดีนั้นเป็นสีเหลือง และอาจจะเป็นเพราะว่าเรากำลังคิดว่ามันกำลังลุกไหม้อยู่  ซึ่งสีดังกล่าวเป็นลักษณะของไฟ และนั้นก็หมายความว่าตอนนี้เรากำลังไม่เข้าใจว่าอะไรที่ทำให้ดวงอาทิตย์มีความร้อยที่รุนแรง

สำหรับดวงอาทิตย์เพียงหนึ่งเดียวที่มีบอยู่ในระบบสุริยะของเรามันไม่ได้เป็นสีเหลืองอย่างที่เราคิดแต่อย่างไร และดูเหมือนจะเป็นเพราะชั้นบรรยากาศของโลกที่ให้โทนสีเหลืองดังกล่าวแก่ดวงอาทิตย์ ซึ่งแสงแดดที่เรารู้จักกันนั้นจะเป็นสีขาวบริสุทธิ์และที่สำคัญไปกว่านั้นดวงอาทิตย์ไม่ได้กำลังลุกไหม้และเต็มไปด้วยเปลวเพลิงที่ไม่มีวันดับ

อย่างที่เราได้มีการเข้าใจกันแต่อย่างใด เพราะแท้ที่จริงแล้วภายในดวงอาทิตย์นั้นจะมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นก๊าซไฮโดรเจนซึ่งที่ใจกลางของดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิและแรงดันสูงมาก จะทำให้ก๊าซไฮโดรเจน หลอมรวมกันเป็นก๊าซฮีเลียมและแผ่พลังงานออกมาอย่างมากมายมหาศาล เป้นความร้อนและแสงสว่างซึ่งเราจะเรียกปฏิกิริยานี้ว่า ปฏิกิริยานิวเคลียส    ฟิวชัน

โดยพลังงานความร้อนและแสงสว่างที่ได้จากดวงอาทิตย์นั้น จะเอื้อให้เกิดสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดบนโลกของเรา อย่างไรก็ตามมีสิ่งต่างที่เกิดขึ้นมากมายที่เรายังเข้าใจผิด และไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของพวกนี้อยู่อีกมาก แต่นั้นก็ไม่ใช้เรื่องยากที่เราจะสามารถเข้าใจได้

 

สนับสนุนโดย.   ufabet

การระเบิดในอวกาศ

ถ้าหากพูดถึงเรื่องระเบิดแน่นอนว่าสิ่งแรกๆ ที่คุณจะนึกถึงเลยก็คงจะเป็นการระเบิดของระเบิดที่ใช้ในการทำสงครามหรือระเบิดที่ใช้ในการก่อเหตุที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายกับผู้คนจำนวนมาก และแน่นอนว่า   ถ้าพุดถึงเรื่องระเบิดคงไม่มีใครที่จะนึกถึงการระเบิด ในอวกาศอย่างแน่นอน เพราะปกติแล้วคนทั่วไปทีไม่ได้เรียนหรือทำงานเกี่ยวกับสายวิทยาศาสตร์  ก็คงเป็นเรื่องยากที่คนทั่วไปจะรู้ว่ามีการระเบิดในอวกาศจริงๆ

ในจักรวารอันกว้างใหญ่นั้นมีสิ่งต่างๆ  เกิดขึ้นมากมายโดยที่บางเรื่องเราสามารถหาคำตอบได้ แต่บางเรื่องเราก็ไม่สามารถที่จะหาคำตอบได้ และบางสิ่งสามารถค้นพบและหาคำอธิบาย การเกิดได้แต่บางสิ่งทำได้แค่สงสัยว่ามีอยู่จริงแต่ยังไม่มีการค้นพบ เพราะแบบนี้นี้วิทยาศาสตร์จึงเป็นเรื่องที่ค่อยข้างเข้าใจยาก แต่มันก็สามารถเข้าใจได้ถ้าหากว่าเราสนใจจริงๆ 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการได้เห็นการระเบิดในอวกาศบนจอภาพความละเอียดสูงขนาดใหญ่จะเป็นหนึ่งในสิบสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต เพราะนั้นเป็นการมองเห็นที่น่าปะทับใจแม้ว่า       การระเบิดดังกล่าว จะเกิดขึ้นจาก CGI ก็ตาม แต่ในทางวิทยาศาสตร์นั้น

จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิงเพราะการระเบิดในอวกาศจากภาพยนต์นั้น  จะใช้การระเบิดบนโลกของเราเป็นแรงบันดาลใจ ในการสร้างฉากระเบิดนั้นๆ ออกมา แต่ถ้าว่าในความเป็นจริงแล้ว  มันอาจไม่ใช้เพราะการระเบิดบนโลกนั้นจะมีอากาศและแรงโน้มถ่วง โดยที่อากาศจะทำงนเป็นตัว OXIDIZER 

และแรงดันภายนอกจากการระเบิดจะทำให้การระเบิดลอยออกไปด้านนอกและพังทลายลงสู้พื้นดิน แม้ว่าการระเบิดในอวกาศจะแตกต่างกันมากกับการระเบิด    บนโลกและดูเหมือนว่ามันจะยอดเยียมกว่า และมากกว่านั้นมันจะมีไฟบางส่วนในการระเบิด

แม้ว่าในอวกาศจำไม่มีอากาศก็ตาม นั้นเป็นเพราะเชื้อเพลิงบางประเภทสามารถทำหน้าที่เป็นตัวOXIDIZER ได้ และแม้ว่ามันจะไม่เหมือนกับไฟที่เรารู้จัก  แต่ไฟที่เกิดขึ้นนี้จะดูเหมือนลูกบอลแสงที่กำลังขยายอย่างต่อเนื่อง

เนื่องจากสภาวะไร้น้ำหนักในการขาดความต้านทานอากาศ ซึ่งนั่นเป็นอันตรายต่อยานอวกาศใกล้เคียง เนื่องจากสเก็ดของการระเบิดอาจจะขยายออกไปด้านนอก  จนกว่าที่จะมีบางสิ่งที่จะมาช่วยหยุดมัน อย่างไรก็ตามแม้ว่า   การระเบิดภายในโลก  หรือจะเป็นการระเบิดในอวกาศ เมื่อได้ขึ้นชื่อว่าระเบิดแล้วแน่นอนว่ามันจะต้อง  มีผลกระทบตามมาแน่นอน และผลกระทบที่จะตามมานั้นก็จะขึ้นอยู่ที่ว่าการระเบิดในครั้งนั้นมีความรุนแรงมากแค่ไหน

 

สนับสนุนโดย.    เวปยูฟ่าเบท

ดาว HV 2112

ระบบสุริยะที่ว่าใหญ่แล้ว ซึ่งองค์ประกอบของมันเป็นอะไรที่น่าศึกษาเป็นอย่างมากเพราะมันประกอบไปด้วย ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์แคระ ดาวหาง หรือสิ่งอื่นๆ อีกมากมายที่เรายังไม่รู้ว่ามันมีอยู่จริงๆ ในระบบสุริยะของเรา

และถ้าหากถามว่าอะไรใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ แน่นอนว่าคำตอบที่ได้คงหนีไม่พ้น    ดวงอาทิตย์อย่างแน่นอน เพราะดวงอาทิตย์นั้นเป็นศูนย์กลางของดาวเคราะห์ภายในระบบ และดวงอาทิตย์ที่ว่านี้ยังเป็นดาวฤกษ์ที่ค่อยส่งแสงสว่างมาให้กับโลกของเราและดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ในระบบอีกด้วย

ถ้าหากเราจะพูดถึงดวงดาวที่มีแสงสว่างในตัวเอง แน่นอนว่าสิ่งแรกที่คุณจะนึกถึงเลยก็คือดาวฤกษ์ เพราะมันเป็นดาวที่มีแสงสว่างในตัวเอง สำหรับในระบบสุริยะที่โลกของเราอาศัยอยู่นี้ ดาวฤกษ์ของเรามีชื่อว่าดาวอาทิตย์นั้นเอง และถ้าหากถามว่าดาวฤกษ์ที่มีแสงสว่างในตัวเอง

ที่ว่านี้นอกระบบสุริยะมีหรือไม่ แน่นอนว่ามันมีอยู่แล้ว แต่ลักษณะก็จะแตกต่างกันไป สำหรับในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับดาวฤกษ์ดวงหนึ่ง     ที่ไม่ได้อยู่ในระบบสุริยะของเรา นั้นก็คือ ดาว HV 2112 ดาวดวงนี้นั้นนักวิทยาศาสตร์ได้มีการกล่าวไว้ว่า    

ดาวฤกษ์ดวงนี้นั้นจะอยู่ในกาแลกซี่แคระที่อยู่ห่างจากโลกของเราออกไป 199,000 ปีแสง ซึ่งดาว HV 2112 นั้นจะมีลักษณะที่คล้ายกับดาวยักษ์ใหญ่แดงที่สว่างมาก แต่อย่างไรก็ตามดาวดวงนี้มันได้ถูกพิจารณาว่าเป็น    

  Tzoเพราะมันมีองค์ประกอบจำนวนมากที่ไม่ได้ถูกปล่อยออกมาเช่นดาวที่เป็นดาวยักษ์ใหญ่แดงทั่วๆ ไปนั้นเอง แต่อย่างไรก็ตาม ในจักรว่าที่กว้างใหญ่แห่งนี้นั้นมีสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นอีกมากมายโดยที่เราเองก็อาจจะยังหาคาตอบเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาได้ ในโลกของอวกาศนั้นมีน้อยคนนักที่จะสนใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับมันจริงๆ เพราะมันเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการหาคำตอบในสิ่งที่ได้มีการค้นพบมาได้ 

ไม่ว่าจะในระบบสุริยะ กาแลกซี่ หรือแม้แต่จักรวารที่กว้างใหญ่นั้น มีสิ่งที่น่าสนใจที่เราสามารถค้นพบได้อยู่ไม่น้อย ถ้าเราสนใจที่จะศึกษาเรื่องเกี่ยวกับอวกาศที่เราไม่สามารถไปสัมผัสด้วยตัวเองแล้วนั้นแต่   ก็ใช้ว่าเราไม่สามารถที่จะศึกษาเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ได้ ถึงแม้ว่าเรื่องที่เกี่ยวกับอวกาศที่ว่านี้จะเป็นอะไรที่เข้าใจยากแต่ก็ใช้ว่าจะไม่สามารถที่จะเข้ใจได้เลย เราต้องใช้ใจที่จะศึกษาและแน่นอนว่าคุณจะสนุกกับมัน

 

ได้รับการสนับสนุนเรื่องราวโดย.   เว็บคาสิโนออนไลน์อันดับ1

หลุมดำมวลยิ่งยวดที่ล้อมรอบด้วยฝุ่นและขยะอวกาศ

ถ้าถามว่าคุณรู้จักเรื่องที่เกี่ยวจักรวาร กาแลกซี่ ระบบสุริยะ หรือแม้แต่ดวงดาวต่างๆ มากแค่ไหนแน่นอนว่าเรื่องพวกนี้อาจจะเป็นเรื่องที่คุณไม่ได้นึกถึงเลยด้วยซ้ำ ว่าพวกมันจะมีการเกิดหรือมีที่มาจากอะไร เพราะคุณคงไม่ได้นึกว่ามันจะเป็นสิ่งสำคัญกับชีวิตของคุณ

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตางมถึงแม้ว่ามันจะไม่จะไม่ใช้เรื่องที่ใกล้ตัวคุณเลย แต่เรื่องของสิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็เป็นอะไรที่ละเลยไม่ได้ เพราะบางทีสิ่งที่อยู่นอกโลกอย่างวัตถุในอวกาศอาจจะเป็นอันตรายกว่าการที่คุณโดยปืนจ่อหัวเลยก็ว่าได้

สิ่งต่างๆ ที่อยู่ในอวกาศนั้นเป็นเรื่องยากที่ผู้คนธรรมดาๆ ยากที่จะเข้าถึงข้อมูลและได้ทำความรู้จัก  และทำความเข้าเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ว่ามันนั้น  มีความน่ากลัวมากแค่ไหน โดยเฉพาะสิ่งที่เราเรียกกันว่าหลุมดำ สำหรับหลุมดำที่ว่านี้ในจักรวาลนี้มีหลุมดำลักษณะต่างๆ มากมายที่นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์   

    ได้มีการค้นพบมากมาย  หลุมดำนั้นมีทั้งที่อยู่ในกาแลกซี่ทางช้างเผือกและกาแลกซี่อื่นๆอีกมากมาย หลุมดำนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวไม่แพ้การที่จะมีวัตถุนอกโลก   จะพุ่งมาชนโลกของเราเลย สำหรับว่านี้นั้นเราจะยกตัวอย่างหลุมดำที่ได้การค้นพบมาหนึ่งหลุม นั้นก็คือ หลุมดำมวลยวดยิ่งที่ล้อมรอบด้วยฝุ่นและขยะอวกาศ  หลุมดำ    

ที่กำลังหมุนอยู่นี้ได้มีการรวบรวมกลุ่มผงและกลุ่มซากขยะเอาไว้  ในรูปแบบที่คล้ายกับพายุทอนาโด ซึ่งขนาดของหลุมดำที่ว่านี้มีขนาดที่ใหญ่มากๆ มีการค้นพบหลุมดำที่ทรงพลังแบบนี้มากกว่า 30แห่ง ในการสำรวจของgoodsในปี 2004  สำหรับการสำรวจนี้ถือว่าเป็นการค้นพบที่คุ้มค่ามากๆ  ในการลงทุนและศึกษาต่อ ถึงแม้ว่าในการค้นพบครั้งนี้จะคุ้มค่ากับการลงทุนมากแค่ไหน  แต่ถ้าเราเข้าไปใกล้หลุมดำที่ว่านี้มากเกิดไปก็คงจะไม่เป็นการดีเป็นแน่ 

สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอวกาศนั้น อะไรที่ไกลตัวของเรามากๆ เพราะไม่มีความสนใจในเรื่องนี้หรือ      จะศึกษาเกี่ยวกับมันจริงๆ  ก็คงจะเป็นอะไรที่จะอธิบายให้เข้าใจยาก  เพราะมันเป็นเรื่องที่ที่ต้องอาศัยความเข้าใจจริงๆ เพราะแบบนี้กว่าที่นักวิทยาศาสตร์จะมีการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ที่พวกเขาได้มีการค้นพบจึงจำเป็นที่จะต้องหาคำที่สามารถอธิบายให้บุคคลทั่วไปได้รับรู้และเข้าใจได้ง่ายๆ และจะได้ไม่เป็นที่ข้องใจของคน      หมู่มาก

 

สนับสนุนโดย.   sexybaccarat

น้ำในโลก

 

 

ถ้าเราจะพูดถึงเรื่ององค์ประกอบของสิ่งต่างๆ แน่นอนว่ามันจะต้องมีรายละเอียดที่ซับซ้อนเป็นอย่างมาก ระบบสุริยะของเราเป็นอีกระบบหนึ่งที่มีองค์ประกอบที่ซับซ้อน และมีสิ่งต่างๆ ที่ยังเป็นความลับที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถค้นหาเจออีกมากมาย  ถ้าเราจะพูดถึงองค์ประกอบของมันคงจะเป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจนิดหน่อย แต่ถ้าได้ศึกษาลึกเข้าไปจริงๆ แน่นอนว่ามันจะต้องทำให้คุณทึ่งเป็นอย่างแน่แท้

โลกของเรานั้นมีองค์ประกอบต่างๆ ที่สำคัญมากมาย แน่นอนว่าหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญของโลกที่เรารู้จักกันดีเลยก็คือ น้ำ  น้ำในธรรมชาติหรือน้ำในโลกของเราจริง ๆ แล้วดูเหมือนว่าเยอะ แต่ว่าน้ำที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริงๆ นั้นมีอยู่น้อยมาก

  สำหรับน้ำจืดที่เราใช้อยู่ทั้งหมดนั้นมีแค่ 3% ในส่วน 97% ของทั้งหมดจะเป็นน้ำเค็ม  สำหรับน้ำในธรรมชาติก็จะแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆ คือน้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน น้ำผิวดิน  คือน้ำที่เราสามารถมองเห็นได้ก็จะแบ่งออกเป็นห้วย หนอง คลอง บึง ทะเล มหาสมุทรต่าง ๆ  ส่วนน้ำในดินจะแบ่งอออกเป็นสององค์ประกอบหลักคือ น้ำในดิน และน้ำบาดาล

สำหรับน้ำผิวดินเป็นอะไรที่ง่ายเอามาก ๆ โดยที่ไม่ต้องพูดถึง   แต่น้ำในดิน และน้ำบาดาล เราจะต้องรู้ความแตกต่างของมันน้ำในดินคือเวลามีฝนตกแล้วซึมลงไปในดิน เหมือนกันที่เราขุดสระลงไปที่ความลึกประมาณหนึ่ง  ก็จะมีน้ำขึ้นมาส่วนน้ำบาดาลที่ว่านี้มันจะอยู่ใต้ชั้นหิน คือข้างบนจะเป็นดินใต้ดินเหล่านั้นลงไปก็จะเป็นชั้นหินที่มีรูพรุน 

ซึ่งตัวน้ำบาดาลก็จะเก็บอยู่ในบริเวณนี้ซึ่งกว่าที่น้ำบาดาลนี้ จะผ่านชั้นหินที่มีรูพรุนไปได้มันก็เหมือนผ่านการกรองไปแล้วชั้นหนึ่ง ดังนั้น น้ำบาดาลเขาจึงถือว่าเป็นน้ำสะอาดระดับหนึ่ง จึงมีการขุดเพื่อที่จะสูบเอาน้ำบาดาลขึ้นไปใช้

สำหรับระดับน้ำบาดาล จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเหมือนกับระดับน้ำในดิน ซึ่งถ้าเรามีการสูบน้ำบาดาลไปใช้อย่างต่อเนื่อง  แสดงว่าในบริเวณที่มีน้ำบาดาลอยู่แล้วเราสูบมาใช้จนหมด บริเวณที่เคยมีน้ำบาดาลอยู่ก็จะกลายเป็นพื้นที่ว่าง แล้วผลกระทบที่ตามมาก็คงจะหนีไม่พ้นผืนดินทรุด ดังนั้นเมื่อมันจะเกิดผลกระทบที่ว่านี้ตามมา  

  ในบริเวณกรุงเทพฯ จึงมีการห้ามไม่ให้ขุดน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ แต่ในพื้นที่ที่ทำการเกษตรก็คงจะห้ามไม่ได้เนื่องจากว่าน้ำนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้พืชผักต่าง ๆ เจริญเติบโตได้ดี และได้ผลผลิตตามที่เราต้องการนั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    ufabetcn

ดาวบีเทลจุสมืดลง

อย่างที่เราทราบกันดีว่า ในระบบสุริยะของเรานี้ มีดาวดวงต่างๆ อาศัยอยู่มากมาย ซึ่งมีทั้งดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์น้อย ที่เป็นดาวที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง

ซึ่งดาวเหล่านี้จะต้องอาศัยแสงสว่างดาวดาวฤกษ์ ดาวฤกษ์ในระบบสุริยะของเราก็คือดาวอาทิตย์นั้นเอง และแน่นอนโลกของเราก็ได้แสงสว่างจากดวงอาศัยนำมาใช้ประโยชน์ต่างๆ มาก

หลายๆ คนจะรู้ดีว่าดาวฤกษ์ที่เรามักจะได้ยินกัน คือมันจะมีแสงสว่างในตัวเอง และส่งแสงส่องสว่างไปให้กับดาวบริวารของมัน ในระบบสุริยะดวงอาทิตย์ คือศูนย์กลางที่ค่อยส่งแสงสว่างมายังโลก นั้นก็แสดงว่าดาวอาทิตย์ของเราได้ชื่อว่าเป็นดาวฤกษ์

แต่เมื่อไม่นานมานี้นักดาราศาสตร์ได้สังเกตความผิดปกติของดาว   ดวงหนึ่ง ดาวดวงนั้นมีชื่อว่าดาว “บีเทลจุส” ซึ่งดาวที่ว่านี้เป็นดาวฤกษ์ที่มีแสงสีส้ม และเรายังสามารถมองเห็นมันได้ด้วยตาเปล่าอีกด้วย แต่นั้นก็ทำให้เรามองเห็นเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ เท่านั้น

อย่างที่เรารู้กันดีว่าดาวฤกษ์ที่มีแสงสว่างในตัวเอง มันย่อมมีอายุขัย และดาวฤกษ์แต่ละดาวนั้นก็มีอายุขัยที่แตกต่างกันไป หลังจากมันถึงอายุขัยก็ก็จะระเบิดแล้วก็กลายเป็นดาวแคระขาวในที่สุด และที่ว่าเราสังเกตเห็นความผิดปกติของดาวบีเทลจุสที่ว่านี้ก็คือ มันมีแสงที่เริ่มหรี่ลงอย่างเห็นได้ชัด

ซึ่งตอนแรกมันเป็นดาวฤกษ์ที่มีความสว่างมากจนอยู่ในลำดับที่10 ของดาวฤกษ์ที่มีความสว่างที่สุด  แต่ในปัจจุบันนี้มันได้ตกอันดับมาอยู่ในลำดับที่ 23 ในปลายปี 2019    ถึงต้นปี  2020 นี้นับว่าดาวบีเทลจุสมีความสว่างน้อยที่สุด นั้นก็หมายความว่ามีบางอย่างที่ไม่ปกติเกิดขึ้นกับมันแน่นอน

และนักดาราศาสตร์ได้มีการคาดการว่าดาวบีเทลจุส ที่ว่านี้มันกำลังที่จะสิ้นสุดอายุขัยของมัน     เร็วกว่าที่ได้มีการทำนายเอาไว้นับแสนปี  หลังจากที่บีเทลจุสได้มีการถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 8 ล้านปีก่อน และสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อมันถึงแกอายุขัยแล้วนั้น 

ก็คือการระเบิดครั้งใหญ่ที่มีชื่อว่าซูเปอร์โนวา  แล้วก็จะได้กลายเป็นดาวดวงใหม่เกิดขึ้นมาอีกครั้ง แต่การเกิดดาวดวงใหม่ที่ว่านี้ก็ไม่ใช่ว่าเมื่อบีเทลจุส ระเบิดแล้วผ่านไปหนึ่งวันก็จะเกิดเป็นดาวดวงใหม่ได้เลย แต่กว่าที่จะเกิดเป็นดาวดวงใหม่ได้นั้นก็ต้องใช้เวลาที่ยาวนานเป็นอย่างมาก ซึ่งเราคงจะไม่มีโอกาสได้เห็นดาวดวงใหม่ ที่กำลังจะเกิดในอนาคตเหล่านี้อย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย.    gclubเครดิตฟรี

 

ดาวคัลลิสโต มีความเป็นมาอย่างไร

หลายๆ คนคงจะทราบกันดีว่าอวกาศนั้นกว้างใหญ่มากแค่ไหน  ถ้านำโลกขอเรามาเปรียบเทียบแล้วบอกได้เลยว่าโลกของเราเปรียบเหมือนกับมดตัวน้อยๆ  น่ารักๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น อย่างที่เรานั่นรู้ๆ กันดีว่าโลกหรือแม้แต่ดาวงอาทิตย์

เป็นเพียงดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่อยู่ในระบบสุริยะ และแน่นอนว่าระบบสุริยะก็เป็นเพียงระบบหนึ่งในกาแลกซี่ที่มีชื่อว่า กาแลกซี่ทางช้างเผือกเช่นเดียวกัน ซึ่งถ้าเมื่อรู้แบบนี้แล้วถ้าคิดว่าโลกของเราเล็กแล้วแล้ว แต่เราที่อาศัยอยู่บนโลกนั่นตัวเล็กกว่าหลายเท่า

อย่างที่เรารู้ๆ กันว่าโลกและดาวเคราะห์ดวงต่างๆ ภายในระบบสุริยะของเรานั้นเป็นดาวบริวารของดวงอาทิตย์ ซึ่งแน่นอนว่าโลกของเรา   ก็มีดาวบริวารเช่นเดียวกันนั่นก็คือดวงจันทร์ที่มีจะเป็นสิ่งที่สวยงาม    เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าในยามค่ำคืน  แต่ถึงแม้วารโลกของเราจะดาวบริวารแต่ก็ใช้ว่าดาวเคราะห์ทุกดวงจะ   มีดาวบริวารเหมือนกับโลก แต่ดวงนั้นก็มีมากกว่าโลกของเราเสียอีก

เมื่อพูดถึงเรื่องดาวบริวาร ที่มีชื่อว่า     “คัลลิสโต” ดาวคัลลิสโตหรือก็คือดาวบริวารของดาวพฤหัสบดีนั้นเอง  ซึ่งดาวบริวารดวงนี้ถูกค้นพบครั้งแรกด้วยกาลิเลโอ โดยที่เมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 1610   ดาวบริวารดวงนี้นั้นประกอบไปด้วยหินและน้ำแข็งเป็นส่วนใหญ่ 

จึงทำให้คัลลิสโตเป็นเป็นเพียงมวลหนึ่งในสามของดาวพฤหัสบดีเท่านั้น ถึงแม้ว่าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของมันจะมีความใกล้เคียงดาวพุธมากถึง 99.9% ก็ตาม โดยที่เส้นผ่านศูนย์กลางของมัน ก็คือ 4,800 กิโลเมตร และนี้เป็นเพียงหนึ่งในดาวบริวารของดาวพฤหัสบดีเท่านั้น เพราะดาวเคราะห์ดวงนี้มีดาวบริวารต่างๆ มากมาย และแต่ละดวงก็มีลักษณะ

หรือสภาพบรรยากาศที่แตกต่างกันอีกด้วย ดาวพฤหัสบดีดวงนี้มีสิ่งที่น่าสนใจต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ได้มีเพียงแค่มีดาวบริวารมากเท่านั้น แต่ยังมีอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ต่างๆ ก็ได้ออกค้นหาความลับที่ซ้อนอยู่ภายในของมัน

สิ่งที่เราเข้าใจในตอนแรกๆ นั้นแน่นอนว่าคุณคงจะเป็นคนหนึ่ง ที่ไม่ค่อยได้สนใจหรือใส่ใจอะไรมากมายเกี่ยวกับอวกาศมากเม่าไหร่ จนทำให้มีการเข้าใจผิดเกี่ยวกับดาวบริวารที่จะว่ามีเพียงแค่โลกของเราเท่านั้นที่มีดาวบริวารคือดวงจันทร์

แต่นั้นเป็นความคิด ที่ผิดเอามากๆ เพราะดาวเคราะห์ดวงอีกก็มีดาวบริวารและอาจจะมีมากกว่าโลกของเรา อย่างดาวพฤหัสบดีก็ยังมีดาวที่มีบริวารมากกว่าโลกของเราเลย

 

สนับสนุนโดย.   ทางเข้าufabet168

หากโลกหมุนกลับทิศ จากที่เคยเป็น

ปกติเราทราบดีกันว่า การหมุนของโลก จะหมุนในทิศทวนเข็มนาฬิกา โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลานาน 1 ปี  และในช่วงเวลาเดียวกันก็หมุนรอบตัวเอง โดยหมุนจากขั้วโลกเหนือสู่ ขั้วโลกใต้ ใช้เวลา 24 ชั่วโมง  หรือมีความเร็วประมาณ 1,670 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

วิทยาศาสตร์เชื่อว่าการหมุนของโลก จะส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศของโลกอย่างมาก เนื่องจากแรงผลักและแรงดึงดูดที่เกิดจากการหมุนรอบตัวเอง และที่สำคัญส่งผลโดยตรงต่อรูปแบบการเคลื่อนไหวของกระแสน้ำในมหาสมุทร

จากการจำลองรูปแบบการหมุนรอบตัวเองกลับทิศของโลก  นักวิทยาศาสตร์มีการค้นพบ ข้อสนับสนุนที่ว่า พื้นที่ทวีปอเมริกาเหนือบางส่วน ในพื้นที่บางส่วนของสหรัฐอเมริกา  จนถึงตอนใต้ของประเทศบราซิล และอาร์เจนตินา กับตอนเหนือของจีน จะกลายเป็นทะเลทราย แต่กลับกันพื้นที่บางส่วนของทะเลทราย จะมีความชุ่มชื่น มีต้นไม้เขียวชะอุ่ม

และแอฟริกาตอนกลางจะกลายเป็นป่าชุมชื้น ไปจนครอบคลุมพื้นที่ตะวันออกกลางทั้งหมด  ในส่วนของยุโรปตะวันตก พบว่า จะเป็นน้ำแข็งเกือบตลอดทั้งปี และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์รายงานว่า จะพบ เชื้อแบคทีเรีย

ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างออกซิเจนผ่านกระบวนสังเคราะห์แสงเพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยพบเจอมาก่อน และจากที่เรามีความรู้เบื้องต้นว่า กระแสน้ำอุ่นในมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นตัวกำหนดภูมิอากาศของโลกจะหายไป

ทุกวันนี้โลกหมุนจากทิศตะวันตกไปหาทิศตะวันออก  จึงส่งผลให้ ประเทศทางด้านตะวันตกของไทยมีเวลาตามมาตรฐาน (UTC) ช้ากว่าไทย ในขณะเดียวกันประเทศทางตะวันออกของไทยก็มีเวลาตามมาตรฐานเร็วกว่าไทย   ซึ่งถ้าหากโลกหมุนในทิศตรงข้ามจากที่เคยเป็น  ซึ่งทั้งหมดนี้มันก็เปลี่ยนการเทียบเวลามาตรฐานกับประเทศอื่นกันใหม่ทั้งหมด

 ทีนี้ถ้าหากจะถามว่าถ้าโลกหมุนกลับทิศในทันที เหมือนกับในภาพยนต์ซุปเปอร์แมนภาคแรก ที่นำมาสร้างใหม่ก็หลายรอบ ที่สร้างเมื่อ 30 ปีก่อน ในภาพยนต์ พบว่าตัวละครซุปเปอร์แมนหมุนโลกกลับทิศทาง  เพื่อย้อนเวลากลับไปช่วยนางเอกจากความตาย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว  เราย้อนเวลาด้วยวิธีนี้ไม่ได้แน่นอน

  และถ้าหากตัวละครที่สร้างเป็นภาพยนต์ซุปเปอร์แมนทำแบบนี้จริง   มันก็จะกลายเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกนั่นเอง  เพราะปรากฏการณ์นี้น้ำทะเลในมหาสมุทรต่าง ๆ จะไหลขึ้นบนแผ่นดินด้วยแรงเฉื่อย 

ซึ่งหากเรามาลองนึกว่า  เรากำลังวิ่งโดยถือแก้วน้ำเต็มปรี่อยู่แล้ว แล้วหลังจากนั่น เราหยุดทันที  ก็จะพบว่าน้ำจะหกออกจากแก้ว  ซึ่งก็ทำนองเดียวกันน้ำในมหาสมุทรต่าง ๆ จะทะลักเข้าชายฝั่ง ด้วยมวลน้ำมหาศาลตลอดชายฝั่งของมหาสมุทร และมันก็จะรุนแรงยิ่งกว่าคลื่นน้ำจาก เหตุการณ์สึนามิจากแผ่นดินไหวที่เราได้เคยพบเห็นเสียอีก 

 

สนับสนุนโดย   www.ufabet.com ช่องทางเข้าเว็ปพนัน

โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia)

หลายๆ คนคงจะรู้จักโรคที่ติดต่อกันทางพันธุกรรมเป็นอย่างดี แต่หลายๆ คนอาจจะแค่เคยได้ยินแต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ โรคที่ติดต่อทางพันธุกรรมนั้นเป็นโรคที่ติดต่อผ่านพ่อและแม่มาสู่ลูก ทำให้เด็กที่เกิดมาป่วยเป็นโรคต่างๆ ที่แตกต่างกันไป

โรคที่ติดต่อกันทางพันธุกรรมที่คนส่วนใหญ่ที่ได้เห็นกันเป็นส่วนมากและคุ้นเคยเป็นอย่างดีคงหนีไม้พ้น  กลุ่มอาการดาวซินโดรม สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีความผดปกติมาตั้งแต่เกิดซึ่งสาเหตุของมันก็เกิดจากการที่โคโมโซมคู่ที่ 21 เกินมาหนึ่งแท่งนั้นเอง 

โรคที่สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางพันธุกรรมนั้นมีอยู่มากมาย โดยที่ไม่ได้มีแต่ผู้ป่วย กลุ่มอาการดาวซินโดรมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีโรคที่เกิดจากโคโมโซมมีความผิดปกติอีกมากมายโดยที่คุณยังไม่รู้    โรคที่เกิดจากความผิดปกติทางโคโมโซมนั้น

  ก็ถือว่าเป็นโรคที่ติดต่อทางพันธุกรรมเช่นเดียวกัน โรคติดต่ออีกอย่างหนึ่งที่ทุกคนรู้จักกันดีคงจะหนีไม่พ้นโรคที่การจากการมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า โดยที่ไม่มีการป้องกัน แบบนี้ก็เรียกว่าโรคติดต่อเช่นเดียวกัน

สำหรับในวันนี้เราจะมาพูดถึงโรคที่ติดต่อทางพันธุกรรมที่เกี่ยวกับเลือดที่มีชื่อว่า โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) หรือโรคเลือดจางนั้นเอง โรคธาลัสซีเมียนี้เป็นโรคเลือดจางชนิดรุนแรงที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากยีนด้อย ที่พบมากที่สุดในประเทศของเรา

ในประชากรไทยของเราจะพบลักษณะของผู้มีพันธุกรรมแฟงหรือในสมัยก่อนเราอาจจะเรียกว่าผู้ที่เป็นพาหะธาลัสซีเมีย ประมาณ 30-40% สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ว่าแผนการตั้งครรภ์ที่จะมีบุตร ก็จะมีการตรวจคัดกรองธาลัสซีเมียก่อน อย่างที่เราได้กล่าวไว้ตอนแรกว่าโรคธาลัสซีเมียนี้เป็นโรคเลือดจางชนิดรุนแรง

เป็นโรคทางพันธุกรรมที่มีความผิดปกติในการสร้างฮีโมโกลบิน  ซึ่งเป็นสารสีในเม็ดเลือดแดงทำให้ทำให้เม็ดเลือดแดงมีความผิดปกติ ดังนั้นก็อาจะทำให้เกิดภาวะซีดอย่างรุนแรงได้ และถ้าหากว่ามีการตรวจพบว่าในพ่อแม่คนใดคนหนึ่งมียีนแฟงของพาหะอยู่ โอกาสที่ลูกจะเป็นโรคธาลัสซีเมียนั้นก็อยู่ที่ 50%

อย่างไรก็ตามถ้าคุณต้องการที่จะมีลูกจริงๆ ก็ควรจะปรึกษาแพทย์และทำการตรวจโรคที่คุณอาจจะสามารถติดต่อกันทางพันธุกรรม และจะไดมีวิธีการดูแลร่างกายเพื่อให้ลูกที่กำลังจะเกิดมาของคุณให้เขามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงโดยที่ไม่มีโรคทางพันธุกรรมใดๆ ที่ติดมากับเขาด้วย เพราะยังไงกันไว้ก็ดีกว่าแก้แน่นอน

 

สนับสนุนโดย   gclub ฟรีสปิน

การตรวจจับคนแปลกหน้า

เมื่อเห็นชื่อเรื่องแล้วหลายๆ คนอาจจะแปลกใจว่าการตรวจจับคนแปลกหน้านี้จะต้องเป็นอะไร       ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีอย่างแน่นอน แต่คุณอย่างพึ่งตัดสินอะไรเพียงแค่ภายนอกเท่านั้น เพราะทันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดก็ได้ใครจะไปรู้ ใช่แล้ว

ละวันนี้เราไม่ได้จะมาพูดเกี่ยวกับเทคโนโลยีอะไรทั้งนั้น เพราะสิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงนี้ มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความสามารถของสิ่งๆ หนึ่ง ซึ่งเชื่อได้เลยว่าทุกคนอรู้จักสิ่งนี้กันเป็นอย่างดี เพราะเราสามารถที่จะพบเห้นมันได้ทั่วๆ ไป

ในตอนนี้หลายคนก็คงจะอยากรู้กันแล้วว่าสิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงกันนี้มันคืออะไรกันแน่ และสิ่งนั้นก็คือพืชนั้นเอง หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าพืชนั้นมีความสามารถที่ซ้อนเอาไว้มากมายโดยที่เราไม่รู้เลย ทั้งๆ      ที่มันก็เป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี มีพืชชนิดที่แปลกและไม่เหมือนใครเป็นอย่างมาก เพราะพวกมัน        

มีความสามารถในการเจริญเติบโตได้ดีในหาดทราย แต่นั้นยังไม่ใช่ความสามารถทั้งหมดที่มีของมัน เพราะเจ้าพืชชนิดนี้ยังมีควมสามารถที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นอีก ถ้าหจ้าพืชที่ว่านี้รู้สึกว่าพืชใกล้เคียงกับมันไม่ได้  

      มีความเกี่ยวข้องอะไรกัน มันจะทำการงอกรากที่สามารถดูดซับสารอาหารในดินอย่างรุนแรงออกมา เพื่อที่จะแย้งสารอาหารต่างๆ ภายในดิน และทำให้เจ้าพืชแปลกหน้าต้นนั้นตายไปในที่สุด แต่ถ้าหากว่าพืช   ที่อยู่ใกล้เคียงกับมัน เป็นพืชในตระกูลเดียวกัน

อย่างเช่นพวกผักกาดต่างๆ เจ้าพืชชนิดนี้ก็จะทำการยกเว้นการปล่อยรากดูดซับสารอาหารที่รุนแรงนี้ออกไป เชื่อได้เลยความสามารถของพืชชนิดนี้เป็นความรู้ที่ใหม่เอามากๆ เพราะน้อยคนนักที่จะรู้ว่าพืชสามารถที่จะทำสิ่งเหล่านี้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเอามากๆ เลยทีเดียว แน่นอนว่าสิ่งนี้ไม่ใช่ความสามารถเพียงอย่างเดียวที่พืชสามารถทำได้

เพราะมันยังมีอะไรที่มากกว่านั้น สำหรับพืชแล้วมันไม่ใช่เพียงแค่สิ่งที่เรานำมาประกอบอาหาร หรืนำมาเป็นของตกแต่งเท่านั้น แต่มัน   ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เราได้อีกด้วย และเชื่อได้เลยว่าถ้าหากใครที่กำลังสนใจในการศึกษาเกี่ยวกับความสามารถของพืชนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเอามากๆ และมันยังน่าสนใจไม่ได้น้อยไปกว่าการศึกษาสิ่งที่อยู่นอกโลกเลยด้วยซ้ำ 

สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ป่าที่เต็มไปด้วยพืชชนิดต่างๆ นั้นถือว่าเป็นปอดที่ใหญ่ที่สุดของเราเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเราควรที่จะช่วยกันคอยดูแลปกป้องป่า ไม่ให้มีผู้บุกรุกไปทำลายปอดของเราได้ เพราะถ้าหากไม่มีป่าไม่อยากจะคิดเลยว่ามนุษย์และสัตว์จะเป็นอย่างไร

 

สนับสนุนโดย   ufabet เว็บแม่