สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาในอวกาศ

หลายๆ คนนั้นคงจะรู้กันดีว่ามนุษย์โลกอย่างเราๆ นี้ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับอวกาศมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน มีหลายสิ่งหลายาอย่างที่นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ได้ค้นพบ ซึ่งแน่นอนว่าบางเรื่องเราเองก้เคยได้เรียนกันในบทเรียนเกี่ยวกับวิยาสาสตร์ทั่ว ๆ ไปด้วยเช่นกัน

แล้วทุกคนเคยสงสัยหรือเปล่าว่าในอวกาศนั้นนอกจาก ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ โลก และดาวเคราะห์อื่น ๆ ในระบบสุริยะของเรา มันยังมีอะไรอีกไหม แน่นอนว่าคำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตเอามาก ๆ เลยก็ว่าได้

สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ชื่อนี้คงจะเป็นอะไรที่น้อยคนนักที่จะเคยได้ยินกัน แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่อะไร และหลายคนคงจะเคยได้ยินกันมาบ้าง แล้วคุณเชื่อไหมว่าในอวกาศก็มี แถมมันยังเป็นที่ที่ลึกลับซับซ้อนมากเหมือนกันกับที่มีอยู่ในโลกของเราสะด้วยสิ สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาที่ว่านี้มันอยู่ในบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้

ซึ่งเหล่าบรรดานักบินอวกาศนั้น พวกเขาไม่ค่อยอยากที่จะเข้าใกล้สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาที่ว่านี้เท่าไหร่นัก ถ้าหากว่าไม่จำเป็นจริง ๆ เพราะมันเกิดปรากฏการณ์แสงเฟลชขนาดใหญ่ที่เรียกว่า SAA โดยมันจะเกิดขึ้นมาโดยที่ไม่มีเสียงใดเพื่อที่จะแจ้งเตือนเราก่อนล้วงหน้าเลย แสงท่ว่านี้ไม่เป็นอันตรายต่อผู้คน แต่มันจะทำให้ระบบคอมพิวเตอร์เกิดอาการรวนอย่างหนัก  จนกระทั้งจะต้องซ้อมกันยกใหญ่ เพราะฉนั้นไม่ว่ายานอวกาศ

สถานีอวกาศ หรือแม้แต่ดาวเทียมก็ตามถ้าหากว่าเผลอเข้ามาในบริเวณนี้ก็มีสิทธิ์ที่จะกลับบ้านแบบมึนๆ ได้เหมือนกัน ในส่วนของสาเหตุของปรากฏการณ์ที่ว่าน่าจะเกิดมาจากรักสีที่มีความเข้มข้นสูงก็ได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และโลกก็ตาม

แต่มันก็เล่นทำให้ระบบคอมพิวเตอร์พังไม่เป็นท่าแบบนี้ใครที่เซฟงานไมม่ทันก็คงต้องรับกำกันต่อไปแล้วละ และคงจะเป็นเพราะเหตุผลที่ว่านี้พื้นที่ในบริเวณถึงไม่มีเครื่องบินบินผ่านเลย   แต่ให้มันจะเป็นเส้นทางที่ใกล้กว่าแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นเส้นทางที่ดีที่สุด

เพราะถ้าหากเกิดว่ามันมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาในระหว่างที่เครื่องบินกำลังบินผ่านไป ไม่อยากจะคิดเลยว่าระบบคอมพิวเตอร์ที่แปรปรวนแบบนี้จะสามารถบังคับเครื่องบินไม่ให้ตกลงสู่พื้นได้อย่างไร

 ดังนั้นจะเป็นการดีกว่าถ้าหากว่าเลือกไป ในเส้นทางที่ไกลกว่าแต่มีความปลอดภัยสูงกว่าเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามนี้ไม่ใช้เรื่องที่แปลกใหม่อย่างที่เราได้บอกไปข้างต้นเพราะเรื่องนี้ได้ถูกค้นพบมาเมื่อนานมากแล้ว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย     ีดฟิำะ

สิ่งมีชีวิตจากสวรรค์

อย่างที่เรานั้นรู้ๆ กันดีว่าคนไทยส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาพุทธกัน  และจะเชื่อเรื่องของบาปบุญคุณโทษ เชื่อว่าถ้าใครทำดีก้จะได้ดี ถ้าใครทำชั่วก็จะได้ชั่ว และคนส่วนใหญ่ที่นับถือศาสนาพุทธ  ก็ยังเชื่ออีกด้วยว่า ถ้าใครทำดีปฏิบัติดีเมื่อตายไปแล้วก็จะได้ไปอยู่สวรรค์

แต่ถ้าใครที่คิดชั่วและปฏิบัติไม่ดีไม่ชอบ   เมื่อตายไปแล้วก็จะต้องไปชดใช้กรรมที่นรก   เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่เราเองก็พิสูจน์  ไม่ได้ว่ามันคือเรื่องจริงมากน้อยแค่ไหน เรื่องที่ว่านี้เราไม่สามารถที่จะบอกให้ใครเชื่อก็ได้  หรือไม่เชื่อก็ได้ ต้องแล้วแต่ที่เรานั้นจะพิจารณา

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าในปัจจุบันวิทยาศาสตร์  จะได้มีการแนะนำว่าดาวเคราะห์หรือแม้แต่กาแล็กซี่เอง จะสามารถก่อตัวหรือสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาได้   แต่วิทยาศาสตร์ก็ได้มีการบ่งชี้ว่าสิ่งมีชีวิตที่มีสารประกอบอินทรีย์นั้น สามารถที่จะก่อตัวขึ้นบนดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ นอกโลกของเราได้ ด้วยความ     รวมมือและความช่วยเหลือจากบรรยากาศของดาว

  และโครงสร้างของดาวอื่นๆ ที่มีการโคจรอยู่ในบริเวณ   ที่ใกล้เคียง เมื่อได้มีการใช้กล้องโทรทัศวิทยุ (ALMA) ในประเทศชิลี สารอินทรีย์จะถูกตรวจจับได้ในเมฆ Magellanic ใหญ่ ซึ่งเป็นดาราจักรบริวารของกาแล็กซี่ทางช้างเผือกของเรา ซึ่งมันจะอยู่ห่างจากเราออกไปเพียงไม่ถึง 50 กิโลพาร์เซก มันถือว่าเป็นดาราจักรวารที่อยู่ใกล้ทางช้างเผือกของเราเป้นอันดับที่สาม

        การตรวจพบโมเลกุลอินทรีย์ที่ซับซ้อน  เช่น เมทานอล ไดเมทิลอีเทอร์ และเมทิวฟอร์เมต ซึ่งทั้งหมดที่ได้    มีการกล่าวมานี้มันมีความสำคัญกับชีวิตอินทรีย์   นอกจากมันจะถูกตรวจพบในเมฆ Magellanic ใหญ่แล้ว ยังได้มีการตรวจพบสารอินทรีย์ดังกล่าวอยู่ในอีกสองแห่ง ในเนบิวลา กลุ่มเมฆหมอกขอฝุ่น ก๊าส และพลาสมาในอวกาศที่แสนจะกว้างใหญ่

สิ่งนี้นั้รแสดงให้เราได้เห้นว่า เวลาและสถานที่ทที่เหมาะสมที่สุด สารประกอบเหล่านี้สามารถที่จะก่อตัวเป็นโมเลกุลขึ้นมาได้   ที่จะได้กลายเป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตในเนบิวลาได้ ซึ่งพวกมันสามารถที่จะสร้างโครงสร้างทางชีวะภาพ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

และจะยังทำให้พวกมันวิวัฒนาการตัวมันเองได้ โดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องมัฟังก์ชั่น  พื้นฐานของแรงโน้มถ่วง เฉกเช่นบนโลกของเรา ซึ่งเรานั้นไม่สามารถที่จะจินตนาการได้เลยว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร

และก็ไม่แน่ว่าในปัจจุบันนี้พวกมันอาจจะมีตัวตนอยู่จริงแล้วก็ได้ และได้เดินทางไปมาอย่างอิสระในอวกาศ รวมไปถึงการเดินทางมายังโลกของเราซึ่งมันจะมมาในรูปแบบของพลังงานลึกลับบางอย่างที่เราอาจจะคุ้นเคยกันดี เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตจากสวรรค์นั้นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  UFABET เว็บตรง

สิ่งมีชีวิตที่มีมีเทนเป็นพื้นฐาน

อย่างที่เรานั้นรู้ๆ กันดีว่าพื้นฐานชีวิตของคนทุกคนนั้น มีไม่เท่ากัน แน่นอนว่าฉันก็เป็นคนหนึ่ง       ที่ไม่ได้มีพื้นฐานชีวิตที่ดี  แต่มีสิ่งหนึ่งที่เรานั้นเหมือนกันรู้ไหมว่าคืออะไร สิ่งนั้นก็คือความเป็นมนุษย์ยังไงละ เพราะมนุษย์นั้น ต้องการอาหารและน้ำดื่มในการดำรงชีวิต

และถ้าหากว่าวันหนึ่งต้องขาดสิ่งเหล่านี้ไปต่อให้คุณจะรวยมากแค่ไหนก็ไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่รอดได้อย่างแน่นอน และสิ่งที่มนุษย์ทุกคนจะหลีกเลี้ยงไม่ได้เลยนั้นก็คือ ความตาย ไม่มีใครที่จะหลีกเลี้ยงสิ่งนี้ได้

มีเทนนั้นเป็นสารประกอบไฮโดนคาร์บอน พวกแอลเคน เป็นแก๊สที่ไม่มีสี และยังสามารถติดไฟได้อีกด้วย ซึ่งมีสภาพแวดล้อมบางอย่างนอกโลกที่มีเทนจะมีความแพร่หลายมากกว่าน้ำที่อยู่บนโลกของเรา  

ซึ่งไททันที่เป็นดวงจันทร์ดวงหนึ่งของดาวเสาร์ก็ถือว่าเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นเกี่ยวกับมีเทน จากแบบจำลองคอมพิวเตอร์สิ่งที่ชีวิตที่พึ่งพามีเทนนั้นจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น และรวมไป ถึงบรรยายกาศที่ไม่มีออกซิเจนโดยสิ้นเชิง และแบบจำลองคอมพิวเตอร์ยังได้เปฺดเผยอีกด้วยว่าพนังเซลล์สามารถถูกสร้างขึ้งได้

ซึ่งจะเกิดขึ้นในมีเทนเหลวที่อุณหภูมิติดลบถึง 180 องศาเซลเซียส นอกเนื่องจากข้อเท็ดจริงที่ว่าเยื้อหุ้มเซลล์สามารถถูกสร้างขึ้นได้ด้วยโมเลกุลของไนโตรเจน คาร์บอน และไฮโรเจน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าปัจจัยเหล่านี้นั้นมีอยู่ในมหาสมุทรของไททัน

และสิ่งนี้ก็คมายความว่าอาจจะมีสิ่งมีชีวิตที่มีรูปแบบที่เรียบง่ายซึ่งจะอาศัยอยู่ในมหาสมุทรน้ำแข็งมีเทนบนดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์ดวงนี้ เช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตที่มีแอมโมเนียเป็นพื้นฐาน สิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรมีเทนนั้นจะเคลื่อนที่ได้ช้ากว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลกของเรามาก

รวมไปถึงการวิวัฒนาการและการเผาผลาญที่ช้า วึ่งมันจะเกิดขึ้นเนื่องจากอุณหภูมิที่เย็นและเยือก ที่จำเป้นในการรักษามีเทนให้อยู่ในรูปของของเหลวต่อไป อย่างไรก็ตามเรื่องรวม  ที่เราได้กล่าวไปนั้นเป็นเพียงสิ่งที่เราคิดว่า 

น่าจะมีและสามารถใช้มีเทนเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตที่เป็นของเหลวแทนการใช้น้ำเหมือนกับมนุษย์ ถ้าหากว่าสิ่งที่ว่านี้มีอยู่จริงมันก็คงเป็นเป็นเรื่องที่พิเศษเอามากๆ 

สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามมีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมายที่อยู่ในจักรวารที่กว้างใหญ่แห่งนี้ ยังมีอีกหลายสิ่งที่เรานั้นยังไม่รู้และยังไม่ได้มีการถูกค้นพบเพราะว่าสิ่งเหล่านั้นอาจจะรู้พวกคุรใหเออกไปตามหาพวกมันอยู่ก็เป็นได้ใครจะไปรู้ว่าไหม

 

ขอขอบคุณ  เว็บพนันแทงบอล คาสิโน บาคาร่า  ที่ให้การสนับสนุน

เอพิมีเทียสและเจนัส

มีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่เกิดขึ้นและผ่านเข้ามาในชีวิตของเราเพื่อให้เกิดการเรื่องรู้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องดีหรือแม้แต่เรื่องไม่ ดีก็ตาม และเมื่อพูดถึงเรื่องของการเรียนรู้ ถ้าจะไม่พูดถึงเรื่องของสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่รอบ ๆ ตัวของเราก็จะเป็นสิ่งก่อให้เกิดความรู้มากที่สุด

หลายเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วเรานั้นพยายามที่จะหาคำตอบแต่ก็ไม่เจอ แต่เชื่อได้เลยว่าถ้าหากคุณไม่หยุดที่จะพยายามที่จะหาคำตอบเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น แน่นอนว่าอีกในไม่ช้าก็เร็วจะต้องเจอคำตอบที่ตามหาแน่นอน

เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนจักรวาร ที่แสนจะกว่าใหญ่นั้นเป็นสิ่งที่น้อยคนนัก  จะให้ความสนใจและจะลองศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนนั้น และในปัจจุบันนี้ถึงแม้ว่าโลกของเรานั้นจะ                 มีเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้า ไปใกล้กว่าที่เคยผ่านมามาก แต่นั้นก็ยังไม่สามารถที่จะสำรวจ        จักรวารได้ทั้งหมดอยู่ดี  จักรวารนั้นซ่อนความลับต่าง ๆ เอาไว้มากมาย

เช่นเดียวกับระบบสุริยะของเราถึงแม้ว่ามันจะมีขนาดที่เล็กว่าจักรวาร   แต่ความลับที่มันได้ซ้อนเอาไว้ไม่ได้น้อยไปกว่าจักรวารเลย อย่างที่เรานั้นรู้ๆ กันดีว่าดาวเสาร์ที่เป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะของเรานั้น ดวงจันทร์บริวารที่โคจรอยู่รอบ ๆ ตัวของมันมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก

และไอพิมีเทียสและเจนัส ก็เป็นอีกหนึ่งในดวงจันทร์บริวารของมันที่มีความน่าสนใจเช่นเดียวกัน ดวงจันทร์สองดวงนี้เป็นดวงจันทร์บริวารคู่แฝดที่โคจรไปรอบ ๆ ดาวเสาร์พร้อม ๆ กัน วงโคจรของพวกนั้นเกือบจะเหมือนกันรัศมีวงโคจรต่างกันเพื่อ 50 กิโลเมตรเท่านั้น 

และที่น่าประหลาดใจเลยก็คือ  มันยังมีการสลับวงโคจรกันอีกด้วย เปลี่ยนจากอยู่วงนอกไปอยู่วงใน  เปลี่ยนจาก  วงในไปอยู่วงนอกกันทุกๆ 4 ปีช่วงที่อยู่ใกล้กันที่สุดห่างกันเพียง 9,900 กิโลเมตรเท่านั้น

แทบจะเรียกได้ว่าอยู่เคียงบ่าเคียงไหลกันเลยก็ว่าได้ และด้วยเหตุผลที่ว่านี้ นักวิทยาศาสตร์จึงมีความเชื่อวว่ามันเคยเป็นดาวดวงเดียวกันมาก่อน  แต่ถึงอย่างไรก็ตามมันก็เป็นดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์ ที่อยู่เป็นคู่กันที่มีความน่าสนใจเอามากๆ เพราะถ้าให้เปรียบมันเหมือนกับความรักของหนุมสาว มันก็คงจะเป็นความรักมั่นคงเอามากๆ

เพราะถ้าดูๆ แล้วมันมีการสลับที่กับเหมือนกับว่าไม่มีใครอยู่เหนือกว่าใคร ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์ในการตัดสินใจเท่ากัน เพราะแบบนี้ถ้าจะให้เปรียบพวกมันเป็นนอกจากแฝด มันก็คงเป็นดวงจันทร์คู่รักที่สมบรูณ์แบบเอามากๆ เลยทีเดียวก็ว่าได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   gclub slot เล่นผ่านเว็บ

Contagion หนังนำร่องไวรัสโคโรน่า

Contagion เป็นภาพยนตร์ที่เปิดตัวในปี 2011 เกี่ยวกับการระบาดของไวรัสที่เรียกว่า MEV-1 ซึ่งสามารถฆ่าคนได้ระหว่าง 25 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อ 

เป็นหนังเพียงไม่กี่เรื่องที่ Hollywood สร้างภาพให้เห็นถึงกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ทั้งความสำเร็จและความผิดหวัง นั่นคือสิ่งที่ทำให้ Contagion ไม่เหมือนใคร แม้ว่าจะไม่ถูกต้องไร้ที่ติ แต่ก็ไม่ใช่สารคดี NOVA – การแพร่กระจายได้รับการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างดีเมื่อเทียบกับบล็อกบัสเตอร์วิทยาศาสตร์ -y

กำกับการแสดงโดยสตีเวน โซเดอร์เบิร์ก – นักแสดงทั้งหมดมี มาเรียน คอติลาร์ด, แม็ตต์ เดมอน, ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น, จู๊ด ลอว์, กวินเนะ พัลโธรว์ และ เคท วินสเลต 

เรื่องราวเริ่มต้นด้วย เบธ อิมฮอฟ (พัลโรว์) ที่ไอในสนามบินในชิคาโกระหว่างทางกลับบ้านไป Minneapolis หลังจากเดินทางไปทำธุรกิจที่ฮ่องกง อีกไม่นานเธอก็เริ่มมีอาการชักและฟองออกมาที่ปาก ในขณะเดียวกันคนอื่น ๆ ทั่วโลก – ในโตเกียวลอนดอนและฮ่องกงต้องทนทุกข์กับอาการแบบเดียวกัน

ชุดของภาพที่เน้นอย่างระมัดระวังและฉากที่วางไว้อย่างมีเทคนิคเน้นว่าทุกสิ่งในโลกเป็นเวกเตอร์ที่มีศักยภาพสำหรับไวรัสที่อันตรายถึงชีวิต: เมื่อมีผู้ติดเชื้อนับล้านทั่วโลกถูกกักบริเวณและผู้คนก็กลัวที่จะไปเดินทางออกนอกบ้านหรือแม้กระทั่งการพูดคุยสนทนากัน

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคในแอตแลนต้ารัฐจอร์เจียและองค์การอนามัยโลกในกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ทำงานไม่หยุดเพื่อระบุที่มาของโรคสร้างวัคซีนและแจ้งให้ประชาชนทราบโดยไม่ตื่นตระหนก แต่พวกเขาไม่สามารถหยุดการจลาจลหรือปล้นสิ่งของได้

MEV-1 ซึ่งเป็นหนังแสดงให้เห็นความร้ายกาจของไวรัส จากไวรัสที่มีพาหะคือค้างคาว ถูกค้นพบในปี 1999 เมื่อเกิดการระบาดของโรคสมองและปอดในสุกรและผู้คนในประเทศมาเลเซีย ในภาพยนตร์ MEV-1 คร่าชีวิตผู้คนภายในไม่กี่วัน แต่ในชีวิตจริงระยะเวลาการฟักตัวของ Nipah – และไวรัสร้ายแรงถึงชีวิต – จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์

เมื่อ CDC ระบุเชื้อไวรัสที่มีชีวิตอ่อนแอลงเพราะสารที่ได้รับจากลิงช่วยป้องกันโรคนี้ได้- และหลังจากนักวิทยาศาสตร์ของ CDC อัลลี่ เฮกทอล (เจนนิเฟอร์ เอลี่) มนุษย์คนแรกที่เป็นหนูทดลองในการหายาต้านไวรัสชนิดนี้ มีการสร้างวัคซีนจำนวนมากขึ้นมาใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เชื้อโรคนี้เกิดจากการมีเกิดจากการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างค้างคาวกับหมู

และไม่น่าเชื่อว่าเนื้อเรื่องของ Contagion จะคล้ายกับสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าที่เกิดขึ้นในโลกมนุษย์เวลานี้ ต้องคอยดูว่าเราจะสร้างวัคซีนเพื่อกัดโรคร้ายนี้ได้อย่างรวดเร็วเมื่อไหร่ ซึ่งในภาพยนตร์ MEV-1 ก็คือชื่อเชื้อโรคที่ร้ายแรงต่อมนุษยชาติโดยแท้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   เวปยูฟ่าเบท

นิวยอร์ก-อเมริกาอ่วมติดเชื้อกว่า 76000 ราย

ปัจจุบันสหรัฐอเมริกามีการติดเชื้อ COVID-19 ที่ได้รับการยืนยันมากที่สุดในประเทศใด ๆ โดยมีผู้ป่วยมากกว่า 203,000 รายในวันพุธ มหานครนิวยอร์กกลายเป็นจุดสนใจใหม่ล่าสุดของการระบาดโดยมีผู้คนมากกว่า 44,900 คน ทดสอบเลือดเป็นบวก ณ เวลานั้น 

และการระบาดครั้งใหญ่แพร่กระจายไปในเมืองต่าง ๆ เช่น Seattle และ New Orleans แต่ข้อมูลระดับรัฐอาจซ่อนฮอตสปอตในพื้นที่ที่มีประชากรน้อยกว่า

เวลานี้ทีมจากมหาวิทยาลัยชิคาโกได้ทำแผนที่ยืนยันการติดเชื้อ COVID-19 ต่อเขตและปรับขนาดประชากร การค้นพบของนักวิจัยเปิดเผยกลุ่มที่สำคัญในส่วนต่างๆของจอร์เจียอาร์คันซอและมิสซิสซิปปีท่ามกลางพื้นที่อื่น ๆ แม้ว่าประชากรที่เกี่ยวข้องอาจมีขนาดเล็กกว่าของนิวยอร์กหรือซีแอตเทิลพวกเขาอาจได้รับผลกระทบจากโรคอย่างไม่เป็นสัดส่วน

มาริเนีย โคลัค ผู้ช่วยผู้อำนวยการสารสนเทศด้านสุขภาพของศูนย์วิทยาศาสตร์อวกาศแห่งมหาวิทยาลัยชิคาโกกล่าวว่า เมื่อคุณเปลี่ยนจากข้อมูลระดับรัฐเป็นข้อมูลระดับเขตคุณจะได้รับข้อมูลมากขึ้น ตัวอย่างเช่นมีหลายพื้นที่ในภาคใต้ที่ประชากรมีขนาดเล็กกว่ามาก แต่สัดส่วนของคนที่มี [COVID-19] นั้นใหญ่กว่ามาก นั่นอาจทำให้เกิดความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นเพราะถึงแม้ว่าจะมีคนน้อยกว่าที่ติดเชื้อไวรัส

ในตอนแรกทีมทำแผนที่ใช้ข้อมูลจากตัวติดตามประชาชน ที่มาจากระดับเขตและตรวจสอบความถูกต้องกับการประมาณการจากแผนกสุขภาพของรัฐ นักวิจัยได้รวมข้อมูลจากแหล่งอื่น ๆ และพวกเขาร่วมมือกับเพื่อนร่วมงานของพวกเขาที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซินแมดิสันเพื่อตรวจสอบข้อมูลนั้น 

กลุ่มมหาวิทยาลัยชิคาโกรวบรวมข้อมูลทั้งในระดับรัฐและเขตโดยดูที่กรณีที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ, การเสียชีวิตและจำนวนผู้ป่วย ตามสัดส่วนของขนาดของประชากร ทีมยังได้สร้างภาพข้อมูลแบบอินเทอร์แอคทีฟซึ่งแสดงวิวัฒนาการของฮอตสปอตในภูมิภาคเมื่อเวลาผ่านไป

ข้อมูลแสดงให้เห็นถึงรูปแบบที่น่าแปลกใจบางอย่างในอัตราการติดเชื้อในระดับเขตหลังจากปรับขนาดประชากร ตัวอย่างเช่นกลุ่มหลายเขต – เช่นกลุ่มรอบ Albany, Ga., Detroit, Nashville, Tenn. และบางส่วนของ Mississippi และ Arkansas – มีจำนวนผู้ป่วยต่อหัวค่อนข้างมาก 

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม กลุ่มมลรัฐ ครอบคลุมรัฐนิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์และแมสซาชูเซตส์ยังคงมีการติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันมากที่สุดทั้งโดยรวมและต่อหัว: 76,273 รายหรือประมาณ 22 ต่อ 10,000 คน กระนั้นอัลบานีกามีจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับสองต่อหัว: 13 รายต่อ 10,000 คน ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าฮอตสปอตอื่น ๆ ที่รู้จักกันดีเช่นซีแอตเทิลซึ่งมีประมาณแปดรายต่อ 10,000 และซานฟรานซิสโกซึ่งมีสองต่อ 100,000

อเมริกามีผู้ติดเชื้อ covid-19 มากกว่า 376,000 คน รักษาหายแล้วประมาณ 20,000 คน และเสียชีวิตมากกว่า 11,750 คน

 

ขอบคุณ  gclub  ที่ให้การสนับสนุน

การใช้โซเชียลของคนในยุคปัจจุบัน

การใช้โซเชียลของคนในยุคปัจจุบันนี้แตกต่างกัน  ซึ่งแต่ละคนมีเหตุผลการใช้บางคนใช้เพื่อหารายได้  บางคนใช้เพื่อค้นหาความรู้  บางคนใช้เพื่อติดต่อกับเพื่อน  บางคนใช้เป็นเพื่อนแก้เหงา

ฉันเองก็เป็นหนึ่งคนที่ใช้โลกของโซเชียล  แต่ฉันใช้ค้นหาความรู้ต่างๆ  ดูข่าวสารบ้านเมือง  เหมือนตอนนี้คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับข่าว โรคโควิด 19 ซึ่งกำลังสร้างความหวาดกลัวให้คนไปทั่วโลก  ฉันเองก็ติดตามข่าวจากทางทีวี 

และก็ติดตามข่าวทางโซเชียลที่มีคนแชร์กันมาเรื่อย ๆ  อาจจะเป็นทั้งเรื่องจริง  หรืออาจเป็นเพลหลอกคนดู  ที่คนสร้างคงหวังผลอะไรจากคนดูสักอย่าง  หรืออาจจะเป็นการทำลายฝ่ายตรงข้ามโดยใช้โซเชียลที่คนติดตามมากเป็นเครื่องมือ  แต่อย่างไรฉันเป็นคนเลือกดูข่าว 

อ่านทุกข่าวที่เค้าพากันแชร์มาแล้วส่งต่อกันมาเรื่อยๆ  พอดูหรืออ่านเสร็จฉันต้องมาพิจารณาอีกครั้งถึงเรื่องที่ได้อ่านได้ดูตามที่แชร์กันมา  ส่งตามไลน์บ้าง เฟสบ้าง  เรื่องบางเรื่องฉันก็ไม่ได้สรุปตามที่ส่งกันมา  แค่อ่านเป็นความรู้เท่านั้น

  อย่างน้อยการที่ฉันมีโซเชียลทำให้ฉันได้เปิดดู  ความเป็นมาของข่าวโรคโควิด 19  รู้จักวิธีป้องกัน  หลีกเลี่ยงจากแหล่งที่เป็นกลุ่มเลี่ยงของการติดเชื้อได้  รู้ถึงความรุ่นแรงของเชื้อในแต่ละวัน  รู้ว่า           แต่ละประเทศได้มีวิธีป้องกันกันอย่างไรบ้าง 

รู้แม้นกระทั่งการติดเชื้อของคนบันเทิง  ซึ่งข่าวในโซเชียลแชร์กันก่อนที่คนบันเทิงจะออกมายอมรับว่าติดเชื้อ  มันก็เป็นเรื่องดีในบางเรื่อง  ที่เราได้รู้ข่าวสารก่อน  และบางภาพบางเวลา  บางคำสัมภาษณ์ไม่มีในข่าวในทีวี  แต่มีข้อความแชร์กันมาให้อ่าน

  เป็นอะไรที่ทันสมัย  รวดเร็ว  บางเรื่องไม่เป็นการทำลายอีกคน  เพียงแค่เป็นเพียงการแชร์ความคิดกันเท่านั้น  ให้รู้จักวิธีดูแลตัวเอง  การให้กำลังใจกันเป็นสิ่งสำคัญ  บางคนที่เราไม่รู้จักกันเลย  เราก็ได้รับกำลังใจจากคนที่ไม่รู้จักก็มีอีกเยอะ 

แต่ก็มีบางกลุ่มคนที่พออ่านข้อความแล้วไม่เป็นมิตร  แต่เค้าก็ถูกคนต่อว่าเหมือนกัน  มันก็เป็นเหมือนดาบสองคม  ใช้ให้ถูกประโยชน์ก็เป็นคุณ  ใช้ไม่ดีก็เป็นโทษเช่นกัน

อย่างไรก็ดีเราเป็นผู้ใช้เราต้องรู้จักเลือก  เลือกข้อมูลหรือเรื่องที่มีประโยชน์มากที่สุดต่อเราเอง  หากเรื่องไหนดูแล้วอ่านแล้ว  ไม่น่าจะดีไม่น่าจะบอกต่อ  เราก็ไม่ต้องแชร์ไปให้คนอื่นต่อ  เราก็สามารถลบข้อมูลนั้นออกจากข้อมูลของเราได้  อะไรก็ตามมันขึ้นอยู่กับตัวเราเป็นผู้เลือก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ทางเข้า ufabet มือ ถือ

1วันจะนานถึง 365 วัน ถ้าโลกหยุดหมุน

คุณเคยตั้งคำถามกับตัวเอง หรือกับสักคนหรือไม่ว่าถ้าโลกของเราหยุดรอบตัวเองแล้วจะเป็นอย่างไร จะเกิดอะไรกับโลกบ้าง ต้องบอกก่อนเลยว่าโลกของเรานั้นอยู่ในระบบสุริยะ ที่มีโลกและดวงดาวต่างๆโคจรหมุนรอบดวงอาทิตย์อยู่

และในส่วนของโลกเรานั้นไม่ได้เพียงแค่หมุนรอบดวงอาทิตย์เท่านั้น แต่มันยังหมุนรอบตัวของมันเองอีกด้วย การหมุนรอบตัวเองของโลกนั้นจะเกี่ยวและสัมพันธ์กับเรื่องเวลา สนามแม่เหล็ก และปรากฏการณ์ต่างๆอย่างเช่น สภาพอากาศ ฤดูกาล เป็นต้น

อยากจะทำความเข้าใจเล็กๆน้อยๆก่อนว่านี่เป็นเพียงแค่การสันนิฐานจากองค์กร NASA เท่านั้นถึงเรื่องสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อโลกหยุดรอบตัวเอง การที่โลกหยุดหมุนรอบตัวเองจะก่อให้เกิดการที่ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้จะลอยขึ้นได้ ทั้งมนุษย์ สิ่งของ และสิ่งมีชีวิตต่างๆ รวมกับการที่เกิดแรงเหวี่ยงอย่างรุนแรงภายในโลกเกิดขึ้น

จนกลายเป็นพายุขนาดใหญ่ที่มีความรุนแรงและเร็วเป็นเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ยังจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพลังงานบนโลกด้วย เพราะเมื่อโลกหยุดรอบตัวเอง ก็จะมีพลังงานบางอย่างไม่สามารถทำงานต่อได้ ผลที่ตามมาก็คือระดับน้ำในทะเลและมหาสมุทรสูงเพิ่มมากขึ้น

จนทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิตามมา เนื่องจากพลังงานบางอย่างจะไปทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของน้ำในทะเลและมหาสมุทรแปรปรวน และในบทความนี้เราจะนำอีกหนึ่งปัญหาที่ตามมาจากการที่โลกหยุดหมุนรอบตัวเองนั้นก็คือ เรื่องของเวลา ที่เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงเกี่ยวกับการหมุนของโลกโดยตรง และจะทำให้เกิดพายุที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ชั้นบรรยากาศทุกชั้นของโลกจะล้มเหลวแปรปรวน ทำให้เกิดความผิดปกติในการไหลเวียนของอากาศ และในส่วนของเรื่องเวลานั้นก็จะมีการเปลี่ยนเป็นอย่างมาก โดยปกติแล้วเวลาบนโลกของเรานั้นถูกนับเป็น 1 วัน เท่ากับ 24 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ถ้าหากว่าโลกหยุดหมุนรอบตัวเอง เวลาในแต่ละวันจะมากขึ้นอย่าง 1 วัน เท่ากับ 365 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวมาก

เราจะต้องใช้ชีวิต 365 วันในเวลากลางวันหรือกลางคืนที่ยาวนานเทียบเท่ากับระยะเวลา 1 ปี แต่ถึงอย่างไรแล้วอย่างที่เราได้กล่าวไปให้ทุกคนทราบในตอนแรกแล้วว่านี่เป็นเพียงการสันนิฐานจากคำถามที่เกี่ยวกับการหยุดหมุนรอบตัวของโลกเพียงเท่านั้น เพราะมันยังไม่เกิดขึ้นจริง และถ้าหากว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆนั้น

มนุษย์เราในยุคปัจจุบันคงไม่มีได้เห็นอย่างแน่นอน เพราะมันอาจจะต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานมากถึงหลายพันล้านปีเลยก็ว่าได้ และในอนาคตเองถ้าโลกของเรายังมีมนุษย์อาศัยอยู่แล้วละก็ เชื่อเถอะว่าข้อสันนิฐานพวกนี้เราอาจจะได้คำตอบว่ามันจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่จริง และด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีและวิทยาศสาสตร์ในอนาคตคงจะก้าวไกลไปมากกว่านี้ อาจจะทำให้เราพร้อมที่จะเผชิญกับการเกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างแน่นอน

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   เว็บพนันไม่ผ่านไลน์

อภิมหึมาภูเขาไฟระเบิด ปรากฎการณ์ที่อาจทำให้มนุษย์สูญพันธุ์

ว่ากันว่าภัยธรรมชาตินั้นเป็นสิ่งที่เราห้ามกันไม่ได้จริงๆ แม้แต่ในยุคที่เทคโนโลยีและวิทยาการทางวิทยาศาสตร์เองจะถูกพัฒนาเพิ่มขึ้นแค่ไหน จะถูกกล่าวขานว่าเป็นสิ่งที่สุดล้ำมากแค่ไหน แต่ก็สามารถเตือนภัยกับเหตุการณ์ทางธรรมชาติได้อย่างแม่นยำ

การคำนวณการเกิดภัยธรรมชาติแต่ละอย่างนั้นถือว่ายังเป็นเรื่องที่ยากอยู่ในแวดวงของวิทยาศาสตร์ เพราะมันไม่ได้ง่ายเหมือนกับการเกิดสุริยุปราคาที่จะวนเวียนและคำนวณได้อย่างใกล้เคียงมากที่สุด แต่ภัยที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาตินั้น

เราแถบไม่ทราบไม่เลยว่ามันจะเกิดที่ไหน เมื่อไหร่ ตอนไหน เวลาไหน ซึ่งอ้างอิงมาจากทดลองที่ได้รวมนักธรณีวิทยาหลายคนมาช่วยกันคำนวณการเกิดแผ่นดินไหว ผลลัพธ์ก็คือ สิ่งที่นักธรณีวิทยานั้นได้คำนวณไม่เกิดขึ้นตามอย่างที่ได้คำนวณไว้

แต่มันไปเกิดขึ้นเมื่อ 10 ให้หลังจากนั้น ซึ่งทำให้เห็นแล้วว่าภัยพิบัติจากธรรมชาติเป็นที่เหนือจะคาดการณ์ได้จริงๆ เช่นเดียวกับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นเพื่อทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ได้เช่นกัน ภัยพิบัติทางธรรมชาตินั้นปกติแล้วก็สามารถทำลายชีวิตของมนุษย์ได้อยู่แล้ว

แต่สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้หายไปจากโลกโดยสิ้นซากเลยทีเดียว นั้นก็คือ การเกิดอภิมหึมาภูเขาไฟระเบิด ที่สามารถทำลายมวลมนุษย์ได้ก็คือจะต้องมีแรงระเบิดอยู่ที่ระดับ8 ตามดัชนีVEI ที่จะมีอุณหภูมิต่างๆพุ่งออกมาจากปากปล่องของภูเขาไฟมาถึง 1,000  ลูกบาศก์เมตร ซึ่งตลอด 4,000 ล้านปีที่ผ่านมาโลกที่โลก

ได้ดำรงอยู่ในระบบสุริยะจักรวาล ได้มีการระเบิดของภูเขาไฟระดับ8 เพียงแค่ 42 ครั้งเท่านั้น โดยครั้งล่าสุดนั้นได้เกิดขึ้นไปเมื่อ 70,000 ปีที่แล้ว ณ เกาะภูเขาไฟโชก้า บนเกาะสุมาตราเหนือ ประเทศอินโดนีเซีย ถึงแม้ว่าการเกิดครั้งล่าสุดนั้นจะนานมาแล้ว

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะนักวิจัยได้มีการคอยเฝ้าสังเกตการณ์ของ ยินส์โลสโตร ที่เป็นภูเขาไฟที่สามารถปะทุและเกิดแผ่นดินไหวระดับ8 ในอนาคตได้อีกครั้ง และถ้าหากว่ามันเกิดขึ้นจริงอีกครั้ง นอกจากจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่แล้ว

เถาภูเขาไฟที่จะถูกปล่อยออกมาในจำนวนมหาศาล จะทำการปกคลุมชั้นบรรยากาศของโลกจนมืดมิด ทำให้การไหลเวียนของสภาพอากาศนั้นล้อมเหลว จนทำให้โลกนั้นเกิดความเหน็บหนาว มนุษย์จะไม่สามารถปรับตัวได้ และนี่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

ที่จะทำให้ทั้งสัตว์และสิ่งมีชีวิตทั้งโลกนี้สูญพันธุ์ไปทั้งหมด และยิ่งไปกว่านั้นอย่างที่ทราบกันดีว่าภัยธรรมชาตินั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถห้ามไม่ให้มันเกิดขึ้นได้ สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงแค่ให้มันหยุดเองเท่านั้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub

แคมเบรียนเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

คำถามของสิ่งมีชีวิตบนโลกยังคงเป็นเรื่องปริศนาที่ไม่มีใครทราบที่แน่ชัด รวมถึงในแวดวงการวิทยาศาสตร์เองก็เช่นเดียวกัน ที่ได้ค้นพบสิ่งมีชีวิตหลายๆอย่างแล้วบอกว่าสิ่งนี้คือสิ่งมีชีวิตของโลก บางทีมวิจัยก็บอกว่าสิ่งที่ตนเองค้นพบนั้นคือสิ่งมีชีวิตแรกบนโลก

จนสุดท้ายแล้วไม่มีอะไรสามารถมาระบุได้สิ่งมีชีวิตถูกค้นอันไหนคือสิ่งมีชีวิตแรกของโลกกันแน่ ซึ่งในบทความนี้เราจึงนำหลักฐานอีกชนิดหนึ่งมากล่าวถึง ที่มีการสันนิฐานว่าเป็นบรรพบุรุษแรกของสัตว์ทุกชนิดที่เกิดขึ้น นั้นก็คือ ยุคแคมเบรียน (Cambrian) ได้มีงานวิจัยออกมาอธิบายถึงแคมเบรียนว่า หลังจากโลกได้มีอายุมาถึง 4,000 ล้านปี

ได้มีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นพร้อมๆกันมากมาย สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีรูปร่างหน้าตาที่แปลกประหลาด และอัศจรรย์เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง พวกมันมีที่อยู่อาศัยในทะเล พวกมันนั้นมีสมอง เส้นเลือด และหัวใจ แต่บ้างก็ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 540-560 ล้านปีที่ผ่านมา

การเกิดสิ่งมีชีวิตหลากหลายในระยะเวลาอันสั้นนี้จึงเป็นที่มาของประกฏการณ์ “การระเบิดทางชีวภาพยุคแคมเบรียน (Cambrian Explosion) ถึงแม้ว่ามันจะยังคงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยตลอดระยะเวลาที่ผ่าน แต่ทีมวิจัยเองนั้น

ก็ต่างไม่ได้หยุดการค้นหาข้อมูลของการกำเนิดมันขึ้นมาได้อย่างไร ซึ่งในเวลาต่อมานักวิทยาศาสตร์ก็ได้ออกมากล่าวถึงการพบเจอ เบอร์เจสส์ เชล เป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยซากดึกดำบรรพ์ หรือฟอสซิล ที่ธรรมชาติได้รักษาเอาไว้เป็นอย่างดี และหลังจากนั้นก็ได้มีทีมวิจัยอื่นๆค้นพบซากดึกดำบรรพ์ตามพื้นที่ต่างๆมากขึ้น

ซึ่งได้มีการรายงานสรุปว่า เป็นซากฟอสซิลทางทะเลที่เกิดขึ้นในช่วงของการระเบิดชีวภาพยุคแคมเบรียน นักวิจัยเองก็ได้ทำการตรวจสอบและเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า มันมีปัจจัยหลายๆอย่างที่ทำให้ซากฟอสซิลเหล่านั้นสามารถถูกเก็บรักษาเอาไว้ได้เป็นอย่างดี โดยมีข้อสันนิฐานว่าเดิมทีพื้นที่เหล่านี้อาจจะเป็นใต้น้ำลึกมากๆ มาก่อนเมื่อประมาณ 550 ล้านปีที่แล้วได้

เพราะระดับความดึกอย่างนี้จึงทำให้มีออกซิเจนอยู่น้อยมาก จนสามารถเก็บร่างกายสัตว์ที่ตกลงสู่ก้นทะเล ร่างของสัตว์ที่ตายเหล่านั้นจะถูกปกคลุมด้วยตะกอนเป็นเวลานานกว่าล้านปี ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงสภาวะ จนพื้นที่แห่งนี้ถูกผลักให้กลายเป็นพื้นแผ่นดินบนบก ที่มีความเสถียรภาพมากขึ้น เพราะไม่มีเหตุการณ์ภูเขาไฟ

หรือแผ่นดินไหวมากระทบ ทั้งนี้การหาคำตอบว่าการระเบิดแคมเบรียนจะยังไม่ได้คำตอบอย่างแน่ชัด แต่อย่างน้อยเราก็ทราบถึงข้อมูลของมันคราวๆแล้ว และนักวิทยาศาสตร์เองก็ยังคงทำการคิดค้นกันต่อไปอย่างแน่นอน เชื่อว่าในอนาคตเราอาจจะได้ทราบข้อมูลปริศนานี้ก็เป็นแน่

 

สนับสนุนโดย  สมัครยูฟ่าเบท