The Williams Enigmalith

จักรวาลนั้นประกอบไปด้วยหลายสิ่งหลายอย่างมากมาย The Williams Enigmalith แน่นอนว่ามันมีเรื่องที่เราเองสามารถที่จะศึกษาค้นคว้าจนสามารถไขข้อสงสัยที่เราได้ตั้งขึ้นมาได้ แต่บางใช้เวลาในการศึกษานานเท่าไหร่ก็ยังไม่ได้คำตอบที่แน่ชัด

 

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นนักวิทยาศาสตร์ หรือนักวิจัยก็ไม่คิดที่จะเลิกทำเลยแม้แต่น้อย ถึงจะไม่เหนื่อยบ้าง แต่พวกเขาก็ยังคงทำหน้าที่เหล่านั้นต่อไป  ซึ่งเรื่องราวที่เรานั้นกำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้เป็นเรื่องที่หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยิน หรือว่าศึกษาผ่านมาบ้างแล้ว  ก็เป็นได้ หรือว่าบางคนอาจจะไม่เคยแม้แต่ได้ยินมาก่อน

สิ่งต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นทั้งบนโลก หรือว่าเกิดขึ้นนอกโลก แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ได้รับการศึกษาอยู่อย่างต่อเนื่องว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมบนโลกของเราถึงเกิดขึ้น แต่ทว่าดาวเคราะห์เพื่อนบ้านถึงไม่เกิดขึ้น คำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์พยายามอย่างมาก  ที่จะศึกษาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนอกโลกของเรา

The Williams Enigmalith และนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนสงสัยอย่างแน่นอนว่าทำไมโลกมีสิ่งมีชีวิต แล้วดาวเคราะห์ดวงอื่นไปมี หรืออาจจะมีแต่เรายังไม่สามารถที่จะค้นพบมันได้เท่านั้นเอง และนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลยมนุษย์ต่างดาวสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราใช้เรียกสิ่งมีชีวิตที่อยู่นอกโลกของเรา แต่ถ้าหากถามว่าเคยเห็นมนุษย์ต่างดาวหรือยังก็ต้องตอบได้เลยว่าไม่ ซึ่งเรื่องที่เรากำลังจะพูดต่อไปนี้   มันเกี่ยวข้องกับเรื่องของมนุษย์ต่างดาว

และจะเกี่ยวยังไงเราได้ดูพร้อมกันเลยดีกว่า ในปี 1998 ได้มีนักเดินทางคนหนึ่งสังเกตเห็นโลหะแปลกๆ ที่ยื่นออกมาจากก่อนหินที่สกปรกเมื่อทำความสะอาดดูก็ได้พบว่ามันมีชิ้นส่วนของไฟฟ้าแปลกประหลาดที่ติดแนบกับหินซึ่งชิ้นส่วนที่ว่านี้เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์อย่างเรา

สร้างขึ้น และมันมีลักษณะที่คล้ายกับปลั๊กไฟ นักวิศวกรไปฟ้าได้มีหารให้ความเห็นนี้ว่าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกนั้น  ฝังอยู่ในหินโดยไม่ได้มีการใช้กาวติดแต่อย่างใด แน่นอนว่าเรื่องที่ได้กล่าวไปนั้น   เป็นเรื่องที่ก็ไม่คิดว่าบนโลกของเราจะมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาแน่นอนว่าเมื่อบนโลกไม่มีสิ่งนี้ นักวิทยาศาสตร์ หรือว่านักทฤษฎีต่างๆ

หรือแม้แต่คนธรรมดาทั่วไปก็มองว่ามันจะต้องเป็นของมนุษย์ต่างดาวอย่างแน่นอน แต่เรื่องที่ว่านี้มันค้อนข้างที่จะพูดยาก เพราะ    มีหลักฐานที่ไม่เพียงต่อการที่เรานั้นจะยื่นยันได้ว่ามันเป็น  ของที่เกิดจากมนุษย์ต่างดาวอย่างที่เราได้สงสัย ก็ต้องค้นหาคำตอบกันต่อไป

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

พาหนะบอลลูนลอยฟ้า

การเดินทางนั้นเป็นสิ่งที่มีมาแต่นานมากแล้ว ซึ่งแน่นอนว่า  พาหนะที่เราใช้สำหรับการเดินทางก็เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยที่เปลี่ยนไปด้วย พาหนะบอลลูนลอยฟ้า แน่นอนว่าพาหนะที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันนี้เป็นอะไรที่เราก็มองว่าเจ๋งสุดยอดไปเลย

แต่สำหรับพาหนะที่เราจะใช้ส่งมนุษย์ขึ้น ไปนอกโลกของเรานั้นแน่นอนว่ามันต้องเป็นอะไรที่สุดยอดกว่าสิ่งที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันอย่างแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้รับการะพัฒนาพาหนะเกี่ยวกับการเดินทางไปอวกาศอยู่อย่างต่อเนื่อง จนถึงในปัจจุบันนี้ก็ไม่หยุดที่จะพัฒนา

หลายคนนั้นรู้ดีว่าดาวเคราะห์ดวงต่อไปที่ไม่ใช่ดาวอังคาร ที่เรานั้นมองว่ามันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ     ถ้าหากเรานั้นจะไปก่อตั้งอาณานิคมบนดวงเคราะห์ดวงนั้น สำหรับการที่เราจะขึ้นไปตั้งอาณานิคมบนดวงอังคารหรือว่าดาวเคราะห์ดวงอื่นได้มันใช่พาหนะบอลลูนลอยฟ้า เรื่องง่ายเลย

เพราะเราต้องอาศัยหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งดาวเคราะห์ดวงที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้มีชื่อว่า ดาวศุกร์นั้น สำหรับเรื่องที่เราจะพูดถึงเกี่ยวกับดาวเคราะห์ดวงนี้ก็มีชื่อว่า พาหนะบอลลูนลอยฟ้า เมื่อกลุ่มผู้ตั้งอาณานิคมเดินทางไปถึงดาวศุกร์แล้ว สำหรับการดำรงชีวิตที่นั้นมันจะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายด้วยการกระโดดขึ้นพาหนะ

ที่ทำจากบอลลูนเคลือบด้วยเทปล่อนก่อนที่จะทำการล่องบอลลูนขึ้นไปบนท้องฟ้า ซึ่งกลุ่มผู้ตั้งอาณานิคมจะปลอดภัยอยู่ในเมืองลอยฟ้า อีกทั้งพวกเขานั้นยังไม่จำเป็นที่จะต้องใส่ชุดของนักบินอวกาศ  และไม่จำเป็นต่อการรับมือกับแรงโน้มถ่วงต่ำใดๆ

นอกจากนี้แล้วทางองค์การนาซ่ายังได้มีการเสนอให้ใช้ยานสำรวจลอยน้ำ ซึ่งมันก็เป็นการใช้บอลลูนเช่นเดียวดันเพื่อศึกษาพื้นผิวของดาวศุกร์ และเพื่อให้การเดินทางปลอดภัย ภายใต้อุปสรรค์ และภัยพิบัติบนดาวศุกร์โดยที่บอลลูนเหล่านี้จะมีการติดตั้งเครื่องวัดแผ่นดินไหวที่มีความไวสูงมาก เพื่อที่จะตรวจจับการเกิดแผ่นดินไหวที่สามารถจะเกิดขึ้นไปตลอด

เวลาบนพื้นผิวของดาวศุกร์ สำหรับนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่นั้นยอมรับว่าก่อนที่เราจะพยายามตั้งอาณานิคมบนดาวศุกร์เราจำเป็นต้องทราบข้อมูลเพิ่มเติมอีกมากมาย เพราะลำพังเพียงข้อมูลที่เรามีอยู่ในตอนนี้นั้นเราไม่สามารถที่จะขึ้นไปตั้งอาณานิคมบนดาวศุกร์ได้อย่างแน่นอน และเรื่องที่หลายคนนั้นไม่เคยรู้มาก่อนเลย 

ก็คงจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับดาวศุกร์เพราะว่าในบรรดาดาวเคราะห์ชั้นในที่ใกล้กับดวงอาทิตย์มากที่สุด ดาวศุกร์คือดาวเคราะห์ที่เรารับรู้ข้อมูลของมันน้อยที่สุดเลยก็ว่าได้ และแน่นอนว่าเราจะไม่สามารถตั้งอาณานิคมได้ถ้าหากไม่ศึกษามันให้ดีกว่านี้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.   ufabet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ออโต้

ฐานทัพเคลื่อนที่บนดวงจันทร์

ฐานทัพเคลื่อนที่บนดวงจันทร์ จักรวาลนั้นประกอบไปด้วยหลายสิ่งหลายอย่างมากมายเราก็เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลแห่งนี้ระบบสุริยะไม่ได้มีแค่ดาวเคราะห์ที่ได้ชื่อว่าโลกจริงเท่านั้นแต่มันยังมีดาวเคราะห์อีกมากมายหลายดวงซึ่งดาวเคราะห์แต่ละดวงก็มีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไปแต่ดาวเคราะห์ที่ชื่อว่าโลกแห่งนี้ที่สุดล้อสำหรับที่จะให้สิ่งมีชีวิตต่างๆหรือมนุษย์อย่างเราอาศัยอยู่ซึ่งวันนี้เล่นที่เรากำลังจะไม่พูดถึงนั้นมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับดาวจันทร์นั้นเอง

หลายคนอาจจะอยากรู้แล้วว่าเรื่องที่เรากำลังจะพูดต่อไปนี้เป็นเรื่องอะไรกันแน่ เรื่องของดวงจันทร์ที่เราจะพูดเถอะมันเป็นเรื่องของการขึ้นไปตั้งอาณานิคมบนดวงจันทร์คือเรื่องฐานทัพเคลื่อนที่บนดวงจันทร์นั้นเอง สถานที่ที่เห็นได้ชัดว่ามนุษย์ควรย้ายขึ้นไปตั้งรกรากมากที่สุดแห่งหนึ่ง

คงหนีไม่พ้นดวงจันทร์ซึ่งทางนาซ่าได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้มาเป็นเวลานานหลายปีแล้วเดิมทีนั้นกูเขาต้องการสร้างฐานทัพลงไปข้างใต้ของดวงจันทร์แต่มาวันนี้ทางนาซ่า พิจารณาความคิดใหม่และให้น้ำหนักไปที่การสร้างฐานทัพติดล้อที่สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วย

ฐานทัพเคลื่อนที่บนดวงจันทร์ เหตุผลที่ว่าบนดวงจันทร์จะมีระยะเวลาในช่วงกลางคืนที่ยาวนานถึง 14 วันถึงจะเกิดสภาพอากาศที่หนาวเย็นเกินไปและจะไม่สามารถใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อทำให้หลายๆสิ่งนั้นทำงานได้คำพูดเรื่องของดวงจันทร์นั้นจะเป็นช่วงกลางวันแทบจะตลอดเวลานั่นหมายความว่าทางน้ำสะอาดจะมีการตั้งแผงโซล่าเซลล์รอบดวงจันทร์

เพื่อสร้างพลังงานอย่างต่อเนื่องและเมื่อศาลทั้งสามารถเคลื่อนที่ไปรับรอบดวงจันทร์ได้นอกจากพวกเขาจะสามารถย้ายตำแหน่งของฐานทัพไปยังพื้นที่สว่างเพื่อเป็นการหลบเลี่ยงความหนาวเย็นได้แล้วจะจำฐานทัพเครื่องที่นี้ต้องการที่จะทำภารกิจสำรวจและการตั้งอาณานิคมในส่วนต่างๆของดวงจันทร์ในอนาคตได้อีกด้วย

แน่นอนว่าสำหรับดวงจันทร์มันคือปัจจุบันของโลกเพียงดวงเดียว ซึ่งการศึกษาพิเศษต่างๆที่อยู่บนดวงจันทร์นั้นมีมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันและมันก็จะยังคงมีอยู่เรื่อยๆในอนาคตอาจไม่แน่ว่าอาจจะย้ายไปอยู่บนดวงจันทร์ก็เป็นได้

แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคตในตอนนี้  เรายังไม่สามารถที่จะทำแบบนั้นได้การที่เราจะย้ายระบบรากหรือว่าไม่ต้องคิดฐานอาณานิคมอยู่บนดวงจันทร์และดาวเคราะห์ดวงอื่นๆต้องใช้เวลายาวนานในการทดสอบเพื่อให้สามารถดูได้แน่ชัดว่าสิ่งมีชีวิตจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตลอดไปได้อย่างไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และสุขภาพในด้านต่างๆ

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ฝากเงิน ออโต้

ภาพถ่ายโดยตรงของหลุมดำ

จักรวาลที่กว้างใหญ่นั้นเต็มไปด้วยดวงดาวต่างๆมากมาย ภาพถ่ายโดยตรงของหลุมดำ แน่นอนว่ามันไม่ได้มีแค่โลกของเรา หรือว่าดาวเคราะห์ที่อยู่ในระบบสุริยะเพียงเท่านั้น แต่ทว่ามันยังมีอะไรหลายอย่างที่ซ้อนอยู่โดยที่เราเองก็คงยังไม่รู้มากมาย ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีต่างๆ

เกี่ยวกับด้านอวกาศนั้นได้  นับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าจักรวาลของเรา  ก็ยังคงมีความลับหลงเหลืออยู่ไม่น้อย และก็ไม่มีทางเลยที่เรานั้นจะสามารถศึกษามันได้ทุกซอกทุกมุม

หลายสิ่งหลายอย่างนั้นทำให้เรามนุษย์อย่างเราเกิดข้อสงสัยมากมาย และแน่นอนว่าเมื่อเกิดข้อสงสัยหรือว่าคำถามแล้ว สิ่งต่อไปก็ต้องเป็นการหาคำตอบอย่างแน่นอน และด้วยเหตุนี้เองทำให้เราได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับอวกาศเนื่องจากว่ามนุษย์อย่างเราเกิดสงสัย

และได้ค้นหาคำตอบ จนสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งเรื่องที่เรานั้นกำลังจะพูดต่อไปนี้มีชื่อว่า ภาพถ่ายโดยตรงของหลุมดำ สำหรับภาพถ่ายของหลุมดำนั้นมันฟังดูแล้วเหมือนกับว่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

เพราะถ้าหากว่าเป็นไปตามทฤษฎีแล้วการเปล่งแสงของหลุมดำนั้นจะเป็นศูนย์ อย่างไรก็ตามในส่วนของก๊าซที่ตกลงไปในหลุมดำนั้นจะสามารถเปล่งแสงออกมาให้เราได้เห็นได้ ซึ่งในทางทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป  ของไอน์สไตน์ได้มีการทำนายเอาไว้ว่าหลุมดำนั้นจะสามารถที่จะสร้างเงา หรือว่าภาพเงาขึ้นมาได้ท่ามกลาง  ก๊าซเรืองแสง

และสามารถที่จะถ่ายภาพเอาไว้ได้สำหรับในทางทฤษฎีแล้วความพยายามในการถ่ายภาพหลุมดำนั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีขนาดเท่ากับโลกของเรา และด้วยเหตุผลที่ว่านี้เองมัน  ก็ไม่ใช้เรื่อง่ายเลยทว่าในที่สุดนักวิทยาศาสตร์ก็สามารถที่จะถ่ายถ่ายภาพหลุมดำได้สำเร็จด้วย

โครงการหนึ่งที่ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุ 8 ตัวจากมุมต่างๆ ของโลกเพื่อที่จะเลียนแบบกล้อง  โทรทรรศน์ขนาดยักษ์หนึ่งตัวในการร่วมกันจับสัญญาณวิทยุของหลุมดำ ก่อนที่จะมีการนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมาประมวลผลร่วมกัน

แน่นอนว่าวิทยาศาสตร์หรือว่าการศึกษาเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นนอกโลกของเรานั้นมันไม่ได้เป็นเรื่องที่ง่ายเลย เพราะกว่าจะได้มาซึ่งข้อมูลต่างๆ นั้นเป็นอะไรที่ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร แต่ก็ใช้ว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่ยาก เราจะไม่สามารถศึกษาสิ่งต่างๆ ได้เลยนั้นก็เป็นความคิดที่ปิดมากๆ เพราะอะไรรู้หรือเปล่า

เพราะว่าวิทยาศาสตร์ที่เราศึกษานั้นจะเป็นการศึกษาข้อมูล  ที่ได้มีการเรียบเรียงและพิสูจน์มาแล้วว่าน่าเชื่อถือจากนักวิทยาศาสตร์ และก็แน่นอนว่าต่อให้มันจะยาก  แค่ไหนแต่นักวิทยาศาสตร์ก็ไม่เคยหยุดที่จะค้นหาเลย

 

สนับสนุนโดย.    Gclub ฝากขั้นต่ำ50

ยอดเขามัจฉา ปูเชร

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเราแน่นอนว่าหลายคนรู้กันดีว่าโลกของเรานั้นกว้างใหญ่ไพศาลมากแค่ไหนและมีอะไรอยู่บนโลกของเราบางคนที่ชื่อว่าโลกแห่งนี้อาจเป็นความบังเอิญหรือว่าความตั้งใจ

เขาธรรมชาติที่ดีสร้างให้มันเกิดขึ้นมาและถ้าดาวเคราะห์ดวงนี้ก็ได้สร้างทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตมากมายคือสิ่งมีชีวิตคือสิ่งที่มหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเรา

แต่ก็ว่าได้เพราะสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีรูปร่างลักษณะหรือความคิดที่แตกต่างกันออกไปการใช้ชีวิตก็เช่นเดียวกันด้วย

แต่เมื่อพูดถึงขนาดนี้แล้วหลายคนอาจสงสัยว่าเรากำลังจะพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่และเรื่องที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับสถานที่ลึกลับที่มีจริงๆอยู่บนโลกของเราแน่นอนว่าสถานที่ลึกลับมันทั้งน่าค้นหาและน่าตื่นเต้นและในเวลาเดียวกัน

มันก็น่ากลัวอีกด้วยซึ่งในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับสถานที่แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า ยอดเขามัจฉา ปูเชร สำหรับนักปีนเขาที่ชอบความท้าทายและภูเขาจะสูงแค่ไหนก็ไม่หวั่นและความคิดจะขึ้นไปพิสูจน์กันอยู่แล้วยอดเขามัจฉาปูเชร 

แห่งในบ้านเป็นแนวสันเขาที่ทอดยาวมาจากยอดเขาอันนะปุรณะระดับความสูงกว่า 700 เมตรมีลักษณะเป็นรอยบากคล้ายกับหางป้าซึ่งเป็นที่มาของชื่อดังกล่าวชอบขึ้นหมื่นเชียวว่ายอดเขาดังกล่าวเป็นที่ประทับของเทพเจ้าชีวะและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีการสงวนพื้นที่นี้เอาไว้เรื่องรถกิจกรรมปีนเขาอย่างเคร่งครัดแน่นอน

ว่าระดับความสูงขนาดนี้ถ้าไม่เป็นที่ใฝ่ฝันของเรานักปีนเขาโดยในปี 1957 จิมมี่โรเบิร์ตและลูกชิ้นได้ปีนขึ้นไปบนสันเขาทางเหนือระดับความสูง 6947 เมตรได้หยุดแค่นั้นตามคำบอกเล่าของชาวบ้านหลังจากนั้นทางรัฐบาลก็ปิดพื้นที่และไม่ให้ใครขึ้นไปอีกเลย 

และแน่นอนว่าถ้าหาคนที่จะรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ของเขาโลกนี้แล้วก็อาจจะโดนจับได้ถูกปรับหลายบาทเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามพื้นที่ลึกลับไม่ได้มีแค่ยอดเขาแห่งนี้เท่านั้นถ้ามันยังมีพื้นที่ใต้มหาสมุทรบนโลกของเราผู้เขามากมาย

ที่เป็นสถานที่ลึกลับที่เราไม่สามารถย่างกรายเข้าไปได้แน่นอนว่าบางครั้งมันก็มีเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นของสภาพอากาศหรือแก๊สพิษต่างๆที่อยู่ในนั้นที่เราไม่สามารถที่จะเข้าไปไกลๆเลยถ้าหากเข้าไปใกล้หรือว่าที่ดมกลิ่นของมันแม้แต่น้อยคนก็คงอาจจะดูว่าจะพบเจอกับอะไร

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.   ติดต่อ ufabet

ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา

โลกแห่งนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่เป็นสิ่งมีชีวิตโลกของเราได้มีการสร้างสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นมาอย่างเช่นมนุษย์

คือสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ที่แน่นอนว่าเราต่างก็รู้จักเผาผลาญดีดีเพราะมัน   คือตัวเรานั่นเองสำหรับมนุษย์แล้วพวกเราได้มีการศึกษาถึงเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นจุดกำเนิดของโลกจุดกำเนิดของเอกภพความเป็นไปเป็นมาของเผ่าพันธุ์ศึกษาสิ่งมีชีวิตต่างๆและการศึกษาเหล่านี้ทำให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ในอดีตที่ผ่านมา

บนโลกของเรามีสถานที่ลึกลับต่างๆมากมายและแน่นอนว่าบางทีเมื่อค้นพบแล้วก็สามารถพัฒนากลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้แต่บางสถานที่มันก็ลึกลับเกินกว่าที่จะทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแต่ไม่ว่ามันจะลึกลับแค่ไหนนักวิทยาศาสตร์ก็ศึกษาค้นคว้าหามันจนเจอ

และในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับสถานที่แห่งหนึ่งที่มีความลึกลับไม่แตกต่างจากสารที่อื่นเลย  ซึ่งมันก็คือร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา ที่มีความลึกที่สุดในโลกถึง 10990 4 เมตรเอาชนะความสูงของยอดเขาเอเวอเรสต์ที่มีความสูง 8878 M ไปได้อย่างขาดลอยเหลืออีกรอบหรือมารีน่าเกิดจากแผ่นดิน 2 แผ่นก็ชวนกันตรงบริเวณเขตมุดตัวของโลกใกล้กับเกาะกวม

ซึ่งกลายเป็นจุดลึกที่เรียกว่าโดยมีแรงดันได้น้ำสูงกว่า 1000 เท่าจากระดับน้ำทะเลหรือเทียบเท่ากับเครื่องบินขนาดใหญ่ระหว่าง 50 ลำทับอยู่บนร่างของคนเลยนะคะ  ถามว่าอัดขนาดไหนก็ลองคิดอยู่นะคะนอกจากความลึก

และแรงดันมหาศาลแล้วมีภูเขาไฟใต้น้ำที่คอยพ่นคาร์บอนไดออกไซด์เหลวอุณหภูมิสูงเรา 103 องศาเซลเซียสออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟมากขึ้นสามารถไปถึงระดับความลึก 410 เมตรก็จะพบกับกำมะถันเหลวเข้มข้นใต้มหาสมุทรอีกด้วยถ้ายังรักชีวิตอยู่แล้วก็อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงจะดีกว่าแน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ที่เราเอง

ไม่คิดว่ามัน  จะมีอยู่บนโลกของเราและสิ่งหลายอย่างทำให้เราได้ศึกษาถึงจะถึงนี้ยังไงก็ตามสถานที่ลึกลับที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเรา  ไม่ได้มีเพียงรองหรือแห่งนี้เท่านั้นแต่มันยังมีอีกมากมายที่เราทั้งได้ค้นพบแล้วและอีกมากมายที่จะรอการค้นคว้า

และศึกษาต่อไปแน่นอนว่าโรงเรียนแห่งนี้ไม่มีใครอยากจะย่างกรายเข้าไปไกลอย่างแน่นอนเพราะได้ฟังจากที่เราได้พูดไปแล้วมันมีอันตรายต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมากเพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุณหภูมิ  หรือว่าเรื่องของภูเขาไฟกำมะถันเป็นสิ่งที่ร่างกายหรือว่าจมูกของเราไม่ควรที่จะได้ดมกลิ่น 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ติดต่อ ufabet

กรีนแลนด์

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเราไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตแน่นอนว่าดาวเคราะห์ที่ชื่อว่าโลกแห่งนี้มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เองก็ไม่คาดคิดว่ามันจะสามารถเกิดขึ้นมาได้กว่าที่โลกของเราจะมีวิวัฒนาการมาจนถึงปัจจุบันก็ได้ผ่านอะไรมาหลายๆอย่างเช่นเดียวกันเพราะจากการศึกษาแล้วในอดีตที่ผ่านมาโลกของเราสภาพแวดล้อมบนโลกไม่ได้เหมาะสำหรับสิ่งมีชีวิตที่สามารถอยู่อาศัยได้เลย

เมื่อพูดมาถึงขนาดนี้แล้วหลายๆคนก็อาจจะสงสัยว่าเรากำลังจะพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่โลกของเราไม่ได้มีแค่สิ่งมีชีวิตที่ลึกลับที่เราควรจะศึกษาแต่สถานที่ต่างๆบนโลกที่ธรรมชาติได้สร้างขึ้นมานั้นก็ยังเป็นที่น่าสนใจและน่าค้นหาด้วยซึ่งในวันนี้สถานที่ที่เราจะพูดถึงนั้นก็คือดินแดนแห่งหนึ่งที่ชื่อว่ากรีนแลนด์นั้นเอง

Baby บนพื้นที่หนาวเย็นแห่งนี้จะมีประชากรอาศัยอยู่แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่มีใครกล้าย่างเท้าเข้าไปอยู่เหมือนกันเพราะนอกจากจะหนาวเย็นสุดขั้วหัวใจแล้วยังมีพื้นที่เป็นน้ำแข็งกว้างสุดลูกหูลูกตาถึง 1.7 ล้านตารางกิโลเมตรเลยไม่รู้บ้างไม่รู้ไปขึ้นน้ำแข็งสีขาวที่เห็นอยู่นี้เรียกว่าถ้าน้ำแข็งพื้นทวีปที่มีพื้นที่ของเกาะกรีนแลนด์ถึง 80%

มีความยาวกว่า 2 พัน 700 กิโลเมตรใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากธารน้ำแข็งแอนตาร์กติกเนื่องจากเกิดจากการทับถมของฉันหิมะเป็นเวลาหลายแสนที่ทำให้พื้นฐานน้ำแข็งมีความหนาถึง 3.2 กม. เลยนอกจากพื้นที่เกือบทั้งประเทศที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งแล้ว

ประชากรที่นี่ยิ่งมีน้อยมากหรือแม้แต่นักท่องเที่ยวเองก็คงไม่กล้าเข้าไปบริเวณดังกล่าวเหมือนกันเพราะแทนที่จะได้เล่นสกีบนพื้นน้ำแข็งสวยๆเหมือนในซีรี่ส์ที่จะกลายสภาพเป็นตุ๊กตาหิมะแช่แข็งไปซะก่อนก็ได้นะ

อย่างที่เราได้กล่าวไปนั้นแน่นอนว่ามันเป็นสถานที่ ที่เราเองก็ต่างอย่างไปเหยียบครั้งหนึ่งในชีวิต แต่ทว่าก่อนที่เราจะไปได้มันก็ต้องประกอบไปด้วยปัจจัยสำคัญหลายประการ อย่างไรแล้วสถานที่ต่างๆสถานที่ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเรานั้นล้วนเป็นสิ่งที่เราเองไม่สามารถที่จะคาดเดาได้เลย

สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม บนโลกของเราต่อให้จะมีการศึกษาสิ่งต่างๆ ที่อยู่บนโลกใบนี้อยู่ตลอดเวลา แต่ทว่ามันก็ยังคงมีบางอย่างที่เราไม่สามารถหาคำตอบเกี่ยวกับมันได้ แต่ทว่านักวิทยาศาสตร์ก็ไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้ แต่ในทางกลับกันพวกเขาเลือกที่จะศึกษาสิ่งนั้นไปเรื่อยๆ ต่อให้มันจะใช้เวลาไหนก็ตาม เพราถ้าหากว่าสิ่งนั้นประสบความสำเร็จมันจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาสิ่งอื่นอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย    ufabet บาคาร่าออนไลน์

วิมานะ

 

จักรวาลนั้นเป็นที่ที่รวมหลายสิ่งหลายอย่างเอาไว้มากมาย แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นก็คือระบบริยะจักรวาลของเรานั้นเอง สำหรับระบบสุริยะจักรวาลแล้วมัน  คือสิ่งที่ใกล้ตัวของเรามากๆ ที่บอกว่าใกล้ตัวเพราะมันคือพื้นที่ที่โลกของเรานั้นโคจรอยู่

แต่นอกจากโลกแล้ว หลายคนก็คงจะรู้กันดีว่ามันประกอบไปด้วยอะไรบ้าง และก็เชื่อได้เลยว่าสำหรับระบบสุริยะจักรวาลแห่งนี้  หลายคนที่คิดว่ารู้จักมันเป็นอย่างดีแล้ว นั้นคงจะไม่ใช่เท่าไหร่ เพราะแม้แต่นักวิทยาศาสตร์  ก็ยังมีคำถามบางข้อเกี่ยวกับระบบนี้ที่ยังหาคำตอบไม่ได้

 

ระบบสุริยะจักรวาลนั้นมีดวงดาวต่างๆมากมาย แน่นอนว่า  โลกของเราก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่า ในดาวเคราะห์ทั้งหมดที่อยู่ในระบบที่กว้างใหญ่แห่งนี้  จะมีเพียงโลกของเราดวงเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

แต่ไม่เชื่อก็คงต้องเชื่อเพราะว่าจากการศึกษา  และสำรวจระบบสุริยะให้ตอนนี้ เท่าที่เทคโนโลยีของเราจะสามารถออกไปสำรวจได้  มีเพียงโลกของเราเท่านั้น  ที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ และเรื่องที่เรานั้นจะพูดถึงเกี่ยวกับทฤษฎี มนุษย์ต่างดาวในยุคโบราณ

เรื่องวิมานะ ในทฤษฎีนักบินอวกาศโบราณ ที่ได้มีการพรรณนาถึง  มนุษย์ต่างดาวว่าพวกเขานั้นเป็นสิ่งมีชีวิต  ที่เหมือนพระเจ้า และมียานพาหนะคล้ายกับ ยานรบจากสวรรค์  ซึ่งมันก็ดูเหมือนกับว่าสิ่งนี้  จะมีอยู่มากในตำราฮินดู โบราณเช่นในมหากาฬที่ยิ่งใหญ่ของอินเดียอย่าง Mahabharata ซึ่งได้มีการอธิบายถึง 

พระราชวังที่บินได้  ที่เรารู้จักกันในชื่อ วิมานะ สำหรับคำบรรยายถึงลักษณะ ถึงวิมานะนั้น ของชาวอินเดีย สมัยโบราณที่ได้มีการบันทึกเอาไว้  ตามตำนานของชาวอินเดีย  ในคัมภีร์พระเวท ที่มีการกล่าวถึง ในยุคโบราณเป็นการกล่าวอ้างถึง  พาหนะที่มีลักษณะคล้ายยานอวกาศนั่นเอง  แต่แตกต่างก็เพียงในตำนาน กล่าวอ้างว่า การเดินทางของยาน วิมานะ ใช้ขับเคลื่อนด้วยลม

  มีลักษณะที่พิเศษที่  ได้กล่าวไว้ในคัมภีร์  คือ เสียงของยาน วิมานะนี้ ไพเราะ ใน 3 โลก เลยที่เดียว แต่บางจารึกนั้น  ก็ได้มีการกล่าวไว้ว่ามีมากกว่านี้ นักทฤษฎีนักบินอวกาศโบราณพวกเขานั้นมองว่า  อากาศยานในนิยายเหล่านี้เป็นเรื่องจริง แต่ด้วยความตีความที่สับสนของมนุษย์โลกในยุคโบราณนั้น 

จึงทำให้พวกเขามองว่าเทคโนโลยีของมนุษย์ต่างดาวเหล่านี้คือพาหนะของพระเจ้าในขณะที่คำอธิบายลักษณะบางอย่าง  ของวิมานะนั้นก็ดูเหมือนว่าจะคล้ายกับ UFO แน่นอนว่าเรื่องที่เรานั้นได้กล่าวไปข้างต้น  ถือว่าเป็นเรื่องที่หลายคนก็ไม่นึกว่ามันจะเกิดขึ้น หรือว่ามีความเชื่อแบบนี้เกิดขึ้นมาได้ แต่ทว่ามันก็เกิดขึ้นมากบนโลกของเรา

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    sagame

ดาวเอนเซลาดัส

ในปัจจุบันนี้นั้นโลกของเราได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก และเรื่องราวของอวกาศนั้นก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่อยู่ไกลตัวมนุษย์อย่างเราอีกต่อไปแล้ว เพราะในปัจจุบันนี้มนุษย์นั้น

  มีการพัฒนาเทคโนโลยีตลอดจนเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัย เพราะฉะนั้นการที่จะออกไปบุกเบิก  ในดินแดนที่เราไม่รู้จักก็น่าจะนับว่าเป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจ และน่าค้นหา แล้วก็ยังเป็นการค้นหาคำตอบ  อีกด้วยว่าภายนอกนั้นมีอะไรอยู่บ้าง 

สำหรับในทุกวันนี้นั้นมีการค้นพบใหม่ๆ  ที่ไขปริศนาความลับของสิ่งที่เราเรียกว่าจักรวาล สำหรับจักรวาลของเราแล้วมันไม่เหมือนกับทุกสิ่งที่เราเคย มันเป็นอะไรที่ต้องค้นหาคำตอบ แต่ทั้งหมดต้องมาจากความรู้ในเชิงวิทยาศาสตร์  ที่สามารถพิสูจน์ได้

อย่างที่เรานั้นได้มีการกล่าวไปข้างต้นแล้วว่า  จักรวาลของเรานั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย แต่นักวิทยาศาสตร์ก็พยายามอย่างมากเช่นเดียวกันที่  จะศึกษาเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในจักวาลของเรา แน่นอนว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องที่ง่ายเลย และในวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับ ดาวเอนเซลาดัสกัน ก่อนอื่นนั้นเราควรที่จะมุ้งหน้าไปสู่วงโคจร  ของดาวเสาร์กันก่อนเลยดีกว่า ในเท่าที่ทราบ คือวันที่ 22 พฤศจิกายน     ปี 2009

ยานอวกาศลำหนึ่งโคจรรอบดาวเสาร์ กล้องของยานนั้นสามารถที่จะจับภาพ  ที่คาดว่าจะไม่ได้พบ กับดวงดาวที่ส่วนใหญ่เป็นดวงดาวที่ตายแล้ว  ความประหลาดของมันคือ นักวิทยาศาสตร์รายงานว่า พบน้ำพุร้อนพุ่งออกมาจากรอยแยกของพื้นดิน

และยังพบ ก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมา นักวิทยาศาสตร์ ตั้งชื่อดาวที่ค้นพบนี้ว่า เอนเซลาดัส เป็นหนึ่งในดาวบริวารของดาวเสาร์ และการมองที่พื้นผิวแผ่นที่ขั้วโลกใต้ ระยิบระยับที่ขั้วโลกใต้ของ  ถึงแม้ว่ามันจะมีขนาดที่เล็ก และภูเขาไฟของเอนเซลาดัสนั้น 

ก็มีความแตกต่างจากภูเขาไฟบนโลกของเราอีกด้วย ซึ่งเป็นแมกมาร้อนที่เป็นหินที่หลอมเหลว แต่เอนเซลาดัสนั้น กลับเป็นน้ำที่เป็นของเหลวพุ่งออกมาแล้วก็แข็ง ยานลำนี้ที่สำรวจสามารถบินทะลุเข้าไปยังแหล่งพลังงานที่ระเบิดออกมา  ในอวกาศนับร้อยไมล์ด้วยความเร็ว 1,400 ไมล์ต่อชั่วโมง สำหรับดาวดวงนี้มันสะดุดตาของเราเมื่อไม่นานมานี้เอง

เพราะว่าเรานั้นเห็นน้ำร้อน ที่พุ่งขึ้นมาจากขั้วโลกใต้ เพราะเราไม่เคยเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแบบนี้  บนดาวบริวารที่เป็นน้ำแข็งเลย อย่างไรก็ตามสำหรับการศึกษาเกี่ยวกับดาวเสาร์นั้น แน่นอนว่าสิ่งที่เรานั้น จะข้ามไม่ได้ก็คือการศึกษาเกี่ยวกับดาวบริวารของมันด้วย ทุกเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ ไม่ใช้เรื่องบังเอิญ แต่เพราะด้วย เทคโนโลยี่ที่ทันสมัยเรา จึงได้รับรู้ในสิ่งที่น่าค้นหา

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   UFABET เว็บหลัก

ดาวเคราะห์ที่ไม่มีชื่อ

โลกดาราศาสตร์และอวกาศนั้นเป็นเรื่องหนึ่งในรายวิชาวิทยาศาสตร์ที่เราต้องได้เรียนกัน ส่วนมาในวิชาที่ว่านี้เรื่องส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวกับดวงดาวต่าง ๆที่อยู่ภายในระบบสุริยะของเรา เรียนเรื่องขององค์ประกอบว่าในระบบสุริยะนี้มีดาวเคราะห์กี่ดวง ดาวฤกษ์กี่ดาว สิ่งต่าง ๆ

เหล่านี้นั้นล้วนแต่มีอยู่แล้วในระบบสุริยะของเรา แต่คุณรู้หรือไม่ว่าในระบบสุริยะนอกจากดาวเคราะห์ทั้ง 8 ดวงที่เรารู้จักกันดีแล้วนั้นมันก็ยังมีดาวเคราะห์ที่นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ยังเชื่อว่ามีอีกภายในระบบแห่งนี้

ถึงแม้ว่าในวิชาเรียนนั้นจะพูดถึงดวงดาวต่าง ๆ ในระบบสุริยะแต่คุณรู้หรือไม่ว่านั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบสุริยะเท่านั้น เพราะระบบที่ว่านี้ยังมีเรื่องต่างๆ อีกมากมายที่ในวิชาเรียนไม่ได้พูดถึงซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่น่าทึ่งเอามากๆ เมื่อเราได้ลองที่จะศึกษาดู ดาวเคราะห์โดยทั่วไปนั้นมักจะเกิดความไม่เสถียรภาพหลังการสร้าง

พวกมันมักจะเปลี่ยนวงโคจรเนื่องจากวงโคจรของพวกมันจะถูกเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง  ด้วยแรงโน้มถ่วงของดาวดวงอื่นๆ ซึ่งในปี 2005 นักวิจัยสามกลุ่มได้มีการใช้ทฤษฏีนี้ในการเสนอแบบจำลองที่ดีของการ   ก่อตัวของระบบสุริยะ ในอดีตที่ผ่านมานั้น

การดูดกันระหว่างแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ ได้มีการทำให้ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน เปลี่ยนวงโคจรของมันเอง และได้ส่งดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ให้ออกห่างไกลไปจากดวงอาทิตย์มากขึ้น โดยที่ดาวพฤหัสบดียังคงมีความพยายามที่จะเคลื่อนตัวเพื่อให้ตังมันเองเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากยิ่งขึ้น

ก่อนที่มันจะถูกส่งกลับไปยังระบบสุริยะชั้นนอกเหมือนเดิม รูปแบบของทฤษฏีนี้มีการได้รับการยมรับว่าเป้นความจริงมาโดยตลอด จนกระทั่งในปี 2011  ส่วนหนึ่งของทฤษฏีได้มีการถูกหักล้างซึ่งในเวลานั้นนักวิทยาศาสตร์บางคนได้กล่าวว่า ถ้าทฤษฏีดังกล่าวเป็นจริงทั้งหมด จะต้องมีดาวเคราะห์ดวงที่ 5 ระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี

แต่อย่างไรก็ตามได้มีการแก้ต่างในเรื่องที่ว่านี้ว่า ดาวเคราะห์ดวงดังกล่าวน่าจะพุ่งออกไปจากระบบสุริยะด้วยแรงโน้มถ่วงของดาวเสาร์ หรือไม่ก็ดาวพฤหัสบดี และในปี 2015 นักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ ได้มีการเสนอทฤษฏีที่เกี่ยวกับดาวเคราะห์ชั้นในอันประกอบไปด้วยดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก และดาวอังคาร ซึ่งพวกเขาได้กล่าวว่าดาวพฤหัสบดีเคยหลงเข้าไปในระบบสุริยะวงใน 

แรงโน้มถ่วงของดาวพฤหัสบดี  ก็น่าจะมีการทำลายล้างดาวเคราะห์ชั้นใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาวพุธและดาวอังคารนั้นเอง ซึ่งดาวเคราะห์ดวงที่ 5 ที่ได้มีการคาดการณ์ไว้นั้นมัน  ก็คือดาวเคราะห์ที่ไม่มีชื่อนั้นเองเพราะรายังไม่สามารถทราบแน่นอนว่ามันมีอยู่จริง ๆ 

 

สนับสนุนโดย    ติดต่อ ufabet