ลูกโปร่งวิทยาศาสตร์

เราเชื่อว่าหลายๆคนคงเคยเล่นลูกโปร่งวิทยาศาสตร์เพราะเวลาที่เราเล่นนั้นเราต้องอมแล้วหมุนกาวแล้วก็เอามาเปล่าหลังจากที่เราเป่านั้นเล่นได้สักพักก็จะแตกหรือว่าเราเป่าแตกก็จะบีบจนเหลืออันเล็กแต่ที่เรานั้นระหว่างบีบนั้นจะมีเสียงเปาะแปะดังซึ่งทำให้เรานั้นสนุกมากในวัยเด็กนั้น

แต่หารู้ไหมว่าเดียวนี้ไม่ค่อยได้ให้มีเล่นกันแล้วเพราะเป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งเป็นสาระเหย แต่ก็ยังมีคนลักลอบเอามาขายกัน

วันนี้เราจะมาพูดถึงลูกโปร่งวิทยาศาสตร์

เพราะเขาไม่ให้เล่นเพราะอะไร ในเมื่อตอนที่เรานั้นเด็กๆนั้นเรายังไปซื้อมาเล่นเลยอันละหนึ่งบาท แต่เห็นว่าเดียวนี้ขายอันละห้าบาทถึงสิบห้าบาท

ลูกโปร่งวิทยาศาสตร์นั้นเป็นของเล่นที่วัยเด็กนั้นส่วนใหญ่จะได้เล่น ซึ่งจะมีกลิ่งที่ฉุนและแรง ต่อมาทางสาธาณสุข ได้บอกเกี่ยวกับส่วนผสมของลูกโปร่งวิทยาศาสตร์ว่ามีอะไรบ้างแล้วเอาตรวจสอบซึ่งผลวิจัยว่าพบสารระเหย ที่ทำให้เป็นสารเสพติดชนิดหนึ่งได้ 

ถ้าเรานั้นสูดดมเข้าไปหรือเอาเข้าปากนั้นอาจจะทำให้ร่างกายนั้นเสื่อมสภาพทางร่างกายหรืออาจจะตายได้ ถ้าเรานั้นสูดดมมากหรือเอาเข้าปาก

ดังนั้นเราควรที่จะดูแลลูกหลานของเราไม่ให้ไปเล่นเพราะว่าเด็กเล็กนั้นอาจจะไม่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เราควรที่จะดูแลลูกหลานแต่เดียวนี้ได้มีกฎหมายถ้าใครฝ่าฝืนแล้วเอามาขายนั้นมีโทษจำคุกแล้วปรับ

เพราะผลกระทบที่ได้จากลูกโปร่งวิทยาศาสตร์นั้นเทียบเท่ากับสารระเหยชนิดหนึ่งเลยเพราะของเล่นชนิดนี้ต้องสูดดม และต้องเอาเข้าปากเมื่อเอามาเล่นบ่อยๆนั้นอาจระเหยเข้าปอดได้เมื่อที่เด็กนั้นเล่นรู้เท่าไม่ถึงการณ์ 

เลขาธิการ  ได้พูดกล่าวไว้ว่า ในทางการแพทย์ได้แบ่งออกสารระเหยเป็นสองชนิด สองลักษณะคือ  สารพิษระยะเฉียบพลัน

ซึ่งผู้ที่ได้รับสาระเหยชนิดนี้เหมือนกันกับการเมาสุรา เพราะเวลาที่พูดจาจะเหมือนคนลิ้นพันพูดอ้อแอ้ ควบคุมตัวเองไม่ได้  และมีอาการเหยื่อบุภายในช่องปาก และจมูกมีน้ำลายไหลมากต่อมานั้นมีฤทธิ์กดทำให้ง่วงซึม

แต่ถ้าเรานั้นได้สูดดมอย่างสูงนั้นสารระเหยนั้นจะไปกดศูนย์หายใจอาจจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้  หรืออาจจะมีอาการจามไอ ท้องเสีย หรือว่าเป็นลมชักแบบลมบ้าหมูเกิดจากที่เรานั้นสูดดมเป็นระยะเวลาที่นาน ซึ่งจะทำให้ร่างกายนั้นเสื่อมสภาพ

และด้วยเหตุ  ส ค บ จึงได้ใช้อำนาจและมาตรา  36 แห่ง พ ร บ คุ้มครองผู้บริโภค ได้สั่งห้ามขายลูกโปร่งวิทยาศาสตร์แต่ก็ยังมีผู้ที่เอามาขายอย่างต่อเนื่องหรือเป็นระยะ

และยิ่งชอบขายตามหน้าโรงเรียนเป็นต้น   โดยผู้ที่ขายนั้นจะมีทาจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำและปรับ 

 

วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้สำหรับบุคคลทั่วไป

หลายท่านคงคิดว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่จริงและสามารถพิสูตรได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องค้นหาและพิสูตรเพื่อให้เห็นข้อที่แท้จริง โดยนักวิทยาศาสตร์พวกเขาพยายามค้นและทดลองเพื่อตอบคำถามต่างๆที่เกิดจากโลกของเรา และในขณะนี้พวกเขาก็ได้ทำการทดสอบเรื่องของต่างดาวหรือสิ่งมีชีวิตด้วยการแกะหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิต

กล่าวคือในขณะนี้ได้มีการส่งหุ่นยนต์

เพื่อไปค้นหาหรือไปออกสำรวจหาสิ่งมีชีวิตหรือมนุษย์ต่างดาวในมหาสมุทรแอนตาร์กติกหรือมหาสมุทรที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งอย่างที่เรารู้จักเป็นอย่างดีนั้นเอง ซึ่งพวกเขาตั้งใจให้หุ่นยนต์เหล่านี้ไปค้นหาสิ่งมีชีวิตหรือมนุษย์ต่างดาวเพื่อเป็นการยืนยันและเป็นหลักฐานในการพิสูจน์ว่ามนุษย์ต่างดาวที่พวกเขาสันนิษฐานมีอยู่จริง และนี่ก็จะเป็นพิสูจน์ด้วยว่าพวกเขาสันนิษฐานหรือคาดเดาไม่ผิด

สำหรับในเดือนพฤศจิกายนนี้จะเริ่มมีการสำรวจโดยมีการส่งหุ่นยนต์ดังกล่าว

เพื่อส่งออกไปสำรวจใต้พื้นน้ำแข็งที่หนาแน่น ณะสถานีวิจัยเคซีย์ (Casey Research Station) ที่อยู่ในทวีปแอนตาร์กติกาในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งพวกเขาต้องการทอสอบหุ่นยนต์เหล่านี้ว่ามีความแข็งแรงและสามารถอยู่ได้นานเท่าไหร่ ถ้าหากว่าหุ่นยนต์เหล่านี้มีความทนทานตามเปาหมายที่ตั้งไว้ พวกเขาก็จพทำการส่งหุ่นยนต์เหล่านี้ออกไปยังดาวดวงอื่นๆ เพ่อค้นหามนุษย์ต่างดาว และเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่ามนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริง

นักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างให้หุ่นยนต์ดำน้ำลึกได้ถึง ขนาด 1 เมตร และนั้นก็ไม่ได้ใช้ยานดำน้ำช่วยเลยแม้แต่น้อย แต่พวกเขาสามารถสร้างพาหนะที่สามารถขับเคลื่อนได้ถึง 2 ล้อด้วยกัน ซึ่งสามารถขับบนน้ำแข็งได้เหมือนราวกับเดินบนผิวดินในแบบปกติของคนเรา

นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายพวกเขามีความสามารถในการออกแบบ BRUIE

เพื่อเป็นการออกสำรวจเพื่อหาร่องรอยของมนุษย์ต่างดาวหรือพวกสิ่งที่มีชีวิตต่างๆ เพราะพวกเขาได้ค้นพบสัตว์ขนาดเล็กและสิ่งมีชีวิตต่างๆและมีระบบนิเวศที่คาดว่าน่าจะมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆอาศัยอยู่ในแถบขั้วโลกเหนือและในแถบขั้วโลกใต้ และยังเห็นจุลินทรีย์อีกหลากหลายชนิดด้วยกัน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จึงมีการคาดเดาได้ว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่เรายังไม่เจอหรือไม่เคยพบเจออยู่อีกที่อาศัยบนดาวเคราะห์ดวงอื่นๆในระบบสุริยะอันไกลโพ้น

ซึ่งกล่าวได้ว่าผู้ผลิตBRUIE จะต้องพัฒนาให้หุ่นยนต์เหล่านี้มีความแข็งแกร่งที่สุดเพื่อตะเวนสำรวจค้นหาสิ่งมีชีวิตใต้น้ำที่หนา 10-30 กิโลเมตร เพราะพวกเขาอาจจะเจอกระแสน้ำที่คาดการไม่ถึงในใต้น้ำทะลึกก็ได้

หัวหน้าทีมวิศวกรของนาซา แอนดี้ เคลช ซึ่งเขาเป็นคนออกแบบ BRUIE มาเป็นอย่างดี เพราะหุ่นยนต์ตัวนี้สามารถ ต้านทานกระแสน้ำที่เรียกว่าแรงได้เกือบทุกชนิด และยังปรับเป็นโหมดประหยัดพลังงานของตนเองได้อีก

นอกจากนั้นยังถ่ายภาพ และสามารถตรวจวัดความดัน หรืออุณหภูมิต่างๆที่อยู่รอบตัว และยังวัดปริมาณของออกซิเจน รวมทั้งเก็บข้อมูลทางชีวภาพต่าง ๆได้เป็นอย่างดี