นิวยอร์ก-อเมริกาอ่วมติดเชื้อกว่า 76000 ราย

ปัจจุบันสหรัฐอเมริกามีการติดเชื้อ COVID-19 ที่ได้รับการยืนยันมากที่สุดในประเทศใด ๆ โดยมีผู้ป่วยมากกว่า 203,000 รายในวันพุธ มหานครนิวยอร์กกลายเป็นจุดสนใจใหม่ล่าสุดของการระบาดโดยมีผู้คนมากกว่า 44,900 คน ทดสอบเลือดเป็นบวก ณ เวลานั้น 

และการระบาดครั้งใหญ่แพร่กระจายไปในเมืองต่าง ๆ เช่น Seattle และ New Orleans แต่ข้อมูลระดับรัฐอาจซ่อนฮอตสปอตในพื้นที่ที่มีประชากรน้อยกว่า

เวลานี้ทีมจากมหาวิทยาลัยชิคาโกได้ทำแผนที่ยืนยันการติดเชื้อ COVID-19 ต่อเขตและปรับขนาดประชากร การค้นพบของนักวิจัยเปิดเผยกลุ่มที่สำคัญในส่วนต่างๆของจอร์เจียอาร์คันซอและมิสซิสซิปปีท่ามกลางพื้นที่อื่น ๆ แม้ว่าประชากรที่เกี่ยวข้องอาจมีขนาดเล็กกว่าของนิวยอร์กหรือซีแอตเทิลพวกเขาอาจได้รับผลกระทบจากโรคอย่างไม่เป็นสัดส่วน

มาริเนีย โคลัค ผู้ช่วยผู้อำนวยการสารสนเทศด้านสุขภาพของศูนย์วิทยาศาสตร์อวกาศแห่งมหาวิทยาลัยชิคาโกกล่าวว่า เมื่อคุณเปลี่ยนจากข้อมูลระดับรัฐเป็นข้อมูลระดับเขตคุณจะได้รับข้อมูลมากขึ้น ตัวอย่างเช่นมีหลายพื้นที่ในภาคใต้ที่ประชากรมีขนาดเล็กกว่ามาก แต่สัดส่วนของคนที่มี [COVID-19] นั้นใหญ่กว่ามาก นั่นอาจทำให้เกิดความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นเพราะถึงแม้ว่าจะมีคนน้อยกว่าที่ติดเชื้อไวรัส

ในตอนแรกทีมทำแผนที่ใช้ข้อมูลจากตัวติดตามประชาชน ที่มาจากระดับเขตและตรวจสอบความถูกต้องกับการประมาณการจากแผนกสุขภาพของรัฐ นักวิจัยได้รวมข้อมูลจากแหล่งอื่น ๆ และพวกเขาร่วมมือกับเพื่อนร่วมงานของพวกเขาที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซินแมดิสันเพื่อตรวจสอบข้อมูลนั้น 

กลุ่มมหาวิทยาลัยชิคาโกรวบรวมข้อมูลทั้งในระดับรัฐและเขตโดยดูที่กรณีที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ, การเสียชีวิตและจำนวนผู้ป่วย ตามสัดส่วนของขนาดของประชากร ทีมยังได้สร้างภาพข้อมูลแบบอินเทอร์แอคทีฟซึ่งแสดงวิวัฒนาการของฮอตสปอตในภูมิภาคเมื่อเวลาผ่านไป

ข้อมูลแสดงให้เห็นถึงรูปแบบที่น่าแปลกใจบางอย่างในอัตราการติดเชื้อในระดับเขตหลังจากปรับขนาดประชากร ตัวอย่างเช่นกลุ่มหลายเขต – เช่นกลุ่มรอบ Albany, Ga., Detroit, Nashville, Tenn. และบางส่วนของ Mississippi และ Arkansas – มีจำนวนผู้ป่วยต่อหัวค่อนข้างมาก 

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม กลุ่มมลรัฐ ครอบคลุมรัฐนิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์และแมสซาชูเซตส์ยังคงมีการติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันมากที่สุดทั้งโดยรวมและต่อหัว: 76,273 รายหรือประมาณ 22 ต่อ 10,000 คน กระนั้นอัลบานีกามีจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับสองต่อหัว: 13 รายต่อ 10,000 คน ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าฮอตสปอตอื่น ๆ ที่รู้จักกันดีเช่นซีแอตเทิลซึ่งมีประมาณแปดรายต่อ 10,000 และซานฟรานซิสโกซึ่งมีสองต่อ 100,000

อเมริกามีผู้ติดเชื้อ covid-19 มากกว่า 376,000 คน รักษาหายแล้วประมาณ 20,000 คน และเสียชีวิตมากกว่า 11,750 คน

 

ขอบคุณ  gclub  ที่ให้การสนับสนุน

การใช้โซเชียลของคนในยุคปัจจุบัน

การใช้โซเชียลของคนในยุคปัจจุบันนี้แตกต่างกัน  ซึ่งแต่ละคนมีเหตุผลการใช้บางคนใช้เพื่อหารายได้  บางคนใช้เพื่อค้นหาความรู้  บางคนใช้เพื่อติดต่อกับเพื่อน  บางคนใช้เป็นเพื่อนแก้เหงา

ฉันเองก็เป็นหนึ่งคนที่ใช้โลกของโซเชียล  แต่ฉันใช้ค้นหาความรู้ต่างๆ  ดูข่าวสารบ้านเมือง  เหมือนตอนนี้คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับข่าว โรคโควิด 19 ซึ่งกำลังสร้างความหวาดกลัวให้คนไปทั่วโลก  ฉันเองก็ติดตามข่าวจากทางทีวี 

และก็ติดตามข่าวทางโซเชียลที่มีคนแชร์กันมาเรื่อย ๆ  อาจจะเป็นทั้งเรื่องจริง  หรืออาจเป็นเพลหลอกคนดู  ที่คนสร้างคงหวังผลอะไรจากคนดูสักอย่าง  หรืออาจจะเป็นการทำลายฝ่ายตรงข้ามโดยใช้โซเชียลที่คนติดตามมากเป็นเครื่องมือ  แต่อย่างไรฉันเป็นคนเลือกดูข่าว 

อ่านทุกข่าวที่เค้าพากันแชร์มาแล้วส่งต่อกันมาเรื่อยๆ  พอดูหรืออ่านเสร็จฉันต้องมาพิจารณาอีกครั้งถึงเรื่องที่ได้อ่านได้ดูตามที่แชร์กันมา  ส่งตามไลน์บ้าง เฟสบ้าง  เรื่องบางเรื่องฉันก็ไม่ได้สรุปตามที่ส่งกันมา  แค่อ่านเป็นความรู้เท่านั้น

  อย่างน้อยการที่ฉันมีโซเชียลทำให้ฉันได้เปิดดู  ความเป็นมาของข่าวโรคโควิด 19  รู้จักวิธีป้องกัน  หลีกเลี่ยงจากแหล่งที่เป็นกลุ่มเลี่ยงของการติดเชื้อได้  รู้ถึงความรุ่นแรงของเชื้อในแต่ละวัน  รู้ว่า           แต่ละประเทศได้มีวิธีป้องกันกันอย่างไรบ้าง 

รู้แม้นกระทั่งการติดเชื้อของคนบันเทิง  ซึ่งข่าวในโซเชียลแชร์กันก่อนที่คนบันเทิงจะออกมายอมรับว่าติดเชื้อ  มันก็เป็นเรื่องดีในบางเรื่อง  ที่เราได้รู้ข่าวสารก่อน  และบางภาพบางเวลา  บางคำสัมภาษณ์ไม่มีในข่าวในทีวี  แต่มีข้อความแชร์กันมาให้อ่าน

  เป็นอะไรที่ทันสมัย  รวดเร็ว  บางเรื่องไม่เป็นการทำลายอีกคน  เพียงแค่เป็นเพียงการแชร์ความคิดกันเท่านั้น  ให้รู้จักวิธีดูแลตัวเอง  การให้กำลังใจกันเป็นสิ่งสำคัญ  บางคนที่เราไม่รู้จักกันเลย  เราก็ได้รับกำลังใจจากคนที่ไม่รู้จักก็มีอีกเยอะ 

แต่ก็มีบางกลุ่มคนที่พออ่านข้อความแล้วไม่เป็นมิตร  แต่เค้าก็ถูกคนต่อว่าเหมือนกัน  มันก็เป็นเหมือนดาบสองคม  ใช้ให้ถูกประโยชน์ก็เป็นคุณ  ใช้ไม่ดีก็เป็นโทษเช่นกัน

อย่างไรก็ดีเราเป็นผู้ใช้เราต้องรู้จักเลือก  เลือกข้อมูลหรือเรื่องที่มีประโยชน์มากที่สุดต่อเราเอง  หากเรื่องไหนดูแล้วอ่านแล้ว  ไม่น่าจะดีไม่น่าจะบอกต่อ  เราก็ไม่ต้องแชร์ไปให้คนอื่นต่อ  เราก็สามารถลบข้อมูลนั้นออกจากข้อมูลของเราได้  อะไรก็ตามมันขึ้นอยู่กับตัวเราเป็นผู้เลือก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ทางเข้า ufabet มือ ถือ

1วันจะนานถึง 365 วัน ถ้าโลกหยุดหมุน

คุณเคยตั้งคำถามกับตัวเอง หรือกับสักคนหรือไม่ว่าถ้าโลกของเราหยุดรอบตัวเองแล้วจะเป็นอย่างไร จะเกิดอะไรกับโลกบ้าง ต้องบอกก่อนเลยว่าโลกของเรานั้นอยู่ในระบบสุริยะ ที่มีโลกและดวงดาวต่างๆโคจรหมุนรอบดวงอาทิตย์อยู่

และในส่วนของโลกเรานั้นไม่ได้เพียงแค่หมุนรอบดวงอาทิตย์เท่านั้น แต่มันยังหมุนรอบตัวของมันเองอีกด้วย การหมุนรอบตัวเองของโลกนั้นจะเกี่ยวและสัมพันธ์กับเรื่องเวลา สนามแม่เหล็ก และปรากฏการณ์ต่างๆอย่างเช่น สภาพอากาศ ฤดูกาล เป็นต้น

อยากจะทำความเข้าใจเล็กๆน้อยๆก่อนว่านี่เป็นเพียงแค่การสันนิฐานจากองค์กร NASA เท่านั้นถึงเรื่องสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อโลกหยุดรอบตัวเอง การที่โลกหยุดหมุนรอบตัวเองจะก่อให้เกิดการที่ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้จะลอยขึ้นได้ ทั้งมนุษย์ สิ่งของ และสิ่งมีชีวิตต่างๆ รวมกับการที่เกิดแรงเหวี่ยงอย่างรุนแรงภายในโลกเกิดขึ้น

จนกลายเป็นพายุขนาดใหญ่ที่มีความรุนแรงและเร็วเป็นเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ยังจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพลังงานบนโลกด้วย เพราะเมื่อโลกหยุดรอบตัวเอง ก็จะมีพลังงานบางอย่างไม่สามารถทำงานต่อได้ ผลที่ตามมาก็คือระดับน้ำในทะเลและมหาสมุทรสูงเพิ่มมากขึ้น

จนทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิตามมา เนื่องจากพลังงานบางอย่างจะไปทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของน้ำในทะเลและมหาสมุทรแปรปรวน และในบทความนี้เราจะนำอีกหนึ่งปัญหาที่ตามมาจากการที่โลกหยุดหมุนรอบตัวเองนั้นก็คือ เรื่องของเวลา ที่เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงเกี่ยวกับการหมุนของโลกโดยตรง และจะทำให้เกิดพายุที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ชั้นบรรยากาศทุกชั้นของโลกจะล้มเหลวแปรปรวน ทำให้เกิดความผิดปกติในการไหลเวียนของอากาศ และในส่วนของเรื่องเวลานั้นก็จะมีการเปลี่ยนเป็นอย่างมาก โดยปกติแล้วเวลาบนโลกของเรานั้นถูกนับเป็น 1 วัน เท่ากับ 24 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ถ้าหากว่าโลกหยุดหมุนรอบตัวเอง เวลาในแต่ละวันจะมากขึ้นอย่าง 1 วัน เท่ากับ 365 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวมาก

เราจะต้องใช้ชีวิต 365 วันในเวลากลางวันหรือกลางคืนที่ยาวนานเทียบเท่ากับระยะเวลา 1 ปี แต่ถึงอย่างไรแล้วอย่างที่เราได้กล่าวไปให้ทุกคนทราบในตอนแรกแล้วว่านี่เป็นเพียงการสันนิฐานจากคำถามที่เกี่ยวกับการหยุดหมุนรอบตัวของโลกเพียงเท่านั้น เพราะมันยังไม่เกิดขึ้นจริง และถ้าหากว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆนั้น

มนุษย์เราในยุคปัจจุบันคงไม่มีได้เห็นอย่างแน่นอน เพราะมันอาจจะต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานมากถึงหลายพันล้านปีเลยก็ว่าได้ และในอนาคตเองถ้าโลกของเรายังมีมนุษย์อาศัยอยู่แล้วละก็ เชื่อเถอะว่าข้อสันนิฐานพวกนี้เราอาจจะได้คำตอบว่ามันจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่จริง และด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีและวิทยาศสาสตร์ในอนาคตคงจะก้าวไกลไปมากกว่านี้ อาจจะทำให้เราพร้อมที่จะเผชิญกับการเกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างแน่นอน

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   เว็บพนันไม่ผ่านไลน์