สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาในอวกาศ

หลายๆ คนนั้นคงจะรู้กันดีว่ามนุษย์โลกอย่างเราๆ นี้ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับอวกาศมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน มีหลายสิ่งหลายาอย่างที่นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ได้ค้นพบ ซึ่งแน่นอนว่าบางเรื่องเราเองก้เคยได้เรียนกันในบทเรียนเกี่ยวกับวิยาสาสตร์ทั่ว ๆ ไปด้วยเช่นกัน

แล้วทุกคนเคยสงสัยหรือเปล่าว่าในอวกาศนั้นนอกจาก ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ โลก และดาวเคราะห์อื่น ๆ ในระบบสุริยะของเรา มันยังมีอะไรอีกไหม แน่นอนว่าคำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตเอามาก ๆ เลยก็ว่าได้

สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ชื่อนี้คงจะเป็นอะไรที่น้อยคนนักที่จะเคยได้ยินกัน แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่อะไร และหลายคนคงจะเคยได้ยินกันมาบ้าง แล้วคุณเชื่อไหมว่าในอวกาศก็มี แถมมันยังเป็นที่ที่ลึกลับซับซ้อนมากเหมือนกันกับที่มีอยู่ในโลกของเราสะด้วยสิ สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาที่ว่านี้มันอยู่ในบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้

ซึ่งเหล่าบรรดานักบินอวกาศนั้น พวกเขาไม่ค่อยอยากที่จะเข้าใกล้สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาที่ว่านี้เท่าไหร่นัก ถ้าหากว่าไม่จำเป็นจริง ๆ เพราะมันเกิดปรากฏการณ์แสงเฟลชขนาดใหญ่ที่เรียกว่า SAA โดยมันจะเกิดขึ้นมาโดยที่ไม่มีเสียงใดเพื่อที่จะแจ้งเตือนเราก่อนล้วงหน้าเลย แสงท่ว่านี้ไม่เป็นอันตรายต่อผู้คน แต่มันจะทำให้ระบบคอมพิวเตอร์เกิดอาการรวนอย่างหนัก  จนกระทั้งจะต้องซ้อมกันยกใหญ่ เพราะฉนั้นไม่ว่ายานอวกาศ

สถานีอวกาศ หรือแม้แต่ดาวเทียมก็ตามถ้าหากว่าเผลอเข้ามาในบริเวณนี้ก็มีสิทธิ์ที่จะกลับบ้านแบบมึนๆ ได้เหมือนกัน ในส่วนของสาเหตุของปรากฏการณ์ที่ว่าน่าจะเกิดมาจากรักสีที่มีความเข้มข้นสูงก็ได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และโลกก็ตาม

แต่มันก็เล่นทำให้ระบบคอมพิวเตอร์พังไม่เป็นท่าแบบนี้ใครที่เซฟงานไมม่ทันก็คงต้องรับกำกันต่อไปแล้วละ และคงจะเป็นเพราะเหตุผลที่ว่านี้พื้นที่ในบริเวณถึงไม่มีเครื่องบินบินผ่านเลย   แต่ให้มันจะเป็นเส้นทางที่ใกล้กว่าแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นเส้นทางที่ดีที่สุด

เพราะถ้าหากเกิดว่ามันมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาในระหว่างที่เครื่องบินกำลังบินผ่านไป ไม่อยากจะคิดเลยว่าระบบคอมพิวเตอร์ที่แปรปรวนแบบนี้จะสามารถบังคับเครื่องบินไม่ให้ตกลงสู่พื้นได้อย่างไร

 ดังนั้นจะเป็นการดีกว่าถ้าหากว่าเลือกไป ในเส้นทางที่ไกลกว่าแต่มีความปลอดภัยสูงกว่าเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามนี้ไม่ใช้เรื่องที่แปลกใหม่อย่างที่เราได้บอกไปข้างต้นเพราะเรื่องนี้ได้ถูกค้นพบมาเมื่อนานมากแล้ว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย     ีดฟิำะ

สิ่งมีชีวิตจากสวรรค์

อย่างที่เรานั้นรู้ๆ กันดีว่าคนไทยส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาพุทธกัน  และจะเชื่อเรื่องของบาปบุญคุณโทษ เชื่อว่าถ้าใครทำดีก้จะได้ดี ถ้าใครทำชั่วก็จะได้ชั่ว และคนส่วนใหญ่ที่นับถือศาสนาพุทธ  ก็ยังเชื่ออีกด้วยว่า ถ้าใครทำดีปฏิบัติดีเมื่อตายไปแล้วก็จะได้ไปอยู่สวรรค์

แต่ถ้าใครที่คิดชั่วและปฏิบัติไม่ดีไม่ชอบ   เมื่อตายไปแล้วก็จะต้องไปชดใช้กรรมที่นรก   เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่เราเองก็พิสูจน์  ไม่ได้ว่ามันคือเรื่องจริงมากน้อยแค่ไหน เรื่องที่ว่านี้เราไม่สามารถที่จะบอกให้ใครเชื่อก็ได้  หรือไม่เชื่อก็ได้ ต้องแล้วแต่ที่เรานั้นจะพิจารณา

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าในปัจจุบันวิทยาศาสตร์  จะได้มีการแนะนำว่าดาวเคราะห์หรือแม้แต่กาแล็กซี่เอง จะสามารถก่อตัวหรือสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาได้   แต่วิทยาศาสตร์ก็ได้มีการบ่งชี้ว่าสิ่งมีชีวิตที่มีสารประกอบอินทรีย์นั้น สามารถที่จะก่อตัวขึ้นบนดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ นอกโลกของเราได้ ด้วยความ     รวมมือและความช่วยเหลือจากบรรยากาศของดาว

  และโครงสร้างของดาวอื่นๆ ที่มีการโคจรอยู่ในบริเวณ   ที่ใกล้เคียง เมื่อได้มีการใช้กล้องโทรทัศวิทยุ (ALMA) ในประเทศชิลี สารอินทรีย์จะถูกตรวจจับได้ในเมฆ Magellanic ใหญ่ ซึ่งเป็นดาราจักรบริวารของกาแล็กซี่ทางช้างเผือกของเรา ซึ่งมันจะอยู่ห่างจากเราออกไปเพียงไม่ถึง 50 กิโลพาร์เซก มันถือว่าเป็นดาราจักรวารที่อยู่ใกล้ทางช้างเผือกของเราเป้นอันดับที่สาม

        การตรวจพบโมเลกุลอินทรีย์ที่ซับซ้อน  เช่น เมทานอล ไดเมทิลอีเทอร์ และเมทิวฟอร์เมต ซึ่งทั้งหมดที่ได้    มีการกล่าวมานี้มันมีความสำคัญกับชีวิตอินทรีย์   นอกจากมันจะถูกตรวจพบในเมฆ Magellanic ใหญ่แล้ว ยังได้มีการตรวจพบสารอินทรีย์ดังกล่าวอยู่ในอีกสองแห่ง ในเนบิวลา กลุ่มเมฆหมอกขอฝุ่น ก๊าส และพลาสมาในอวกาศที่แสนจะกว้างใหญ่

สิ่งนี้นั้รแสดงให้เราได้เห้นว่า เวลาและสถานที่ทที่เหมาะสมที่สุด สารประกอบเหล่านี้สามารถที่จะก่อตัวเป็นโมเลกุลขึ้นมาได้   ที่จะได้กลายเป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตในเนบิวลาได้ ซึ่งพวกมันสามารถที่จะสร้างโครงสร้างทางชีวะภาพ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

และจะยังทำให้พวกมันวิวัฒนาการตัวมันเองได้ โดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องมัฟังก์ชั่น  พื้นฐานของแรงโน้มถ่วง เฉกเช่นบนโลกของเรา ซึ่งเรานั้นไม่สามารถที่จะจินตนาการได้เลยว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร

และก็ไม่แน่ว่าในปัจจุบันนี้พวกมันอาจจะมีตัวตนอยู่จริงแล้วก็ได้ และได้เดินทางไปมาอย่างอิสระในอวกาศ รวมไปถึงการเดินทางมายังโลกของเราซึ่งมันจะมมาในรูปแบบของพลังงานลึกลับบางอย่างที่เราอาจจะคุ้นเคยกันดี เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตจากสวรรค์นั้นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  UFABET เว็บตรง

สิ่งมีชีวิตที่มีมีเทนเป็นพื้นฐาน

อย่างที่เรานั้นรู้ๆ กันดีว่าพื้นฐานชีวิตของคนทุกคนนั้น มีไม่เท่ากัน แน่นอนว่าฉันก็เป็นคนหนึ่ง       ที่ไม่ได้มีพื้นฐานชีวิตที่ดี  แต่มีสิ่งหนึ่งที่เรานั้นเหมือนกันรู้ไหมว่าคืออะไร สิ่งนั้นก็คือความเป็นมนุษย์ยังไงละ เพราะมนุษย์นั้น ต้องการอาหารและน้ำดื่มในการดำรงชีวิต

และถ้าหากว่าวันหนึ่งต้องขาดสิ่งเหล่านี้ไปต่อให้คุณจะรวยมากแค่ไหนก็ไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่รอดได้อย่างแน่นอน และสิ่งที่มนุษย์ทุกคนจะหลีกเลี้ยงไม่ได้เลยนั้นก็คือ ความตาย ไม่มีใครที่จะหลีกเลี้ยงสิ่งนี้ได้

มีเทนนั้นเป็นสารประกอบไฮโดนคาร์บอน พวกแอลเคน เป็นแก๊สที่ไม่มีสี และยังสามารถติดไฟได้อีกด้วย ซึ่งมีสภาพแวดล้อมบางอย่างนอกโลกที่มีเทนจะมีความแพร่หลายมากกว่าน้ำที่อยู่บนโลกของเรา  

ซึ่งไททันที่เป็นดวงจันทร์ดวงหนึ่งของดาวเสาร์ก็ถือว่าเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นเกี่ยวกับมีเทน จากแบบจำลองคอมพิวเตอร์สิ่งที่ชีวิตที่พึ่งพามีเทนนั้นจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น และรวมไป ถึงบรรยายกาศที่ไม่มีออกซิเจนโดยสิ้นเชิง และแบบจำลองคอมพิวเตอร์ยังได้เปฺดเผยอีกด้วยว่าพนังเซลล์สามารถถูกสร้างขึ้งได้

ซึ่งจะเกิดขึ้นในมีเทนเหลวที่อุณหภูมิติดลบถึง 180 องศาเซลเซียส นอกเนื่องจากข้อเท็ดจริงที่ว่าเยื้อหุ้มเซลล์สามารถถูกสร้างขึ้นได้ด้วยโมเลกุลของไนโตรเจน คาร์บอน และไฮโรเจน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าปัจจัยเหล่านี้นั้นมีอยู่ในมหาสมุทรของไททัน

และสิ่งนี้ก็คมายความว่าอาจจะมีสิ่งมีชีวิตที่มีรูปแบบที่เรียบง่ายซึ่งจะอาศัยอยู่ในมหาสมุทรน้ำแข็งมีเทนบนดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์ดวงนี้ เช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตที่มีแอมโมเนียเป็นพื้นฐาน สิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรมีเทนนั้นจะเคลื่อนที่ได้ช้ากว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลกของเรามาก

รวมไปถึงการวิวัฒนาการและการเผาผลาญที่ช้า วึ่งมันจะเกิดขึ้นเนื่องจากอุณหภูมิที่เย็นและเยือก ที่จำเป้นในการรักษามีเทนให้อยู่ในรูปของของเหลวต่อไป อย่างไรก็ตามเรื่องรวม  ที่เราได้กล่าวไปนั้นเป็นเพียงสิ่งที่เราคิดว่า 

น่าจะมีและสามารถใช้มีเทนเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตที่เป็นของเหลวแทนการใช้น้ำเหมือนกับมนุษย์ ถ้าหากว่าสิ่งที่ว่านี้มีอยู่จริงมันก็คงเป็นเป็นเรื่องที่พิเศษเอามากๆ 

สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามมีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมายที่อยู่ในจักรวารที่กว้างใหญ่แห่งนี้ ยังมีอีกหลายสิ่งที่เรานั้นยังไม่รู้และยังไม่ได้มีการถูกค้นพบเพราะว่าสิ่งเหล่านั้นอาจจะรู้พวกคุรใหเออกไปตามหาพวกมันอยู่ก็เป็นได้ใครจะไปรู้ว่าไหม

 

ขอขอบคุณ  เว็บพนันแทงบอล คาสิโน บาคาร่า  ที่ให้การสนับสนุน

เอพิมีเทียสและเจนัส

มีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่เกิดขึ้นและผ่านเข้ามาในชีวิตของเราเพื่อให้เกิดการเรื่องรู้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องดีหรือแม้แต่เรื่องไม่ ดีก็ตาม และเมื่อพูดถึงเรื่องของการเรียนรู้ ถ้าจะไม่พูดถึงเรื่องของสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่รอบ ๆ ตัวของเราก็จะเป็นสิ่งก่อให้เกิดความรู้มากที่สุด

หลายเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วเรานั้นพยายามที่จะหาคำตอบแต่ก็ไม่เจอ แต่เชื่อได้เลยว่าถ้าหากคุณไม่หยุดที่จะพยายามที่จะหาคำตอบเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น แน่นอนว่าอีกในไม่ช้าก็เร็วจะต้องเจอคำตอบที่ตามหาแน่นอน

เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนจักรวาร ที่แสนจะกว่าใหญ่นั้นเป็นสิ่งที่น้อยคนนัก  จะให้ความสนใจและจะลองศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนนั้น และในปัจจุบันนี้ถึงแม้ว่าโลกของเรานั้นจะ                 มีเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้า ไปใกล้กว่าที่เคยผ่านมามาก แต่นั้นก็ยังไม่สามารถที่จะสำรวจ        จักรวารได้ทั้งหมดอยู่ดี  จักรวารนั้นซ่อนความลับต่าง ๆ เอาไว้มากมาย

เช่นเดียวกับระบบสุริยะของเราถึงแม้ว่ามันจะมีขนาดที่เล็กว่าจักรวาร   แต่ความลับที่มันได้ซ้อนเอาไว้ไม่ได้น้อยไปกว่าจักรวารเลย อย่างที่เรานั้นรู้ๆ กันดีว่าดาวเสาร์ที่เป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะของเรานั้น ดวงจันทร์บริวารที่โคจรอยู่รอบ ๆ ตัวของมันมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก

และไอพิมีเทียสและเจนัส ก็เป็นอีกหนึ่งในดวงจันทร์บริวารของมันที่มีความน่าสนใจเช่นเดียวกัน ดวงจันทร์สองดวงนี้เป็นดวงจันทร์บริวารคู่แฝดที่โคจรไปรอบ ๆ ดาวเสาร์พร้อม ๆ กัน วงโคจรของพวกนั้นเกือบจะเหมือนกันรัศมีวงโคจรต่างกันเพื่อ 50 กิโลเมตรเท่านั้น 

และที่น่าประหลาดใจเลยก็คือ  มันยังมีการสลับวงโคจรกันอีกด้วย เปลี่ยนจากอยู่วงนอกไปอยู่วงใน  เปลี่ยนจาก  วงในไปอยู่วงนอกกันทุกๆ 4 ปีช่วงที่อยู่ใกล้กันที่สุดห่างกันเพียง 9,900 กิโลเมตรเท่านั้น

แทบจะเรียกได้ว่าอยู่เคียงบ่าเคียงไหลกันเลยก็ว่าได้ และด้วยเหตุผลที่ว่านี้ นักวิทยาศาสตร์จึงมีความเชื่อวว่ามันเคยเป็นดาวดวงเดียวกันมาก่อน  แต่ถึงอย่างไรก็ตามมันก็เป็นดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์ ที่อยู่เป็นคู่กันที่มีความน่าสนใจเอามากๆ เพราะถ้าให้เปรียบมันเหมือนกับความรักของหนุมสาว มันก็คงจะเป็นความรักมั่นคงเอามากๆ

เพราะถ้าดูๆ แล้วมันมีการสลับที่กับเหมือนกับว่าไม่มีใครอยู่เหนือกว่าใคร ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์ในการตัดสินใจเท่ากัน เพราะแบบนี้ถ้าจะให้เปรียบพวกมันเป็นนอกจากแฝด มันก็คงเป็นดวงจันทร์คู่รักที่สมบรูณ์แบบเอามากๆ เลยทีเดียวก็ว่าได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   gclub slot เล่นผ่านเว็บ