น้ำเหนือวิกฤต

หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเรานั้น บางเรื่องมันก็เป็นเรื่องที่เรานั้นยากจะเข้าเลยในทันที เพราะมันค้องอาศัยปัจจัยหลายๆ อย่างๆ ทั้งเรื่องของเวลา ความรู้พื้นฐานเบื้องต้นของเรื่องนั้น และอีกหลายอย่างมากมาย

แต่บางเรื่องก็ไม่ต้องอาศัยสิ่งเหล่านี้ เราก็สามารถที่จะทำความเข้าใจได้เป็นอย่างดี   มันอาจจะเพราะเรื่องนั้นเราสนใจ หรืออะไรก็ตามแต่ เช่นเดียวกับเรื่องที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้นั้นก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับน้ำ มันอาจจะดูว่าง่าย แลฃะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากเกินไป แต่เปล่าเลยากกว่ามันมีอะไรที่มากว่านั้นอย่างแน่นอน

สสารนั้นมันสามารถไปถึงสถานะเหนือวิฤกตได้  ก็ต่อเมื่อ มีอุณหภูมิและความดันที่สูงมาก จนมันไม่มีความแตกต่างระหว่างสถานะของเหลวและสถานะก๊าซ และในกรณีของน้ำที่เรากำลังจะได้พูดถึงนี้

น้ำจะอยู่ในสถานะเหนือวิฤกตได้ นั้นคือหลังจากที่มันมีสถานะเป็นก๊าซ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงลำดับตามสถานะของน้ำนั้นก็คือ จากสถานะของแข็ง ของเหลว ก๊าซ ไปจนถึงสถานะเหนือวิกฤต

ซึ่ง ณ จุดๆนี้ น้ำจะอยู่ในรูปแบบของไอแปลกที่ไม่ใช่ก๊าซ เมื่อน้ำมาถึงสถานะเหนือวิกฤตน้ำอุณหภูมิของน้ำที่วัดได้จะ มีอุณหภูมิอยู่ที่ 373 องศาเซลเซียส และแรงดันที่ได้จะสูงถึง 220 บาร์  ซึ่งน้ำที่อยู่ในสถานะเหนือ วิฤกตนั้นจะไม่สามารถที่จะบีบอัดแล้ว  กลับไปเป็นของเหลวในขณะที่อยู่ในสถานะนั้นได้ เช่นเดียวกับของไหลวิฤกตยิ่งยวด หรือก็คือ Supercritical Fluid อื่นๆ

ที่จะสามารถแพร่แทรกเข้าไปในโครงสร้าง  ของของแข็งได้ดี โดยที่น้ำในสถานะของวิฤกตนั้นจะสามารถไหลผ่านของแข็งได้  เหมือนกับสถานะก๊าซ และสามารถที่จะเป็นตัวทำละลายกับสถานะของเหลว และนี้ก็ดูเหมือกับว่าจะเป็นเรื่องที่แปลกใหม่มากๆ

สำหรับใครหลายๆ คน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับน้ำ แต่ก็ใช่ว่ามันจะเป็นที่คนทั่วไปจะนำมาพูดถึงกันแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์  ถ้าหากว่าเราหันมาสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์  เพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่ามันจะใช้ในชีวิตประจำวันของเราไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าเราจะศึกษาเกี่ยวกับมันไม่ได้

อย่างไรก็ตามสุดท้ายนี้คุณอย่าคิดว่าอะไรที่มันเป็นเรื่อง  ใกล้ตัวของเรามันจะเป็นเรื่องที่ง่าย และเราอาจจะมองข้ามไปไม่ได้สนใจมัน แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เรื่องใกล้ตัวของเรา  มันกลับมามีบทบาทในชีวิตของเราขึ้นมาซักวัน นั้นก็คงจะเป็นอะไรที่คุณคงจะนึกไม่ถึงอย่างแน่นอน อย่างทำให้เรื่องที่ใกล้ตัวไกลเป็นเรื่อง     ที่ไกลตัวเพียงเพราะไม่ใช่เรื่องที่เราสนใจ

 

สนับสนุนโดย   ae บาคาร่า

การระเบิดของภูเขาไฟยักษ์

 

อย่างที่เรานั้นรู้ๆ กันดีว่าดาวอาทิตย์ที่คอยปล่อยแสงสว่างมา  ให้ยังโลกของเรานั้น มันเป็นดาวฤกษ์  และดาวฤกษ์ที่ว่านี้มีอยู่มากมายหลายดวงในจักรวารของเรา  ที่เราพูดถึงดาวฤกษ์เพราะมันเป็นดาวที่มีอายุขัย ใช่แล้วละ

มันมีอายุเหมือนกับมนุษย์อย่างเราๆ เมื่อถึงวันที่มันหมดอายุมันก็จะทำการระเบิดตัวเองเรียกว่าซูปเปอร์โนวา ซึ่งแน่นอนว่าดวงอาทิตย์ของเรามันก็จะต้องเกิดเหตุการณ์แบบนั้นในวันหนึ่ง และหลายๆ สงสัยว่าแล้วโลกของเราละมีวันที่จะสิ้นันก็จะมีเหตุการณ์ที่จะทำให้สิ้นสุดอายุขัยเหมือนกับ         ดาวฤกษ์หรือไม่ คำตอบก็คือไม่มี แต่ว่ามนุษย์อย่างเราสูญพันธ์ได้เช่นกัน 

Campi Flegrei ภูเขาไฟยักษ์ หรือก็คือ Supervolcano ที่ตั้งอยู่ในอ่าว Naples ซึ่งภูเขาไฟดักล่าวนี้     มันประกอบไปด้วยโครงสร้างใต้ดินอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยแมกมา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันจะอยู่ใต้ทะเลโดยภูเขาไฟCampi Flegrei ลูกนี้ มันไม่ได้ปะทุมานานแล้วกว่า 500 ปีได้

  และก็ดูเหมือนกับว่าสิ่งนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ในไม่ช้า โดยที่ในเดือน ธันวาคม ปี 2016  นักภูเขาไฟวิทยาได้มีการออกมาเตือนว่าภูเขาไฟ Campi Flegrei  มันสามารถเข้าถึงความกดดันที่ลดลงอย่างรุนแรงซึ่งอาจจะนำไปสู่การปะทุได้ในอนาคต เมื่อประ 39,000 ปีก่อน ภูเขาไฟ Campi Flegrei ได้เคยมีการปะทุขึ้นหรือก็คือเกิดการระเบิดขึ้นมา

มันได้ปลดปล่อยปรมาณลาวาออกมา มากกว่า 300 ลูกบากศ์กิโลเมตร ซึ่งได้แผ่ขยายหินหลอมเหลวไปไกลกว่า 70 กิโลเมตร และได้มีการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกขึ้นไปบนอากาศกว่า 450,000 ตัน โดยที่เถ่าภูเขาไฟ ได้ลอยไปไกล  ถึง 2,000 กิโลเมตร

ซึ่งการปะทุในครั้งนั้น  ส่งผลร้ายแรงต่อทวีปยุโยปมาหลายศตวรร ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมา จากการปะทุของภูเขาไฟในฤดูหนาว ได้ปกคลุมดินด้วยความหนา 20 เซนติเมตร และได้ปิดกั้นความร้านจากดวงอาทิตย์ที่ได้ส่องแสงลงมายังโลกของเรา

ถึงแม้ว่า Campi Flegrei อาจจะไม่ได้เป็นSupervolcano เพียงแห่งเดียวที่ยังคงมีอยู่บนโลกของเรา ซึ่งทะเลสาป โตบาร์ ในประเทศอินโดนิเซีย และทะเลสาป Taupo ในนิวซีแลน ก็ล้วนเป็นสถานที่ของภูเขาไฟ ที่มีศักยภาพในการกวดล้างทุกสิ่งอย่างเป็นจำนวนมากในโลกของเรา

และเปลี่ยนที่ดินในบริเวณนั้นให้กลายเป็นทะเลทราบ ซึ่งผู้เชี่ยงชายกำลังทำงานกันอย่างนัก เพื่อให้สามารถคาดการณ์ได้ว่า การปะทุที่รุนแรงแบบนี้จะเกิดขึ้นเมื่อใด โดยนักธรณีวิทยา       ที่ศึกษาภูเขาไฟแบบเดียวกันนี้เชื่อว่ามันจะมีการทื้งช่วงเวลาของการปะทุเฉลี่ย 740,000 ปี

ในระหว่างการปะทุของแต่ละรอบ  นั้นก็หมายความว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกในปัจจุบันจะยังคงปลอดภัย อย่างน้อยๆ ก็ 100,000 ปี และเราก็หวังว่าทฤษฏีทั้งหมดจะเชื่อถือได้

 

สนับสนุนโดย  ufabet

การระเบิดของรังสีแกมมา

อย่างที่เรานั้นเองก็รู้ ๆ กันดีว่าโลกของเรานั้นถือกำเนิดเกิดขึ้นมาเมื่อนานมาแล้ว ตั้งแต่ 4.5 พันล้านปีก่อน ซึ่งตั้งแต่ในตอนนั้นจนถึงตอนนี้โลกของเรา  มีการเปลี่ยนแปลงไปไกลมาก

จนในบางทีเราเองยังตามไม่ทันมัน เป็นความจริงที่ว่าโลกเกิดขึ้นมานานแล้ว  และคุณเคยคิดไหมว่ามันเกิดมานาน และมันจะมีวันหายไปหม พูดง่ายๆ ก็คือจะมัวันสิ้นโลกไหมนั้นเอง แน่นอนว่าดลกของเรา

ไม่สามารถที่จะทำลายตัวเองได้เหมือนกับดาวฤกษ์ อย่างดวงอาทิตย์ แต่สิ่งรอบข้างนั้นสามารถที่จะทำได้ นั้นก็รวมถึงมนุษย์เราด้วย แต่ก็คงจะไม่มีใครโง่ทำลายดาวบ้านเกิดตัวเองหรอก

รังสีนั้นเป็นสิ่งที่เราได้ยินกันอยู่บ่อยๆ รังสีแกมมาก็เป็นอีกสังสีที่ผ่านหูผ่านตามาบาง วันนี้เราจะมาพูดเรื่องเกี่วกับการระเบิดของรังสีแกมมา หรือก็คือ Gamma-Ray Burst (GRB) เป็นการระเบิดของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูง

ซึ่งการระเบิดดังกล่าวนี้มันสามารถที่จะให้พลังงานที่มากกว่าดวงอาทิตย์ได้ โดยที่ใน 10 ล้านปี มันจะเกิดขึ้นในไม่กี่วินาที ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า(GRB)  อาจจะเกิดจากการระเบิดของดาว หรือว่าจากการชนของดาวนิวตรอน มีการประเมินว่าหากโลกของเราถูกโจมตี  จากการระเบิดของรังสีแกมมาที่เกิดขึ้นในทางช้างเผือก มันจะทำลายชั้นบรรยากาศของโลกเรา

และจะทำลายชั้นโอโซน ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยปกป้องเราจากรังสีอัตราไวโอเลต และจะก่อให้เกิดการสูญพันธ์ครั้งใหญ่ได้ โดยที่นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่า การระเบิดของรังสีแกมมาอาจจะให้รังสีคอสมิกด้วย

ซึ่งจะทำให้เกิดการเจ็บป่วยจากการแผ่รังสี ในผู้ที่สามารถเอาชีวิตรอดจากผลกระทบเบื้ยงต้นของ(GRB) การระเบิดส่วนใหญ่ขะใช้เวลาน้อยกว่า 2 วินาทีแต่ (GRB) ที่ยาวนานกว่า 2 วินทีที่กระทบต่อดลกของเราโดยตรงอาจจะทำให้เกิดการสูญพันธ์ครั้งใหญ่บนโลก

แต่อย่างไรก็ตามเรายังคงโชคดี ที่การระเบิดของรังสีแกมมานั้นมันเกิดขึ้นในกาแล็กซี่แคระที่อยู่ห่างไกลจากเราออกไป  แต่ถ้าว่าเมื่อใด ที่มันเกิดขึ้นใกล้กับบ้านของเรานักวิทยาศาสตร์ได้คาดการณ์ว่า การระเบิดของรังสีแกมมาอาจจะทำให้เกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่บนโลกของเรา 

แต่สุดท้ายแล้ว ไ ม่ว่าวันสิ้นโลกของเราจะเกิจากการระเบิดของรังสีแกมมาหรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของเรา ซึ่งเราเองก็ยังไม่รู้อีกว่ามันจะเกิดขึ้นตอนไหน แต่อย่างไรก้ตามไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น อันเป็นสิ่งที่ธรรมชาตกำหนดเอาไว้เราไม่สามารถที่จะหลีกเลี้ยงมันได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    เว็บพนันออนไลน์ ฟรีเครดิต