ป่าที่เกิดจากต้นไม้ต้นเดียว

โลกของเรานั้นถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อนานมากแล้ว  และแน่นอนว่ากว่าที่โลกของเราจะเป็นแบบในปัจจุบันที่เราอาศัยอยู่นั้นมันได้ผ่านอะไรมามากมายกว่าที่เราคิด และได้ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ที่เราไม่รู้มามากมายอีกด้วย

แน่นอนว่าสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่ขึ้นมานอกจากมนุษย์ และสัตว์แล้ว มันยังมีพืชชนิดต่างๆที่เติบโตไปพร้อมกันกับสิ่งเหล่านี้อีกด้วย สำหรับพืชต่างๆ แล้วมันถือได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญไม่ได้ต่างไปจาก สารอาหารและน้ำที่ร่างกายของเราที่ต้องการ และขาดไม่ได้เลย

สำหรับป่าแล้วมันถือได้ว่าเป็นสัญญาลักษณ์ ของความอุดมสมบรูณ์อีกอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าที่ใดมีป่าถือว่าเป็นพื้นที่เต็มไปด้วยต้นไม้ และอากาศที่สดชื่น และอีกอย่างผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ที่เต็มไปด้วยมลพิษ

ไม่มีทางได้สัมผัสอะไรแบบนี้อย่างแน่นอน ธรรมชาติมักจะเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นเสมอ และเมื่อพูดถึงป่าหลายๆ คนก็คงจะจิตนาการไปถึงพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด แต่คุณคงจะไม่เชื่อแน่ๆ ว่าการปลูกต้นไม้เพียงแค่ต้นเดียวจะสามารถทำให้พื้นที่นั้นเกิดเป็นป่าขึ้นมาได้ แต่มันก็ได้เกิดขึ้นมาแล้วจริงๆ บนโลกของเรา

  ต้นมะม่วงหิมพานต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกคุณสามารถพบมันได้ที่เมืองนาตาลในประเทสบราซิล เจ้าต้นมะม่วงหิมพานต์ต้นนี้มันถูกปลูกขึ้นในปี 1888 โดยชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งในปัจจุบันนี้เจ้าต้นมะม่วงหิมพานต์ต้นนี้ มันได้มีการแผ่ขยายกิ่งก้านสาขาออกไปเป็นจำนวนมากโดยครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 7,500 ตารางเมตร หรือ 81,000 ตารางฟุต

และมันยังมีเส้นรอบวงประมาณ 500 เมตร หรือ 1,600 ฟุต ซึ่งเมื่อถ้าให้เปรียบเทียบอาณาบริเวณของมัน ก็คงจะเปรียบได้กับความกว้างในของสรามเทนนิส 75 สนามรวมกัน ซึ่งเจ้าต้นมะม่วงหิมพานตืแห่งเมืองนาตาลนี้ปัจจุบันมันได้ถูกบันถึงสถิติไว้ในกิลเน็ตเวิร์คเรคคอร์ด ว่าเป็นต้นมะม่วงหิมพานต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกของเรา

สิ่งที่ทำให้เจ้าต้นมะม่วงหิมพานต์ใหญ่โตแบบนี้ เกิดจากสองลักษณะทางพันธุกรรมที่ผิดปกติ  ซึ่งคว่ทผิดปกติอย่างแรกเลยก็คือ กิ่งก้านสาขาของมันมีการเติบโตไปด้านข้างแทนที่จะเติบโตขึ้นไปข้างบน และความผิดปกติอย่างที่สองก็คือ มันเป็นเรื่องของเรานอกลู่นอกทาง

ซึ่งกิ่งก้านสาขาที่เติบโตออกไปด้านข้างนี้ มีการยื่นยาวออกไปมากขึ้น และถ้าเมื่อมีการยื่นยาวออกไปมากขึ้นเท่าไหร่ กิ่งก้านสาขานั้นๆ ก็จะได้รับน้ำหนักที่มากขึ้นตามไปด้วย    จนในที่สุดกิ่งก้านสาขาเหล่านั้นก็รับน้ำหนักไม่ไหว 

และต้องเอนต่ำลงจนกระทั้งสัมผัสกับพื้นดิน แต่แทนที่กิ่งก้านสาขาเหล่านั้นจะพักอยู่บนพื้นดินเฉยๆ  พวกมันกลับมีรากงอกออกมา และกิ่งก้านสาขาใหม่หยั่งรากก็จะเริ่มเติบโตขึ้นราวกับว่ามันเป้นต้นไม้ต้นใหม่ ซึ่งในช่วงเวลาเก็บเกี่ยวคาดว่าเจ้าต้นมะม่วงหิมพานต์แห่งเมืองนาตาลนี้ จะมีผลผลิตที่มากกว่า 60,000 เม้ดกันเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย   ufabet สมัคร

จุดมืดใหญ่บนดาวเนปจูน

ในจักรวารอันกว้างให้แห่งนี้ ประกอบไปด้วยกาแล็กซี่ ระบบต่างๆ มากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เอง          ก็ประกอบได้ด้วยดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์แคระ ดาวหาง และวัตถุต่างๆ อีกมากมายเช่นเดียวกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือระบบสุริยะ

ที่เป็นที่โลกของเราได้โคจรอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าระบบสุริยะไม่ได้มีดาวเคราะห์ดวงเดียวคือโลกของเรา แต่มันก็ยังมีดาวฤกษ์ และดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ประกอบอยู่ภายในนี้อีกด้วย และแน่นอนอยูแล้วว่าเราไม่ได้มาพูดเรื่องของโลกอย่างแน่นอน สิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงนั้นก็คือ

อย่างที่คุณคนรู้กับดีว่า ภัยที่ขึ้นจากธรรมชาตินั้นเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถห้ามไม่ให้มันเกิดขึ้นได้    ซึ่งแน่นอนว่าภัยธรรมชาติต่างๆ เหล่านี้ก็มีอยู่ด้วยกันหลายประเภท แต่ละประเภทก็จะแบ่งความรุ้นแรงที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย

อย่างเช่นสิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้มันได้เกิดขึ้นที่ดาวเนปจูน ซึ่งสิ่งนั้นก็คือจุดมืดใหญ่บนดาวเนปจูนนั้นเอง มันมีลักษณะที่คล้ายกับจุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดี แต่มันจะมีจุดสีคล้ำๆ บนสีน้ำเงินของดาวเนปจูนแทน

อันที่จริงแล้วดาวเนปจูนมีพายุที่ทำให้สีคล้ำแบบนี้เยอะเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเป็นอันที่ใหญ่ที่จะก็คงเป็นจุดที่เรากำลังพูดถึงนี้เพียงเท่านั้น จุดมืดใหญ่ที่เกิดขึ้นนี้มีขนาดที่เทียบเท่ากับโลกของเรา แต่มีความเร็วที่อลังการเป็นอย่างมาก เพราะมันมีความเร็วถึง 2,400 กิโลเมตรต่อชั่วโมงกันเลยทีเดียว

ซึ่งมันก็ถทอได้ว่าเป็นสิ่งที่หมุนเร็วที่สุดในระบบสุริยะเลยก็ว่าได้ เพราะแบบนี้มันจึงทำให้พายุดังกล่าว        มีอายุประมาณ 2-3 ปี ก่อนที่มันจะสะลายไปในที่สุด แล้วจึงได้ก่อตัวขึ้นเป็นพายุลูกใหม่ขึ้นมาภายหลัง      แต่เพราะว่าดาวเนปจูนนั้นอยู้ไกลมาก 

จึงทำให้ข้อมูลเท่าที่ยานอวกาศที่ทำการสำรวจดาวเนปจูนส่งมาเท่านั้น และก็ทำให้รู้เพียงว่าพายุหมุนนี้มันมีทิศทาง  ที่หมุนสวนทางกันกับพายุบนโลกของเรา และเมฆที่ก่อให้เกิดพายุนั้นก็ประกอบไปด้วยคริสตัลของมีเทนที่เกิดการแข็งตัว

ซึ่งมันต่างจากเมฆบนโลกของเราที่เป็นคริสตัลของไอน้ำที่แข็งตัว  อย่างไรก้ตามเรื่องนี้ก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องราวที่แปลกใหม่สำหรับบุลคลทั่วไปเอามากๆ และแน่นอนว่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับดาวเนปจูน ไม่ได้มีเพียงจุดมืดใหญ่เพียงเท่านั้น แต่ว่ามันยัง มีอะไรที่ซ้อนเอาไว้และรอให้เราได้หาคำตอบอยู่อีกมากอย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ ในส่วนของเรื่องราวที่เกี่ยวกับพายุที่เกิดขึ้นบนดวงดาวต่างๆ ในระบบสุริยะแห่งนี้ไม่ได้   มีเพียงดาวเนปจูนเพียงดวงเดียวเท่านั้นที่น่าสนใจ แต่ยังมีของดาวดวงอื่นๆ อีก อย่างเช่นจุดแดงใหญ่ ที่เกิดขึ้นบนดาวพฤหัสบดี เป็นต้น

 

สนับสนุนโดย   gclub ทดลองเล่นฟรี

ความลับทางทหารที่ได้รับการปกป้องมากที่สุด

แน่นอนว่าเมื่อได้ยินว่าเป้นเรื่องเกี่ยวกับฐานทัพทางทหาร มันก็ต้องเป็นเรื่องที่ลับสุดยอด             ไม่สามารถให้บุคคลภายนอกรับรู้ได้  เพราะถ้าคนภานอกรับรู้มากเท่าไหร่นั้นก้แสดงว่าฝ่ายตรงข้ามก็ต้องรู้อย่างแน่นอน

ดังนั้นเรื่องที่เป็นความลับก็จะไม่เป็นความลับอีกต่อไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่องราวทางทหารที่เคยเกิดขึ้นก็จะกลายมาเป็นประวัติศาสตร์ที่ให้เราได้ศึกษากัน แต่มันคงจะใช้ไม่ได้กับสถานที่แห่งนี้เพราะมันยังคงมีความลับซ้อนเอาไว้อยู่มากมาย

ทุกคนก็คงจะอยากรู้แล้วว่าพื้นที่  ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้มันคือที่ไหนกันแน่ และแน่นอนว่าเรื่องที่เรากำลังจะพูดถึงก็ได้มีนักทฤษฏีสมคบคิดหลายคนได้ออกมาพูดถึงกันเป็นจำนวนมาก และนอกเหนือจากนักทฤษฏีสมคบคิดและผู้คนที่คิดสวนทางกันคุฯก้คงจะรู้ดีว่า พื้นที่ของ Area 51 มันเป็นสถานที่ ทางการทหารที่ลับสุดยอดของสหรัฐอเมริกา

ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว ทฤษฏีสมคบคิดต่างๆ ก้มีอย฿่รอบๆ ฐานทัพลับ ที่จัดว่าเป็นพื้นที่ทางการทหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกของเรา  โดยที่การสมคบคิดทั้งหมดที่เกี่ยวกับบริเวณพื้นที่ของ  Area 51 ดูเหมือนกับว่ามันจะแตกแขนงออกไป

จากที่เคยได้มีการถูกเปิดเผยครั้งจากนักฟิสิกส์ที่มีชื่อว่า   Bob Lazar ซึ่งก็ได้มีนักทฤษกีสมคบคิดบางคนเชื่อว่าฐานทัพลับ  Area 51 นั้นมันน่าจะเป้นเพียงสถานที่ทางทหารอีกแห่งหนึ่ง และมันก็อาจจะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับมนุษยืต่างดาวแต่อย่างไรเลยก็เป็นไปได้

แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้ใช่แค่นักทฤษฏีสมคบคิดที่พบว่า  Area 51 เป็นสถานที่ ที่น่าสนใจเพราะก็ยัง       มีนักบินอวกาศบางคนที่อยู่บนสถานีอวกาศ Skalab ได้ทำการถ่ายภาพ  Area 51 ดดยที่ไม่ได้ตั้งใจ           

  ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นทาง CIA ก็ได้สงบันทึกพิเศษให้กับพวกเขา พร้อมทั้งระบุว่า  Area 51 ถือว่าเป็นพิกัดเดียวบนดาวเคราะห์ดวงนี้ที่มีคำแนะนำอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ใครก็ตามทำเช่นนั้นหรือ       

ถ้ากล่าวอีกความหมายหนึ่งก็คือ รัฐบาลยังคงตระหนักถึง  Area 51 ว่าเป็นสถานที่ ที่เป็นความลับที่ได้รับการปกป้องสูงที่สุดของกองทัพสหรัฐ และถึงแม้ว่าตัวประธานาธิบดีเองก็ยังไม่รู้ข้อมูลเบื้องลึกทั้งหมดเกี่ยวกับฐานทัพลับแห่งนี้

อย่างไรก้ตามไม่ว่าพื้นที่แห่งนี้จะเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวหรือไม่ หรือว่ามันก็เป็นเพียงราก็ไม่สามารถที่จะรู้ไสถานที่ทางการทหารธรรมดา ซึ่งเรื่องนี้เองเราก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้ แถมมันยังเป็นพื้นที่ ที่ได้รับการปกป้องเป็นอย่างดี ในการที่จะหาข้อมูลหรือความจริงต่างๆ คงจะเป็นไปได้ยาก หรือก็อาจจะเป็นไปไม่ได้เลยก็ได้

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   gclub slot เล่นผ่านเว็บ