ดาวบีเทลจุสมืดลง

อย่างที่เราทราบกันดีว่า ในระบบสุริยะของเรานี้ มีดาวดวงต่างๆ อาศัยอยู่มากมาย ซึ่งมีทั้งดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์น้อย ที่เป็นดาวที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง

ซึ่งดาวเหล่านี้จะต้องอาศัยแสงสว่างดาวดาวฤกษ์ ดาวฤกษ์ในระบบสุริยะของเราก็คือดาวอาทิตย์นั้นเอง และแน่นอนโลกของเราก็ได้แสงสว่างจากดวงอาศัยนำมาใช้ประโยชน์ต่างๆ มาก

หลายๆ คนจะรู้ดีว่าดาวฤกษ์ที่เรามักจะได้ยินกัน คือมันจะมีแสงสว่างในตัวเอง และส่งแสงส่องสว่างไปให้กับดาวบริวารของมัน ในระบบสุริยะดวงอาทิตย์ คือศูนย์กลางที่ค่อยส่งแสงสว่างมายังโลก นั้นก็แสดงว่าดาวอาทิตย์ของเราได้ชื่อว่าเป็นดาวฤกษ์

แต่เมื่อไม่นานมานี้นักดาราศาสตร์ได้สังเกตความผิดปกติของดาว   ดวงหนึ่ง ดาวดวงนั้นมีชื่อว่าดาว “บีเทลจุส” ซึ่งดาวที่ว่านี้เป็นดาวฤกษ์ที่มีแสงสีส้ม และเรายังสามารถมองเห็นมันได้ด้วยตาเปล่าอีกด้วย แต่นั้นก็ทำให้เรามองเห็นเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ เท่านั้น

อย่างที่เรารู้กันดีว่าดาวฤกษ์ที่มีแสงสว่างในตัวเอง มันย่อมมีอายุขัย และดาวฤกษ์แต่ละดาวนั้นก็มีอายุขัยที่แตกต่างกันไป หลังจากมันถึงอายุขัยก็ก็จะระเบิดแล้วก็กลายเป็นดาวแคระขาวในที่สุด และที่ว่าเราสังเกตเห็นความผิดปกติของดาวบีเทลจุสที่ว่านี้ก็คือ มันมีแสงที่เริ่มหรี่ลงอย่างเห็นได้ชัด

ซึ่งตอนแรกมันเป็นดาวฤกษ์ที่มีความสว่างมากจนอยู่ในลำดับที่10 ของดาวฤกษ์ที่มีความสว่างที่สุด  แต่ในปัจจุบันนี้มันได้ตกอันดับมาอยู่ในลำดับที่ 23 ในปลายปี 2019    ถึงต้นปี  2020 นี้นับว่าดาวบีเทลจุสมีความสว่างน้อยที่สุด นั้นก็หมายความว่ามีบางอย่างที่ไม่ปกติเกิดขึ้นกับมันแน่นอน

และนักดาราศาสตร์ได้มีการคาดการว่าดาวบีเทลจุส ที่ว่านี้มันกำลังที่จะสิ้นสุดอายุขัยของมัน     เร็วกว่าที่ได้มีการทำนายเอาไว้นับแสนปี  หลังจากที่บีเทลจุสได้มีการถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 8 ล้านปีก่อน และสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อมันถึงแกอายุขัยแล้วนั้น 

ก็คือการระเบิดครั้งใหญ่ที่มีชื่อว่าซูเปอร์โนวา  แล้วก็จะได้กลายเป็นดาวดวงใหม่เกิดขึ้นมาอีกครั้ง แต่การเกิดดาวดวงใหม่ที่ว่านี้ก็ไม่ใช่ว่าเมื่อบีเทลจุส ระเบิดแล้วผ่านไปหนึ่งวันก็จะเกิดเป็นดาวดวงใหม่ได้เลย แต่กว่าที่จะเกิดเป็นดาวดวงใหม่ได้นั้นก็ต้องใช้เวลาที่ยาวนานเป็นอย่างมาก ซึ่งเราคงจะไม่มีโอกาสได้เห็นดาวดวงใหม่ ที่กำลังจะเกิดในอนาคตเหล่านี้อย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย.    gclubเครดิตฟรี

 

ดาวคัลลิสโต มีความเป็นมาอย่างไร

หลายๆ คนคงจะทราบกันดีว่าอวกาศนั้นกว้างใหญ่มากแค่ไหน  ถ้านำโลกขอเรามาเปรียบเทียบแล้วบอกได้เลยว่าโลกของเราเปรียบเหมือนกับมดตัวน้อยๆ  น่ารักๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น อย่างที่เรานั่นรู้ๆ กันดีว่าโลกหรือแม้แต่ดาวงอาทิตย์

เป็นเพียงดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่อยู่ในระบบสุริยะ และแน่นอนว่าระบบสุริยะก็เป็นเพียงระบบหนึ่งในกาแลกซี่ที่มีชื่อว่า กาแลกซี่ทางช้างเผือกเช่นเดียวกัน ซึ่งถ้าเมื่อรู้แบบนี้แล้วถ้าคิดว่าโลกของเราเล็กแล้วแล้ว แต่เราที่อาศัยอยู่บนโลกนั่นตัวเล็กกว่าหลายเท่า

อย่างที่เรารู้ๆ กันว่าโลกและดาวเคราะห์ดวงต่างๆ ภายในระบบสุริยะของเรานั้นเป็นดาวบริวารของดวงอาทิตย์ ซึ่งแน่นอนว่าโลกของเรา   ก็มีดาวบริวารเช่นเดียวกันนั่นก็คือดวงจันทร์ที่มีจะเป็นสิ่งที่สวยงาม    เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าในยามค่ำคืน  แต่ถึงแม้วารโลกของเราจะดาวบริวารแต่ก็ใช้ว่าดาวเคราะห์ทุกดวงจะ   มีดาวบริวารเหมือนกับโลก แต่ดวงนั้นก็มีมากกว่าโลกของเราเสียอีก

เมื่อพูดถึงเรื่องดาวบริวาร ที่มีชื่อว่า     “คัลลิสโต” ดาวคัลลิสโตหรือก็คือดาวบริวารของดาวพฤหัสบดีนั้นเอง  ซึ่งดาวบริวารดวงนี้ถูกค้นพบครั้งแรกด้วยกาลิเลโอ โดยที่เมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 1610   ดาวบริวารดวงนี้นั้นประกอบไปด้วยหินและน้ำแข็งเป็นส่วนใหญ่ 

จึงทำให้คัลลิสโตเป็นเป็นเพียงมวลหนึ่งในสามของดาวพฤหัสบดีเท่านั้น ถึงแม้ว่าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของมันจะมีความใกล้เคียงดาวพุธมากถึง 99.9% ก็ตาม โดยที่เส้นผ่านศูนย์กลางของมัน ก็คือ 4,800 กิโลเมตร และนี้เป็นเพียงหนึ่งในดาวบริวารของดาวพฤหัสบดีเท่านั้น เพราะดาวเคราะห์ดวงนี้มีดาวบริวารต่างๆ มากมาย และแต่ละดวงก็มีลักษณะ

หรือสภาพบรรยากาศที่แตกต่างกันอีกด้วย ดาวพฤหัสบดีดวงนี้มีสิ่งที่น่าสนใจต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ได้มีเพียงแค่มีดาวบริวารมากเท่านั้น แต่ยังมีอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ต่างๆ ก็ได้ออกค้นหาความลับที่ซ้อนอยู่ภายในของมัน

สิ่งที่เราเข้าใจในตอนแรกๆ นั้นแน่นอนว่าคุณคงจะเป็นคนหนึ่ง ที่ไม่ค่อยได้สนใจหรือใส่ใจอะไรมากมายเกี่ยวกับอวกาศมากเม่าไหร่ จนทำให้มีการเข้าใจผิดเกี่ยวกับดาวบริวารที่จะว่ามีเพียงแค่โลกของเราเท่านั้นที่มีดาวบริวารคือดวงจันทร์

แต่นั้นเป็นความคิด ที่ผิดเอามากๆ เพราะดาวเคราะห์ดวงอีกก็มีดาวบริวารและอาจจะมีมากกว่าโลกของเรา อย่างดาวพฤหัสบดีก็ยังมีดาวที่มีบริวารมากกว่าโลกของเราเลย

 

สนับสนุนโดย.   ทางเข้าufabet168

หากโลกหมุนกลับทิศ จากที่เคยเป็น

ปกติเราทราบดีกันว่า การหมุนของโลก จะหมุนในทิศทวนเข็มนาฬิกา โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลานาน 1 ปี  และในช่วงเวลาเดียวกันก็หมุนรอบตัวเอง โดยหมุนจากขั้วโลกเหนือสู่ ขั้วโลกใต้ ใช้เวลา 24 ชั่วโมง  หรือมีความเร็วประมาณ 1,670 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

วิทยาศาสตร์เชื่อว่าการหมุนของโลก จะส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศของโลกอย่างมาก เนื่องจากแรงผลักและแรงดึงดูดที่เกิดจากการหมุนรอบตัวเอง และที่สำคัญส่งผลโดยตรงต่อรูปแบบการเคลื่อนไหวของกระแสน้ำในมหาสมุทร

จากการจำลองรูปแบบการหมุนรอบตัวเองกลับทิศของโลก  นักวิทยาศาสตร์มีการค้นพบ ข้อสนับสนุนที่ว่า พื้นที่ทวีปอเมริกาเหนือบางส่วน ในพื้นที่บางส่วนของสหรัฐอเมริกา  จนถึงตอนใต้ของประเทศบราซิล และอาร์เจนตินา กับตอนเหนือของจีน จะกลายเป็นทะเลทราย แต่กลับกันพื้นที่บางส่วนของทะเลทราย จะมีความชุ่มชื่น มีต้นไม้เขียวชะอุ่ม

และแอฟริกาตอนกลางจะกลายเป็นป่าชุมชื้น ไปจนครอบคลุมพื้นที่ตะวันออกกลางทั้งหมด  ในส่วนของยุโรปตะวันตก พบว่า จะเป็นน้ำแข็งเกือบตลอดทั้งปี และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์รายงานว่า จะพบ เชื้อแบคทีเรีย

ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างออกซิเจนผ่านกระบวนสังเคราะห์แสงเพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยพบเจอมาก่อน และจากที่เรามีความรู้เบื้องต้นว่า กระแสน้ำอุ่นในมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นตัวกำหนดภูมิอากาศของโลกจะหายไป

ทุกวันนี้โลกหมุนจากทิศตะวันตกไปหาทิศตะวันออก  จึงส่งผลให้ ประเทศทางด้านตะวันตกของไทยมีเวลาตามมาตรฐาน (UTC) ช้ากว่าไทย ในขณะเดียวกันประเทศทางตะวันออกของไทยก็มีเวลาตามมาตรฐานเร็วกว่าไทย   ซึ่งถ้าหากโลกหมุนในทิศตรงข้ามจากที่เคยเป็น  ซึ่งทั้งหมดนี้มันก็เปลี่ยนการเทียบเวลามาตรฐานกับประเทศอื่นกันใหม่ทั้งหมด

 ทีนี้ถ้าหากจะถามว่าถ้าโลกหมุนกลับทิศในทันที เหมือนกับในภาพยนต์ซุปเปอร์แมนภาคแรก ที่นำมาสร้างใหม่ก็หลายรอบ ที่สร้างเมื่อ 30 ปีก่อน ในภาพยนต์ พบว่าตัวละครซุปเปอร์แมนหมุนโลกกลับทิศทาง  เพื่อย้อนเวลากลับไปช่วยนางเอกจากความตาย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว  เราย้อนเวลาด้วยวิธีนี้ไม่ได้แน่นอน

  และถ้าหากตัวละครที่สร้างเป็นภาพยนต์ซุปเปอร์แมนทำแบบนี้จริง   มันก็จะกลายเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกนั่นเอง  เพราะปรากฏการณ์นี้น้ำทะเลในมหาสมุทรต่าง ๆ จะไหลขึ้นบนแผ่นดินด้วยแรงเฉื่อย 

ซึ่งหากเรามาลองนึกว่า  เรากำลังวิ่งโดยถือแก้วน้ำเต็มปรี่อยู่แล้ว แล้วหลังจากนั่น เราหยุดทันที  ก็จะพบว่าน้ำจะหกออกจากแก้ว  ซึ่งก็ทำนองเดียวกันน้ำในมหาสมุทรต่าง ๆ จะทะลักเข้าชายฝั่ง ด้วยมวลน้ำมหาศาลตลอดชายฝั่งของมหาสมุทร และมันก็จะรุนแรงยิ่งกว่าคลื่นน้ำจาก เหตุการณ์สึนามิจากแผ่นดินไหวที่เราได้เคยพบเห็นเสียอีก 

 

สนับสนุนโดย   www.ufabet.com ช่องทางเข้าเว็ปพนัน

โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia)

หลายๆ คนคงจะรู้จักโรคที่ติดต่อกันทางพันธุกรรมเป็นอย่างดี แต่หลายๆ คนอาจจะแค่เคยได้ยินแต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ โรคที่ติดต่อทางพันธุกรรมนั้นเป็นโรคที่ติดต่อผ่านพ่อและแม่มาสู่ลูก ทำให้เด็กที่เกิดมาป่วยเป็นโรคต่างๆ ที่แตกต่างกันไป

โรคที่ติดต่อกันทางพันธุกรรมที่คนส่วนใหญ่ที่ได้เห็นกันเป็นส่วนมากและคุ้นเคยเป็นอย่างดีคงหนีไม้พ้น  กลุ่มอาการดาวซินโดรม สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีความผดปกติมาตั้งแต่เกิดซึ่งสาเหตุของมันก็เกิดจากการที่โคโมโซมคู่ที่ 21 เกินมาหนึ่งแท่งนั้นเอง 

โรคที่สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางพันธุกรรมนั้นมีอยู่มากมาย โดยที่ไม่ได้มีแต่ผู้ป่วย กลุ่มอาการดาวซินโดรมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีโรคที่เกิดจากโคโมโซมมีความผิดปกติอีกมากมายโดยที่คุณยังไม่รู้    โรคที่เกิดจากความผิดปกติทางโคโมโซมนั้น

  ก็ถือว่าเป็นโรคที่ติดต่อทางพันธุกรรมเช่นเดียวกัน โรคติดต่ออีกอย่างหนึ่งที่ทุกคนรู้จักกันดีคงจะหนีไม่พ้นโรคที่การจากการมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า โดยที่ไม่มีการป้องกัน แบบนี้ก็เรียกว่าโรคติดต่อเช่นเดียวกัน

สำหรับในวันนี้เราจะมาพูดถึงโรคที่ติดต่อทางพันธุกรรมที่เกี่ยวกับเลือดที่มีชื่อว่า โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) หรือโรคเลือดจางนั้นเอง โรคธาลัสซีเมียนี้เป็นโรคเลือดจางชนิดรุนแรงที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากยีนด้อย ที่พบมากที่สุดในประเทศของเรา

ในประชากรไทยของเราจะพบลักษณะของผู้มีพันธุกรรมแฟงหรือในสมัยก่อนเราอาจจะเรียกว่าผู้ที่เป็นพาหะธาลัสซีเมีย ประมาณ 30-40% สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ว่าแผนการตั้งครรภ์ที่จะมีบุตร ก็จะมีการตรวจคัดกรองธาลัสซีเมียก่อน อย่างที่เราได้กล่าวไว้ตอนแรกว่าโรคธาลัสซีเมียนี้เป็นโรคเลือดจางชนิดรุนแรง

เป็นโรคทางพันธุกรรมที่มีความผิดปกติในการสร้างฮีโมโกลบิน  ซึ่งเป็นสารสีในเม็ดเลือดแดงทำให้ทำให้เม็ดเลือดแดงมีความผิดปกติ ดังนั้นก็อาจะทำให้เกิดภาวะซีดอย่างรุนแรงได้ และถ้าหากว่ามีการตรวจพบว่าในพ่อแม่คนใดคนหนึ่งมียีนแฟงของพาหะอยู่ โอกาสที่ลูกจะเป็นโรคธาลัสซีเมียนั้นก็อยู่ที่ 50%

อย่างไรก็ตามถ้าคุณต้องการที่จะมีลูกจริงๆ ก็ควรจะปรึกษาแพทย์และทำการตรวจโรคที่คุณอาจจะสามารถติดต่อกันทางพันธุกรรม และจะไดมีวิธีการดูแลร่างกายเพื่อให้ลูกที่กำลังจะเกิดมาของคุณให้เขามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงโดยที่ไม่มีโรคทางพันธุกรรมใดๆ ที่ติดมากับเขาด้วย เพราะยังไงกันไว้ก็ดีกว่าแก้แน่นอน

 

สนับสนุนโดย   gclub ฟรีสปิน

การตรวจจับคนแปลกหน้า

เมื่อเห็นชื่อเรื่องแล้วหลายๆ คนอาจจะแปลกใจว่าการตรวจจับคนแปลกหน้านี้จะต้องเป็นอะไร       ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีอย่างแน่นอน แต่คุณอย่างพึ่งตัดสินอะไรเพียงแค่ภายนอกเท่านั้น เพราะทันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดก็ได้ใครจะไปรู้ ใช่แล้ว

ละวันนี้เราไม่ได้จะมาพูดเกี่ยวกับเทคโนโลยีอะไรทั้งนั้น เพราะสิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงนี้ มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความสามารถของสิ่งๆ หนึ่ง ซึ่งเชื่อได้เลยว่าทุกคนอรู้จักสิ่งนี้กันเป็นอย่างดี เพราะเราสามารถที่จะพบเห้นมันได้ทั่วๆ ไป

ในตอนนี้หลายคนก็คงจะอยากรู้กันแล้วว่าสิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงกันนี้มันคืออะไรกันแน่ และสิ่งนั้นก็คือพืชนั้นเอง หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าพืชนั้นมีความสามารถที่ซ้อนเอาไว้มากมายโดยที่เราไม่รู้เลย ทั้งๆ      ที่มันก็เป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี มีพืชชนิดที่แปลกและไม่เหมือนใครเป็นอย่างมาก เพราะพวกมัน        

มีความสามารถในการเจริญเติบโตได้ดีในหาดทราย แต่นั้นยังไม่ใช่ความสามารถทั้งหมดที่มีของมัน เพราะเจ้าพืชชนิดนี้ยังมีควมสามารถที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นอีก ถ้าหจ้าพืชที่ว่านี้รู้สึกว่าพืชใกล้เคียงกับมันไม่ได้  

      มีความเกี่ยวข้องอะไรกัน มันจะทำการงอกรากที่สามารถดูดซับสารอาหารในดินอย่างรุนแรงออกมา เพื่อที่จะแย้งสารอาหารต่างๆ ภายในดิน และทำให้เจ้าพืชแปลกหน้าต้นนั้นตายไปในที่สุด แต่ถ้าหากว่าพืช   ที่อยู่ใกล้เคียงกับมัน เป็นพืชในตระกูลเดียวกัน

อย่างเช่นพวกผักกาดต่างๆ เจ้าพืชชนิดนี้ก็จะทำการยกเว้นการปล่อยรากดูดซับสารอาหารที่รุนแรงนี้ออกไป เชื่อได้เลยความสามารถของพืชชนิดนี้เป็นความรู้ที่ใหม่เอามากๆ เพราะน้อยคนนักที่จะรู้ว่าพืชสามารถที่จะทำสิ่งเหล่านี้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเอามากๆ เลยทีเดียว แน่นอนว่าสิ่งนี้ไม่ใช่ความสามารถเพียงอย่างเดียวที่พืชสามารถทำได้

เพราะมันยังมีอะไรที่มากกว่านั้น สำหรับพืชแล้วมันไม่ใช่เพียงแค่สิ่งที่เรานำมาประกอบอาหาร หรืนำมาเป็นของตกแต่งเท่านั้น แต่มัน   ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เราได้อีกด้วย และเชื่อได้เลยว่าถ้าหากใครที่กำลังสนใจในการศึกษาเกี่ยวกับความสามารถของพืชนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเอามากๆ และมันยังน่าสนใจไม่ได้น้อยไปกว่าการศึกษาสิ่งที่อยู่นอกโลกเลยด้วยซ้ำ 

สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ป่าที่เต็มไปด้วยพืชชนิดต่างๆ นั้นถือว่าเป็นปอดที่ใหญ่ที่สุดของเราเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเราควรที่จะช่วยกันคอยดูแลปกป้องป่า ไม่ให้มีผู้บุกรุกไปทำลายปอดของเราได้ เพราะถ้าหากไม่มีป่าไม่อยากจะคิดเลยว่ามนุษย์และสัตว์จะเป็นอย่างไร

 

สนับสนุนโดย   ufabet เว็บแม่