ดาวฤกษ์โคจรครบรอบดาวฤกษ์มีระยะเวลาโคจรเพียง8.5ชั่วโมง

 

 

 

 

ดาวฤกษ์โคจรครบรอบ เมื่อวันที่ 31ตุลาคม 2017 ได้ค้นพบดาวเคราะห์ NGTS-1B ดาวเคราะห์ดวงนี้คือดาวก๊าสยักษ์ขนาดเกือบเท่าดาวพฤหัสเพื่อนบ้านของเราแต่เรื่องแปลกของดาวดวงนี้ก็คือการโคจรรอบดาวแคระสีแดงที่มีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของดวงอาทิตย์และเรื่องนี้ไม่เคยปรากฏมากก่อน

โดยในทางทฤษฎีดาวเคราะห์ขนาดยักษ์เช่นไม่สามารถที่จะโคจรรอบดาวฤกษ์ที่มีขนาดเล็กกว่ามากได้ตอนนี้เราอาจจะยังไม่มีคำอธิบายที่มันสมเหตุสมผลจนกว่าจะทำการค้นพบในลักษณะเดียกัน

สำหรับตอนนี้ไม่มีใครรู้ได้เลยว่านี่มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรทั้งเรื่องดาวเคราะห์ที่มีขนาดเท่าดาวเนปจูนอยู่ใกล้ดาวฤกษ์มากและดาวเคราะห์ดวงใหญ่ที่โคจรอยู่รอบดาวดวงเล็กนั่นพอแล้วและถ้ายังมีเรื่องดาวเคราะห์ที่ควรจะถูกกลืนกินโดยดาวฤกษ์แต่ตอนนี้ยังอยู่ดีมีสุขบนวงโคจรอีกล่ะ

นอกจากนี้อะไรมันก็อาจจะเกิดขึ้นได้บนจักรวาลอันไพศาลก็คือดาว “ เคปเลอร์-78b “ ดาวดวงนี้แค่ใหญ่กว่าโลกนิดหน่อยคาดคะเนกันว่าความทึบเท่ากับโลกและยังมีองค์ประกอบใกล้กันแต่อยู่ใกล้กับดาวแม่ของมันยิ่งกว่า NGTS-4B ใน1ปีบนดาวดวงนี้มีระยะเวลาเพียง8.5ชั่วโมงมันก็คือระยะเวลาที่ดาวฤกษ์โคจรครบรอบดาวฤกษ์

เนื่องจากนี้ดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ของเราที่สุดอย่างดาวพุธคือในระยะ36ล้านไมล์หรือ58ล้านกิโลเมตร ส่วนดาว“ เคปเลอร์-78b “ได้โคจรรอบดาวฤกษ์ระยะเวลาที่น้อยกว่า1.5ของเส้นผ่าศูนย์กลางนั่นมันได้หมายถึงน้อยกว่า1พันล้านไมล์หรือ1.6ล้านกิโลเมตรจากพื้นผิวของดาวฤกษ์และเท่าที่เรารู้ได้ตอนนี้นี่มันเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด

โดย“ เคปเลอร์-78b “ได้เข้าใกล้ดาวฤกษ์ที่ตัวมันโคจรมากขึ้นเรื่อยและวันหนึ่งมันก็จะถูกกลืนกินแต่ตอนนี้ดาวที่ว่ามันยังคงอยู่ดีและนี่มันก็ยังไม่ใช่ส่วนที่น่าพิศวงที่สุดแต่เป้นในนามของจักรวาล

เพราะฉะนั้นแล้วดาวเคราะห์ดวงนี้มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรเท่าที่เรารู้มันไม่มีทางเลยที่ดาวเคราะห์อย่าง“ เคปเลอร์-78b “มันจะก่อตัวใกล้ดาวฤกษ์ขนาดนี้และมันไม่มีทางที่จะเข้าไปใกล้ได้โดยที่ไม่ได้พุ่งชนดาวฤกษ์และถ้าหากมันยิ่งไปกว่านั้นหากคุณลองจินตนาการถึงช่วงเวลาที่ดาวเคราะห์ก่อตัวขึ้นดูเหมือนว่าดาวฤกษ์จะมีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าที่เป้นอยู่ในตอนนี้และนั่นก็หมายถึง“ เคปเลอร์-78b “ที่มันได้ก่อตัวขึ้นตรงจุดที่ดาวฤกษ์เคยลอยอยู่งั้นเหรอ

ดังนั้นมันเลยฟังดูไม่สมเหลุสมผลสำหรับนักดาราศาสตร์เลยสักนิดสิ่งที่พวกเขานั้นทำได้คือเขาต้องการรวบรวมข้อมูลให้มาขึ้นและหวังว่าจะหากรณีที่เหมือนกันนี้เจออีกพวกเขาจะได้เรียนรู้ข้อมูลของดาววเคราะห์แบบนี้อีกในอนาคต

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.   ufabet เว็บไหนแตกดี

วัตถุปริศนาจากต่างดาว อูมัวมัว เข้ามาเยือนโลกของเรา

จากรูปร่างที่เรียวยาวและพฤติกรรมความเคลื่อนไหวของมันที่เป็นปริศนานี้เองจึงได้ทำให้ อูมัวมัว ได้ถูกนำเอาไปเปรียบเทียบกับยานอวกาศดราม่าจากนิยายวิทยาศาสตร์คลาสสิคเรื่องดุจดังอวตารที่ได้กล่าววัตถุน่าตาไม่คุ้นเหมือนมาจากโลกอื่นในรูปแบบทรงกระบอกขนาดความยาวประมาณ30ไมล์

นอกจากนี้ในระหว่างที่มันได้เข้ามาในระบบสุริยะและมันได้ถูกสำรวจโดยนักบินอวกาศชาวดลกในเวลาต่อมาและนวนิยายดังกล่าวนี้มันจะพยายามที่จะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการสำรวจที่น่าตื่นตาตื่นใจในมุมมองของนักสำรวจและได้กล่าวถึงการพบปะทะการติดต่อกันครั้งแรกของสองอารยะธรรมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เนื่องจากนี้อย่างไรก็ตามค่าความสว่างที่ไม่เสถียรของเจ้า อูมัวมัว บวกกับเชดสีทีมันได้สะท้อนออกมาเป็นโทรนสีแดงมันก็ได้มีความเป็นไปได้ว่ามันอาจจะเป็นเพียงดาวเคราะห์น้อยจากระบบดาวฤกษ์อื่นในระหว่างทางช้างเผือกเท่านั้นอีกทั้งด้วยการยืนยันขององค์เยติ

หรือองค์กรการค้นพบสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากต่างดาวผ่านกล้องโทรศัพท์วิทยุก็ไม่สามารถที่จะตรวจพบว่า อูมัวมัว นั้นจะมีการส่งคลื่นวิทยุออกมาแต่อย่างใด

ซึ่งในความที่มันได้มีคุณสมบัติที่สามารถเร่งความเร็วของตัวเองได้และมีรูปร่างทรงเรียวยาวคล้ายกับซิคก้าจึงได้ทำให้นักวิทยาศาสตร์บางคนถึงกับได้สันนิษฐานว่าต้นกำเนิดของมันอาจจะเป็นยานอวกาศขนาดใหญ่ที่มีชีวิตขนาดใหญ่ที่มีภูมิปัญญามาจากต่างดาวก็เป็นได้และที่ได้แอบเข้ามาสอดส่องระบบสุริยะหรืออาจจะใช้ดวงอาทิตย์ของเราเป็นเพียงแหล่งพลังงานไว้สำหรับในการเดินทางต่อในอวกาศเท่านั้น

ดังนั้นในข้อมูลล่าสุด2นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ได้ตั้งทฤษฎีใหม่ที่แหวกแนวไม่แพ้กันโดยพวกเขาได้เสนอว่า อูมัวมัว มันอาจจะเป็นเรือใบที่มีขนาดใหญ่จากโลกอื่นโดยเรือใบอวกาศนั้นคือยานอวกาศที่มีน้ำหนักเบาที่มีแผงรับแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่

อยู่โดยรอบและจะอาศัยแรงดันจากรังสีดวงอาทิตย์หรือดาวฤกษ์ของระบบดาวดวงอื่นมาคอยเป็นแหล่งพลังงานในการขับเคลื่อนยานคล้ายกับใบเรือที่มันคอยอาศัยกระแสลมที่ทำให้ใบเรือเคลื่อนที่

นอกจากนี้มันก็ได้เป็นการมาเยือนของอูมัวมัวที่มันได้สร้างความฮือฮ่าและปริศนาให้แก่ชาวโลกรวมไปถึงนักสำรวจสิ่งต่างๆด้วยรูปร่างที่มันเรียวยาวผิดปกติแปลกไปจากอุกกาบาตชิ้นอื่นๆและสีของมันที่เป็นสีแดงรวมไปถึงลักษณะการเคลื่อนที่ที่มีความเร้วมากๆ

โดยที่มันสามารถเร่งความเร็วของตัวเองได้อีกด้วยจึงทำให้มีนักวิทยาศษสตร์นักดาราศาสตร์นักฟิสิกส์ได้ออกมาคิดทฤษฎีต่างๆอีกมากมาย

 

สนับสนุนโดย.    สล็อต ufabet เว็บตรง

หลักฐานที่เก่าแก่ที่เชื่อกันว่าเอเลี่ยนนั้นมีอยู่จริง?

โดยเรื่องราวมากมายที่ได้มีคนสนับสนุนการมีอยู่ของเอเลี่ยนแล้วก็เชื่อว่าที่มนุษย์เราอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะว่าในอดีตได้มีเอเลี่ยนมีเยือนบนโลกหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ทำการลดแลกแจกแถมนวัตกรรมต่างๆของพวกเขาจนกระทั่งมนุษย์เราสามารถยืนหยัดแล้วก็กลายมาเป็นมนุษย์อย่างได้จนถึงทุกวันนี้นั่นเอง

ซึ่งคนที่เชื่อในเรื่องแบบนี้เขาก็จะอ้างพวกหลักฐานตำนานโบราณต่างๆที่ได้พูดถึงพวกวัตถุประหลาดลอยฟ้าไม่ว่าจะเป็นเรือบินบ้างวัตถุยานบินรูปไข่เมฆหมอกอะไรต่างๆที่ศาสนาบางศาสนาบอกว่าพระเจ้าทรงปรากฏขึ้นมาเหนือท่ามกลางเมฆอะไรแบบนี้เขาก็เลยเอาไปตีความกันว่าสิ่งนั้นก็คือมนุษย์ต่างดาวที่ได้บินลงมาสั่งสอนพวกมนุษย์แล้วก็ได้สร้าง

ดังนั้นมนุษย์ในยุคนั้นไม่สามารถอธิบายสิ่งที่มันไฮเทคแบบนั้นได้ก็เลยได้พันนาออกมาเป็นสิ่งที่เขาพอจะพูดออกมาได้เท่านั้นเองอย่างเช่นเรื่องของโนอาร์กับน้ำท่วมโลกที่เขาสามารถสร้างเรือที่มีขนาดใหญ่เท่ากับสนามกีฬาได้โดยใช้แรงงานคนเพียงแค่8คนกับเครื่องมือบ้านๆเท่านั้นเอง

นอกจากนี้ถึงว่าทำไมพีระมิดถึงได้สร้างได้แบบที่ว่าหันไปทางทิศเหนือตรงขนาดนั้นจะเป็นไปได้ยังไงที่คนกว่าหลายพันปีที่แล้วจะมีเทคโนโลยีอะไรแบบนี้โดยคนที่เชื่อในทฤษฎีนี้มากๆเลยบางทีเขาอ้างไกลไปถึงขนาดที่ว่าจริงๆแล้วพวกฟาโรห์ที่ชาวอียิปต์เคารพและนับถือกันอาจจะไม่ใช่คนก็ได้แต่อาจจะเป็นอารยชนที่มาจากนอกโลก

ซึ่งที่พวกเขาได้คิดกันแบบนี้เขาไม่ได้คิดขึ้นมาแบบลอยๆมันก็ได้มีหลักฐานหลายอย่างที่ได้เอามายืนยันเหมือนกันที่เราคิดว่ามันน่าสนใจทีเดียวเรามาเริ่มจุดที่ใครเป็นคนคิดไอเดียนี้ขึ้นมากันดีกว่าอย่างเช่นพีระมิดของอียิปต์ที่เป้นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคโบราณที่ยืนหยัดกันมาได้จนถึงทุกวันนี้

เนื่องจากพีระมิดนั้นที่ได้แสดงให้เห็นถึงความแกร่งทนทานทนน้ำทนฝนแล้วนั้นในความลับต่างๆที่มันได้อยู่ภายพีระมิดก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่ามันถูกสร้างขึ้นมาได้ยังไงตั้งแต่แรงงานทาสหลายพันคนที่จะต้องไปแบกมันมาจากเหมืองหินที่มันอยู่อีกฝั่งหนึ่ง

เพราะฉะนั้นแล้วมันยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้เขาจะต้องนำเอาหินเหล่านี้ไปซ้อนกันทับกันให้มันสูงขึ้นไปอีกโดยบางคนเขาก็บอกว่ามันทำได้ไม่ยากก็แค่ก่อบ่อน้ำขึ้นมาแล้วให้น้ำช่วยพยุงหินที่มีน้ำหนักมากให้มันลอยขึ้นไปแต่ทว่าสร้างบ่อน้ำได้มันก็มีขนาดใหญ่เกินกว่าพีระมิดอีกแล้วและยังไม่ได้รวมกับวิธีที่เขาทำยังไงให้ตัดหินได้ตรงพอดีเท่าๆกันแบบนี้

 

สนับสนุนโดย.    สมัคร บาคาร่า ufabet

การเมืองโลกอวกาศทำจีนผงาด

ย้อนกลับไปเอ60ปีก่อนในช่วงสงครามเย็นอวกาศคือสถานที่แข่งขันการประกาศศักดาของสองขั้วมหาอำนาจสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตเทคโนโลยีใหม่ๆถูกพบขึ้นอย่างก้าวกระโดด เมื่อต่างฝ่ายก็อยากจะเป็นที่หนึ่งโซเวียตประสบความสำเร็จได้ก่อนด้วยการส่งมนุษย์ขึ้นไปโคจรรอบโลกเป็นครั้งแรกในปี1961

จากนั้นในปี1969สหรัฐก็ได้ปักธงชาติลงบนพื้นผิวดวงจันทร์แต่แล้วการแข่งขันกันอย่างดุเดือนอยู่ในปี1975เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเมื่อนักบินอวกาศสหรัฐจับมือกับนักบินอวกาศโซเวียตในภารกิจอะพอลโลโซยุชความร่วมมือก่อกำเนิดอันน่าจดจำ

โดยตั้งแต่ภาพถ่ายเฟรมเดียวกันของนักบินอวกาศจากโลกเสรีและนักบินอวกาศจากโลกคอมมิวนิสต์และตามมาด้วยภาพจากยามอวกาศจากทั้งสองชาติที่เชื่มต่อกันนอกโลกอวกาศนอกดลกที่ไร้พรมแดนไม่ใช่สถานที่แข่งขันอีกต่อไปแต่มันคือสัมพันธภาพ

โลกได้เข้าสู่ยุคใหม่ยุคความร่วมมือสำรวจอวกาศและสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือสถานีอวกาศนานาชาติหรือissก่อตั้งขึ้นในปี1998ก่อนจะเริ่มส่งนักบินไปประจำการบนสถานีในปี2000 issดำเนินการผ่านการร่วมมือโครงการอวกาศจาก5ชาติหลักมีดังนี้ สหรัฐ รัสเซีย แคนาดา สหภาพยุโรป และ ญี่ปุ่น  

ซึ่งตลอด20ปีที่ผ่านมามีนักบินอวกาศหลายร้อยคนจาก15ชาติแวะเข้ามาที่นี่เพื่อศึกษาวิจัยตลอดไปจนทำการทดลองยานต่างๆอีกมากมายและในช่วงเทศกาลสำคัญๆต่างๆ นักบินที่ประจำการอยู่ในนั้นก็จะเริ่มอวยพรด้วยในฐานะที่issคือส่วนหนึ่งของโลก

เมื่อปี2019นักบินจากนาซาได้แกล้งบอกกับทุกคนว่าจากมุมมอตรงนี้เขาเห็นซานตาคลอสกำลังไปที่ไหนissแสดงให้เห็นว่าโลกมันก้าวหน้าไปมากแค่ไหนหากมนุษยชาติได้รวมมือกันแต่มันก็จะไม่ใช่ทุกชาติที่จะได้รับการต้อนรับจีนคือชาติมหาอำนาจที่ไม่เคยร่วมโครงการใดๆกับissและนักบินอวกาศจีนก็ไม่เคมีโอกาสที่จะเข้าไปในสถานีนานาชาตินี้เลย

ในปี2003จีนได้สร้างปรากฏการด้วยการเป็นชาติที่3ที่ส่งมนุษย์ออกไปยังนอกโลกได้อย่างสำเร็จความก้าวหน้าเลยทำให้ในปี2007จีนจึงของเข้าร่วมกับissแต่ความร่วมมือรับดับนานาชาตินั้นต้องการมากกว่าความสามารถต้องมีความไว้ใจต่อเพื่อนร่วมภารกิจด้วย

โดยหนึ่งในสมาชิดที่กำลังสังเลในการรับสมาชิกจีนก็คือสหรัฐ สหรัฐกังวลว่าจีนอาจจะนำเอาเทคโนโลยีและข้อมูลที่ได้จากissไปเพื่อผลประโยชน์ทางการทหารความกังวลนี้ขยายออกจากการปฎิเสธไปสู่การแบนจีนจากสถานีอวกาศนานาชาติในปี2011สภาคองเกรสผ่านกฎหมายห้ามองค์การนาซาและบริษัทเทคโนโลยีจำกัดสหรัฐร่วมมือหรือแบ่งปันเทคโนดลยีให้กับรัฐบาลจีน

 

สนับสนุนโดย.   สล็อต ufabet เว็บตรง