หากโลกหมุนไปด้านหลังจะเกิดอะไรขึ้น

หากโลกหมุนไปด้านหลัง เราลองมาเล่นการสมมุติฐานกันไหมดาวของเราหมุนไปตามแกนจากตะวันตกสู่ตะวันออกที่ความเร็วกว่า1,040ไมล์ต่อชั่วโมงหรือ1,670กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่เส้นเส้นศูนย์สูตรและมันได้เป็นในรูปแบบนี้มาหลายพันปีแล้วนับตั้งแต่โลกก่อตัวขึ้นแต่มันจะเป็นอย่างไรถ้าสมมุติว่า

ซึ่งในวันหนึ่งดาวของเรานั้นมันกลับหมุนกลับไปในอีกทางหนึ่งจากตะวันออกสู่ตะวันตกเอาล่ะเรามาลองให้โลกหมุนไปอีกแบบหนึ่งเลยดีกว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นถ้าทวีปมหาสมุทรบนโลกที่อยู่ในแนวสมมาตรกับเส้นศูนย์สูตรนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงทิศทาง

เนื่องจากนี้ในกรณีการเปลี่ยนแปลงอย่างเดียวที่มันพอจะทำให้คุณนั้นสามารถที่จะสังเกตเห็นมันได้ก็คือสภาพภูมิอากาศมันจะเป็นตรงกันข้ามกับที่อยู่ในปัจจุบันพูดอีกแบบหนึ่งก็คือไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ร้ายแรงมากเกินไปแต่ในเมื่อชีวิตบนดาวของเราแทบไม่มีความสมมาตรอยู่แล้ว

โดยผลกระทบที่โลกเรานั้นมันจะหมุนไปอีกทางมันจึงมีความซับซ้อนไปยิ่งกว่านั้นแต่จงจำเอาไว้ด้วยว่าทุกอย่างอยู่ที่การที่โลกของเราเปลี่ยนทิศทางการหมุนอย่างเช่นคุณลองนึกภาพดูว่าเหตุการณ์นี้มันได้เกิดขึ้นอย่างกระทันหันอย่างวันหนึ่งโลกเรากำลังหมุนสงบนิ่งจากตะวันตกสู่ตะวันออก

นอกจากนี้แค่เพียงพริบตาเดียวก็เริ่มหมุนไปอีกด้านจากตะวันออกสู่ตะวันตกจำได้หรือไม่ว่าในตอนแรกสุดเราได้บอกเรื่องความเร็วแรงของโลกและอยู่ๆก็ได้มีการเปลี่ยนทิศในการหมุนความเปลี่ยนแปลงที่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันมันจะอยู่ที่ประมาณ2,000ไมล์ต่อชั่วโมงหรือ3,200กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ดังนั้นมันจะหมายถึงสิ่งของอะไรที่มันไม่ได้อยู่ติดกับพื้นอย่างแน่นหนามันจะไหลไปในทางทิศตะวันออกอาคารและสิ่งก่อสร้างอื่นๆที่มนุษย์สร้างขึ้นจะถล่มทำให้เศษซากเป็นตันๆจะลอยอยู่ในอากาศและทำให้เกิดความปันป่วนการเปลี่ยนแปลงทิศทางกระทันหันจะเคลื่อนน้ำทั้งหมดบนโลกด้วยผลก็คือมันจะทำให้เกิดสินามิขนาดใหญ่คลื่นยักจะเคลื่อนผ่านดาวกวาดทำลายทุกสิ่งที่ขวางทางและเปลี่ยนโรคสร้างทั้งหมดบนโลกตามตัว

เพราะฉะนั้นแล้วคุณอย่าลืมเรื่องแรงลมระบบเฮลิเครนมันจะกวาดเอาทุกอย่างที่ยังตั้งอยู่ได้ไว้หลังการเกิดคลื่นขนาดใหญ่แบบนี้พูดง่ายๆโลกจะกลายเป็นกองที่สิ้นหวังเลยแต่อย่างไรก็อย่างเพิ่งไปคิดถึงสภาพที่ดูไม่น่าพิสมัยอย่างมากนั้นให้มาลองวาดภาพอีกแบบที่แตกต่างกันออกไปกันดีกว่ามันจะมีความแตกต่างแบบไหนกันบ้างถ้าหากว่าดาวของเรานั้นได้หมุนไปในทางทิศตะวันออกและไปทางทิศตะวันตกตั้งแต่แรก

 

สนับสนุนโดย.     ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าทำไมอวกาศมันถึงได้มืด

อวกาศมันถึงได้มืด ซึ่งเราก็ต้องขอบคุณกล้องโทรทรรศน์ของเราที่ทำให้ได้รู้ว่าแสงมันจะต้องใช้เวลาหลายพันล้านปีในการเดินทางมาหาเราจากดาวที่ห่างไกลที่สุดนั่นก็หมายความว่าเมื่อเราได้มองขึ้นไปยังบนท้องฟ้าเรามองไปยังอดีตที่ห่างไกล

โดยกล้องโทรทรรศน์ในสมัยใหม่มันสามารถแสดงให้เห็นว่าแสงเริ่มเดินทางมายังโลกของเราเมื่อประมาณหนึ่งหมื่นล้านปีก่อนยิ่งกล้องโทรทรรศน์ทรงพลังมากแค่ไหนเราก็จะยิ่งมองอดีตได้ไกลมากขึ้นเท่านั้นสักวันเราอาจจะสามารถมองเห็นบางอย่างที่คงอยู่ก่อนที่ดาวฤกษ์นั้นจะเกิดขึ้นอาจจะโดยการศึกษาช่องว่างของความมืดระหว่างพวกมันก็เป็นได้

นอกจากนี้ดาวฤกษ์ไม่ได้ทำให้ค่ำคืนสว่างเท่าไรนักเพราะพวกมันเก่าแก่มากและแม้ว่าเราจะมองเห็นพวกมันก็อยู่ห่างไกลออกไปอย่างไม่น่าเชื่อและถ้ามันเป็นแบบนี้ทำไมดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ถึงไม่ส่องสว่างเท่าดวงอาทิตย์?

เนื่องจากนี้มันก็ได้มีดาวฤกษ์มากกว่าหนึ่งพันดวงที่อยู่ใกล้กว่าดาวฤกษ์อื่นๆที่อยู่รอบนอกจักรวารใช่มีอยู่มากมายเลยเรามาลองดูดาวฤกษ์เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เรามากทีสุดอย่าง พร็อกซิมา เซนทอรี่ เป็นตัวอย่างกันมันเหมือนกับเราอยู่ที่สนามหลังบ้านเพราะมันได้ห่างจากเราประมาณ4ล้านปีแสง

เพราะฉะนั้นเรายัสามารถมองเห็นด้วยกล้องโทรทรรศน์แต่ประเด็ดมันอยู่ที่ว่ามันเล็กไปกว่าดวงอาทิตย์ถึง7เท่าและได้ให้แสงสว่างเพียง1%ของความสว่างจากดวงอาทิตย์และที่บอกว่าใกล้ที่สุดแค่4ล้านปีแสงเทียบเท่ากับ4ล้านล้านกิโลเมตรมันก็ยังไกลมากอยู่ดี

ส่วนดวงอาทิตย์ที่มีความสว่างที่ได้อยู่ไกลจากโลกของเราเพียง149ล้านกิโลเมตรฉะนั้นมันจึงใกล้และมีขนาดที่ใหญ่กว่าส่วนดาวฤกษ์อื่นๆมันอาจจะมีขนาดใหญ่ไปกว่าดาวอาทิตย์แต่พวกมันก็ได้อยู่ไกลเช่นกันแต่อย่างน้อยดาวฤกษ์ที่อยู่ห่างไกลมันก็ต้องส่องแสงให้โลกของเราได้เห็นบ้างไม่ใช่หรอ?

ซึ่งเราจะอธิบายให้ทุกคนฟังกันแบบนี้มันก็เหมือนกับการเปิดหลอดไฟหลายๆดวงพวกมันไม่ได้สว่างเหมือนกับหลอดไฟLEDดวงใหญ่แต่มันก็มีแสงสว่างออกมาเหมือนกันพวกมันส่องแสงมาแต่มันก็น้อยจนเราไม่รู้เลยจำได้หรือไม่ว่าอวกาศมันอาจจะดูว่างเปล่าเมื่อเทียบกับชั้นบรรยากาศของโลกแต่มันก็ยังได้มีก๊าสมากมายอยู่ข้างนอกนั้น

นอกจากนี้พวกมันก็ยังเคลื่อนที่ไปมารวมกันเป้นกลุ่มเมฆและทำหน้าที่คล้ายๆม่านบางแสงส่วนมากในทางช้างเผือกและนั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงมองไม่เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในแกแล็คซี่ของเราและต้องการอุปกรณ์พิเศษเพื่อต้องการเห็นมัน

 

สนับสนุนโดย.    gclub เว็บตรง

Smart Phone เครื่องแรกที่บราซิล

Smart Phone เครื่องแรก บนโลกของเรามีมากมายหลากหลายประเทศทั่วโลก  ซึ่งแต่ละประเทศก็มีวัฒนธรรมการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันออกไป  แม้แต่สินค้าที่ขายในประเทศต่างๆก็ต่างกันออกไปอีกด้วย  ซึ่งในวันนี้สิ่งที่เราจะพูดถึงเราจะไม่พูดถึงสินค้าที่ขายในบราซิล

แน่นอนว่าประเทศบราซิล คือ ประเทศที่พัฒนาแล้วชีวิตของผู้คนต่างๆภายในประเทศสะดวกสบาย และประเทศแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยเทคโนโลยีต่างๆที่มีความทันสมัยซึ่งสิ่งที่เราจะพูดถึงเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสมาร์ทโฟนที่ขายในบราซิลนั่นเอง

เรื่องราวที่เรากำลังจะพาทุกคนไปทำความรู้จักในวันนี้นั้น  เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสมาร์ทโฟนที่คุณอาจยังไม่เคยได้รับรู้เมื่อก่อนคุณรู้ดีว่า Smartphone เครื่องแรกนั้น  มันคืออะไรแน่นอนว่า Smartphone เครื่องแรกไม่ใช่ iPhone Samsung Oppo Huawei ที่เรารู้จักกัน

ในยุคปัจจุบันนี้  แน่นอนว่าในวันนี้เราจะไม่ได้มาพูดถึงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ Smart Phone เครื่องแรก  มันมีอะไรที่น่าสนใจกว่านั้นเพราะว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นที่ประเทศบราซิลนั้นเอง  ถ้าคุณอยากจะรู้แล้วเราไปทำความรู้จักพร้อมกัน

  คุณน่าจะเคยเจอกับเหตุการณ์ที่ว่าเมื่อสินค้าไอทีต่างๆมีการเปิดตัว  พร้อมกับราคาในต่างประเทศแต่เมื่อสินค้าเรานำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไท พบว่า  มันมีราคาสูงขึ้นแต่นั่นก็ยังเทียบไม่ได้กับประเทศบราซิล เพราะสินค้าหลายอย่างที่นั่นมีราคาที่เรียกได้ว่าโคตรจะแพงกันเลยทีเดียว  อย่างในกรณีของ iPhone xs ขนาด 64 GB เครื่องแบบไม่ติดสัญญาในสหรัฐอเมริกา

มีราคาอยู่ที่ 999 เหรียญสหรัฐ แต่ในขณะที่ประเทศบราซิลนั้นมันมีราคาสูงถึง 1764 เหรียญสหรัฐ หรือแพงกว่าประเทศต้นตำรับถึง 70 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

แน่นอนว่าราคาสินค้าที่อยู่ในบราซิลนั้น  มันมีราคาที่เพิ่มสูงขึ้นจากประเทศที่เป็นผู้ผลิตเป็นอย่างมากเลยทีเดียว  แนะนำว่าถ้าหากคุณอยากจะรู้ว่าทำไมบราซิล  ถึงขายสินค้าในราคาที่แพงกว่าปกติก็ลองไปทำความรู้จักและศึกษาค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมดู  ท้ายนี้อย่างไรก็ตามเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไอทีเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีความทันสมัย 

สำหรับในปัจจุบันเราไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่า  มันมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากถ้าหากว่าเราไม่ศึกษาทำความรู้จักมันอยู่ตลอดเวลา   เราก็อาจจะกลายเป็นคนที่ตกยุคแล้วก็ตามคนทั้งโลกเลยก็ว่าได้ถ้าหากเราจะบอกว่าเราไม่จำเป็นที่ต้องศึกษามันก็ได้

มันไม่ได้มีส่วนสำคัญกับชีวิตของเราอะไรขนาดนั้นแต่จะบอกเลยว่าความคิดนี้เป็นความคิดที่ผิดมาก  ยิ่งในอนาคตข้างหน้าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีต่างๆที่จะเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของเราเพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าในปัจจุบันนี้

 

สนับสนุนโดย.    ufabet บาคาร่า

นาวาจ้างผู้เชี่ยวชาญรับมือมนุษย์ต่างดาว

นาวาจ้างผู้เชี่ยวชาญ ล่าสุดกล้องโทรทรรศน์เจมส์เวบบ์ได้เริ่มต้นกลางอุปกรณ์บังแสงจากดวงอาทิตย์หรือที่เรียกกันว่าซันชิวแล้วซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนที่สุดอีกขั้นตอนหนึ่ง

แต่ว่าการกลางในครั้งนี้ก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีโดยอุปกรณ์บังแสงจากดวงอาทิตย์หรือว่าซันชิวนั้นเป็นโครงสร้างสำคัญที่จะช่วยป้องกันรังสีและความร้อนที่แผ่มาจากดวงอาทิตย์

เพื่อให้อุปกรณ์ตัวนี้ที่มีตัวตรวจวัดรังสีอินฟราเรดที่ติดตั้งเอาไว้ที่กล้องโทรทัศน์สามารถคงอยู่ได้ภายใต้อุณหภูมิที่ควบคุมเอาไว้ก็คือจะอยู่ภายใต้ความเย็น

ซึ่งถือว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งในการปฏิบัติภารกิจให้ผ่านไปได้แต่หลังจากที่มีการกลางอุปกรณ์บังแสงจากดวงอาทิตย์แล้วต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 6 เดือนจึงจะสามารถใช้งานได้จริงในการเริ่มต้นเก็บข้อมูลทางด้านดาราศาสตร์

ซึ่งคราวนี้ก็จะมีนักดาราศาสตร์ทั่วโลกเข้ามาศึกษาวิจัยและหนึ่งในนั้นก็คือมีนักดาราศาสตร์ไทยเข้าร่วมในการสำรวจภารกิจครั้งนี้ด้วยและถือว่าเป็นข่าวดีและในอีกด้านหนึ่งองค์การนาซ่าก็กำลังที่จะประสานขอความช่วยเหลือจากนักศาสนศาสตร์จำนวน 24 ท่าน

โดยตรงนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องในความพยายามที่จะนำมาพิจารณาว่าศาสนาต่างๆทั่วโลกจะมีมุมมีปฏิกิริยาอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องของการติดต่อพูดคุยกับมนุษย์ต่างดาวเรื่องนี้น่าสนใจมีการพูดคุยกันมานานแล้วล่าสุดทางสาธุคุณ Android Versionที่เป็นนักบวชและศาสนศาสตร์ชาวอังกฤษที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยCambridge และจบด้านวิทยาศาสตร์สาขาชีวเคมีด้วย

ดังนั้นได้เข้าอยู่โครงการนี้ที่มีชื่อว่าศูนย์ตรวจสอบด้านศาสนศาสตร์ในมหาวิทยาลัย finlandโดยมีงานศึกษาวิจัยถึงความเป็นไปได้ในการติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวและก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการเขียนหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยเฉพาะและคาดว่าน่าจะวางจำหน่ายได้ในปีนี้ด้วย

ในประเด็นเรื่องของ UFO หรือมนุษย์ต่างดาวเป็นประเด็นที่เราพูดกันมาอย่างต่อเนื่องหลาย 10 ปีล่าสุดทางเว็บไซต์Viewer ได้เปิดเผยว่ามีชายคนหนึ่งในสหรัฐเขาบอกว่าเขาอ้างว่าเห็นวัตถุบินลึกลับที่มันสามารถบินได้และไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ได้หรือว่าอาจจะเรียกได้ว่าเป็นจานบิน UFO 

โดยรูปลักษณะมีรูปทรงสามเหลี่ยมมีความสามารถในการพรางตัวเหนือท้องฟ้าด้วยไปพบอยู่ในเมืองโคลัมบัสที่รัฐโอไฮโอของสหรัฐอเมริกาเมื่อ 31 ธันวาคมที่ผ่านมานั่นเองก่อนวันขึ้นปีใหม่ 

วัตถุบินปริศนาที่ชายคนนี้ที่ได้อ่านแสดงให้เห็นถึงวัตถุบินได้มีไฟสว่าง 3 ดวงสว่างจ้าเลยทีเดียวรออยู่บนท้องฟ้า 3 ดวงที่ลอยเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมซึ่งวัตถุบินปริศนาที่มีแสงไฟ 3 ดวงเคยถูกพบมาแล้วก่อนหน้านี้แล้วก็เป็นภาพที่เคยถูกใจออกมาแล้วในหลายประเทศเสียด้วย

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บ พนันออนไลน์ เดิมพัน ตรง บริษัท แม่