AI คาดคะเนต่อการทำผิดซ้ำสองของคนร้ายได้

AI คาดคะเนต่อการทำผิดซ้ำสอง จากการทดลองวิจัยใหม่พบว่าอัลกอริทึมทางคอมพิวเตอร์สามารถทำนายได้ว่าอาชญากรจะทำความผิดซ้ำสองหรือไม่ได้ค่อนข้างแม่นยำ

อัลกอริทึมการวิเคราะห์ความเสี่ยงในอนาคตต่อการทำผิดจะช่วยให้ตำรวจ หรือผู้บังคับใช้กฎหมายในการตัดสินใจเฝ้าติดตามคนร้ายต่อไป และนักวิจัยบางคนให้เหตุผลว่าอัลกอริทึมนี้ยังน่าสงสัยอยู่ว่าจะทำได้ดีกว่าการคาดการณ์ด้วยคนหรือไม่ หนึ่งในการทดลองเมื่อปี 2018 โดยอาสาสมัครที่เข้าเครื่องวิเคราะห์ความเสี่ยง COMPAS พบว่าคนทำนายถึงผู้กระทำผิดเป็นครั้งที่สองได้ดีพอๆ กับโปรแกรมคอมพิวเตอร์เหมือนกัน

การทดลองใหม่ๆ ยืนยันว่าเราสามารถคาดการณ์ว่าอาชญากรรายใดสามารถทำผิดกฎหมายได้อีก ซึ่งจากการเก็บสถิติข้อมูลและตรวจสอบผลลัพธ์ความถูกต้องที่ผ่านมาพบว่ามีความถูกต้อง แต่คนก็ยังประเมินความเสี่ยงได้ต่ำกว่าคอมพิวเตอร์เพราะว่าไม่รู้ว่าอาชญากรรายนั้นมีผลตอบรับกลับมาอย่างไร

นักวิทยาศาสตร์ด้านสังคมอย่างชารัด โกเอลของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและเพื่อนร่วมงานได้จำลองสถานการณ์ขึ้นในปี 2018 โดยอาสาสมัครออนไลน์ให้อ่านสคริปต์การทำผิดสั้นๆ ทั้งความผิดต่อเพศ,อายุ,และจำนวนของผู้ถูกจับกุม และพยายามคาดการณ์ว่าบุคคลนั้นจะทำผิดกฎหมายอีกใน 2  ปีหรือไม่ ซึ่งจากการคาดคะเนของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ชื่อ COMPAS มีความถูกต้องมากกว่า 65 เปอร์เซ็นต์ว่า

แต่มีการแข่งกันระหว่างคนเราและคอมพิวเตอร์ ซึ่งทีมงานของโกเอลพบว่าคะเนพฤติกรรมของคนร้ายไม่ได้รับฟีดแบ็กกลับมา ในการทดลองผู้เข้าร่วมการทดสอบต้องคาดคะเนว่าอาชญากร 50 รายคนใดมีโอกาสที่จะทำความผิดร้ายแรงมากกว่าการทำความผิดครั้งแรก

เมื่อฟีดแบ็กกลับมา ประชาชนคาดคะเนเรื่องนี้ถูกมากกว่า 83 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าโปรแกรม COMPAS ทำนายถูก 89 เปอร์เซ็นต์ แต่หากว่าไม่มีฟีดแบ็กกลับมาความถูกต้องของการคาดคะเนของคนจะลดลงเหลือ 60 เปอร์เซ็นต์ เป็นเพราะว่าคนเราส่วนมากจะตัดสินว่าคนร้ายมีโอกาสทำความผิดซ้ำสองมากเกินไป ทำให้ความถูกต้องแม่นยำลดลง

การทดสอบนี้ไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่าคนที่คาดคะเนมีการเหยียดเรื่องเชื้อชาติหรือศาสนาหรือไม่คนร้ายมากขึ้น 

การทดลองในครั้งที่สาม อาสาสมัครจะใช้เครื่องมือวิเคราะห์ความเสี่ยง LSI-R เข้ามาช่วย โปรแกรมนี้จะพิจารณาความเสี่ยงจาก 10 ปัจจัย (มากกว่าโปรแกรม COMPAS) คือเพิ่มระดับการศึกษา,สถานการณ์ว่างงาน และการตรวจสอบสารเสพติดในตัวเข้าไปด้วย ทำให้การคาดคะเนมีความแม่นยำมากขึ้น

เมื่อมีข้อมูลของฆาตกร รวมถึงการวิเคราะห์จากปัจจัยความเสี่ยงที่เกิดขึ้น โดยอาสามสมัครเข้ามาทดลองใช้งานโปรแกรม LSI-R ต่อการทำความผิดซ้ำสอง พบว่ามีผู้ที่ทำผิดซ้ำสองเพิ่มขึ้นอีก 57 เปอร์เซ็นต์จากการที่ตรวจสอบด้วยโปรแกรม COMPASS 

การคาดคะเนล่วงหน้าทำให้หน่วยงานด้านความปลอดภัยสามารถประเมินได้ว่าคนร้ายจะก่อเหตุความรุนแรงอีกครั้งหรือไม่

 

สนับสนุนโดย.     สล็อต ufabet แตกง่าย

วิธีทำน้ำหมักใช้ตะไคร้เป็นหลักดูแลผัก ผลไม้ทั้งสวนและสามารถเก็บไว้ใช้ได้เป็นปี

วิธีทำน้ำหมักใช้ตะไคร้ วันนี้เรานั้นจะมาบอกสูตรที่เรานั้นทำเองแล้วได้ผลแล้วก็ไม่มีสารเคมีอีกด้วยเพราะว่าเรานั้นใช้ในการหมักและอัตราส่วนที่ที่ถูกต้องเพื่อที่จะเอาไปใช้ในสวนและเป็นน้ำยาหมักที่ไล่แมลง ที่เรานั้นสามารถเก็บได้เป็นปีโดยที่ไม่เสีย

ซึ่งวันนี้เรานั้นจะมาบอกสูตรเรื่องการหมักที่ถูกต้องเพื่อที่จะได้เอาไปทดลองใช้ในสวนของตัวเองโดยที่เรานั้นไม่ต้องพึ่งยาฆ่าแมลงอีกด้วยจะหมักสูตรไหนอัตราส่วนเท่าไหร่นั้นเดียวเรามาทำการทดลองและหมักสูตรกันค่ะ

ทำน้ำตะไคร้ไล่แมลง อันที่จริงแล้ว   ข่า  ตะไคร้ ถูกนามาหมักหรือเป็นน้ำยาไล่แมลงตั้งแต่สมัยโบราณด้วยคุณสมบัติของกลิ่นที่ฉุนรุนแรงจึงมีวิธีในการหมักง่ายๆดังนี้ 

สูตรที่เราต้องมีส่วนผสม  

 ตะไคร้  ข่าแก่  น้ำส้มสายชู  เหล้าขาว  ขวดโหล

วิธีการทำ  

  • เรานั้นนำข่าแก่กับตะไคร้มาซอยให้เป็นชิ้นเล็กๆใส่ลงในขวดโหล คลุกเคล้าหรือว่าคนให้เข้ากัน 
  • จากนั้นให้เรานั้นให้เรานั้นนำน้ำส้มสายชู หนึ่งแก้ว จากนั้นให้ใส่ตามลงไป เพราะว่าน้ำส้มสายชูนั้นมีกลิ่นที่รุนแรงและก็มีฤทธิ์กัดกร่อน ช่วยกำจัดไข่แมลง ได้ดีในระดับหนึ่ง  
  • จากนั้นให้เราเอาเหล้าขาวใส่ตามลงไปให้พอท่วมสมุนไพร แอลกอฮอล์จะไปทำปฏิกิริยากับข่า ตะไคร้ ในถังหมัก  ช่วยสกัดน้ำมันหอมระเหย  และกลิ่น ฉุน  จากสมุนไพร  อย่างตะไคร้  และข่า  ออกมาได้มากยิ่งขึ้น เพราะว่าเป็นกลิ่นที่ฉุนที่ทำให้แมลงนั้นไม่ชอบ ช่วยขับไล่แมลงได้ผลดี  
  • ปิดฝาโหลที่เรานั้นหมักและก็ทิ้งเอาไว้ 24 ชั่วโมง  
  • เราควรที่จะเก็บเอาไว้ในที่ร่มหลีกเลี่ยงจากแสงแดด 

วิธีการนำเอาไปใช้  

สูตรนี้เป็นสูตรน้ำหมักที่เรานั้นหมักสมุนไพรแบบว่าเร่งด่วนซึ่งหมักไว้แค่ 1 วัน ก็สามารถนำออกมาใช้ได้เลย แต่หากหมักไว้แล้วใช้ไม่หมด สามารถ หมัก เก็บไว้ได้เรื่อยๆเพราะว่าสูตรนี้เป็นสูตรที่ยิ่งหมักนานนั้นจะทำให้น้ำมันหอมระเหยในพืชก็จะเข้มข้น

ซึ่งจะทำให้สูตรหมักสมุนไพรนี้ได้ผลมากขึ้น  ซึ่งอัตราส่วนในการใช้งาน คือน้ำหมักสมุนไพร 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำสิบลิตร ทุก 5-7วันเวลาที่เรานั้นจะใช้ฉีดพ่นนั้นให้เราใช้ในช่วงตอนที่ใกล้ค่ำเพราะว่าแมลงนั้นจะออกมาหากินในช่วงนั้น

แต่ว่าไม่ทิ้งสารตกค้างเหมือนกับยาฆ่าแมลงแน่นอนเพราะว่าสูตรนี้เป็นสูตรที่คนสมัยก่อนนั้นเอาไว้ฉีดไล่แมลง แต่ถ้าเรานั้นอยากให้มีกลิ่นที่ฉุนกว่านี้ให้เรานั้นใส่ยาเส้นลงไปเพราะว่ายาเส้นนั้นจะทำให้ฉุนมากขึ้น

 

สนับสนุนโดย.    เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าทะเลทราย ซาฮารา มีสิ่งลึกลับซ่อนอยู่

ทะเลทราย ซาฮารา แม่น้ำอาจจะเกิดขึ้นมาอย่างอิสระในเทือกเขา แอตลาส และ ฮ็อกการ์ทางตะวันตกเฉียงเหนือ และ ซาฮารา ส่วนกลางและในตลอดทางที่จะลงไปในหุบเขาแม่น้ำก็เริ่มมีความเร็วและความแรง

โดยมันได้เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดระบบแม่น้ำที่ยาวที่สุดเป็นลำดับที่12ของโลกเรียกมันว่า แทมานราเส็ตต์ การเดินทางของแม่น้ำสิ้นสุดลงที่ มอมริเตเนีย นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าในระบบของแม่น้ำนั้นไม่คงที่มันอาจจะท่วมขังและแห้งในช่วงประมาณ245,000ปีที่ผ่านมา

ซึ่งในจุดเริ่มต้นนั้นมันอาจจะนานพอๆกับทะเลสาบโบราณแต่อย่างไรก็ตามทางน้ำขนาดใหญ่นี้ทำให้ดินแดนแห้งร้างปัจจุบันได้กลายมาเป็นสวรรค์ที่กำลังเบ่งบานถึงแม้ว่าร่องรอยของแหล่งน้ำนี้จะสามารถพบได้ในทะเลทราย โอเอซิส ที่ได้มีชื่อเสียงในทะเลทรายได้รับความสมบูรณ์จากแห่งน้ำซับใต้ดินและลำธานใต้ผืนทราย

นอกจากนี้ที่ยิ่งไปกว่านั้นๆครั้งฝนมันก็ยังตกลงบริเวณนั้นจึงทำให้เกิดความชุ้มชื่นและในทุกวันนี้ในทะเลทราย ซาฮารา มันก็ไม่ได้แห้งร้างอย่างที่คุณคิดในยุคก่อนประวัติศาสตร์แม้ว่ามันอาจจะเป็นสถานที่ที่แตกต่างกันมากโดยสิ้นเชิง วาดิ อัล-ฮิทัน ก็ได้เป็นที่รู้จักกันดีในอียิปต์ในกลุ่มนักบรรพชีวินวิทยา

สำหรับหลักฐานสำคัญของมหาสมุทรโบราณที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่แทนที่หาดทรายไร้ที่สิ้นสุดในบรรดาสิ่งที่นาสนใจมาที่สุดที่ค้นพบก็คือ ฟอสซิลวาฬขนาดใหญ่ ถ้าพูดให้ถูกก็คือบรรบุรุษของวาฬพื้นที่นี้ได้ถูกขนานนามว่าเป็นสุสานแห่งวาฬเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่จมอยู่ใต้พื้นทะเลเป็นเวลาหลายล้านปี

ดังนั้นเปลือกโลกก็ได้ยกตัวสูงขึ้นและกลายมาเป็นแผ่นดินนอกเหนือจากวาฬแล้วนักวิจัยยังได้พบฟันปลาฉลามอยู่ที่นั่นด้วยและที่สำคัญไปกว่านั้นถึงแม้ว่าสุสานแห่งวาฬจะเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างชัดเจนว่าวาฬนั้นเคยเป็นสัตว์บกมาก่อนและมันก็ได้วิวัฒนาการมาเป็นสัตว์ทะเลแต่ก็ยังได้มีซากฟอสซิลที่ได้แสดงการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาที่เกิดขึ้นกับร่างกายของพวกมัน

เพราะฉะนั้นบรรพบุรุษของวาฬนี้มันมีสี่ขาและดูแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงโดยได้มีเพียงกระโหลกที่บอกใบ้ว่าพวกมันจะวิวัฒนาการไปเป็นอะไรในวันข้างหน้ามีคนเคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ของ ซาฮารา ในช่วงเลาที่ต่างกันเมื่อสภาพอากาศไม่มั่นคงผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

ซึ่งศพของมนุษย์ก็ได้ถูกพบในทะเลทรายที่ได้แบ่งเป็นกลุ่มต่างๆตัวอย่างเช่นเมื่อประมาณ9พันปีก่อนอียิปต์ตอนใต้เป้นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าที่สร้างวนกลมหินมันเป็นสิ่งปลูกสร้างยุคหินใหม่เพื่อใช้วัตถุประสงค์ทางดาราศาสตร์

 

สนับสนุนโดย.     gclub ผ่านเว็บ

นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบเกาะบูเวตในกลางศตวรรษที่20

สำหรับสถานที่นี้ได้เป็นเกาะที่มีความน่ากลัวที่ได้ตั้งอยู่ในคลอง โซคิมิลโค ห่างจากเม็กซิซิตี้ไปประมาณ17กิโลเมตรมันไม่มีสัตว์ที่มีพิษหรือชนเผ่าท้องถิ่น  ค้นพบเกาะบูเวต  ที่มีแต่ความป่าเถื่อนแต่สถานที่เกาะแห่งนี้ก็ไม่ได้รับให้การเข้าชมแต่พูดกันตามจริงแล้วคุณจะต้องออกไปทันทีในเวลาที่คุณนั้นได้มาถึง

ซึ่งมันมีตุ๊กตาที่น่าขนลุกขนาดต่างๆอยู่บนต้นไม้และมีแต่อาคารที่เก่าแก่ไปทั่วทั้งเกาะในช่วงทศวรรษที่50ชาวเมืองเม็กซิโกคนหนึ่งได้ย้ายมาอยู่ที่เกาะแห่งนี้เพียงลำพังและได้เริ่มแขวนตุ๊กตาเอาไว้ในที่ต่างๆเขาได้ตกแต่งบนเกาะแห่งนี้มานานหลายสิบปี

แม้จะไม่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการตกแต่งก็ตามเขาพบตุ๊กตาพวกนี้ในบ่อขยะและในคลองรอบๆเกาะตุ๊กตาที่ได้แขวนอยู่นี้มันอาจจะดูแปลกตาและยังสามารถดึงดูดเหล่านักทท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากแต่เมื่อเวลาได้ผ่านไปสภาพของตุ๊กตามันก็มีสภาพที่เก่าลงพวกมันถูกปกคุมไปด้วยมอสได้เปลี่ยนเป็นสีเขียวและผุพังทำให้รูปร่างใบหน้าของตุ๊กตาผิดปกติและดูน่าขนลุก

นอกจากนี้สิ่งที่แย่ที่สุดนั้นก็คือชาวบ้านเขาได้บอกว่าพวกเขาได้เคยเห็นตุ๊กตาพวกนี้มันได้มีชีวิตขึ้นมในช่วงตอนกลางคืนฟังและน่าขนลุกใช่ไหม

สำหรับ เกาะบูเวต ที่เป็นหนึ่งในเกาะที่ลึกลับมากที่สุดในโลกเกาะแห่งนี้ได้เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่มีความโดยเดียวมากที่สุดในโลกได้ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ห่างจากแอฟริกาใต้ประมาณ2,500กิโลเมตรและห่างจากแอนตาร์กติกา1,700กิโลเมตร

เนื่องจากนี้มันยังได้เป็นสถานที่ที่เหมาะกับคนที่รักความสงบก่อนจะไปถึงเกาะแห่งนี้ถือว่าเป็นเรื่องยากและโดยปกติแล้วคุณสามารถไปได้ด้วยเรือขนาดใหญ่บางลำที่แล่นผ่านเท่านั้นโดยเกือบทั้งเกาะนั้นเต็มไปด้วยน้ำแข็งและใจกลางของเกาะมีปล่องภูเขาไฟอยู่ผู้อยู่อาศัยถาวรมีอยู่เพียงหนึ่งเดียวของเกาะคือนกเพนกวินและแมวน้ำ

โดยก่อนหน้านี้ได้ถูกค้นพบเป็นคนชาวฝรั่งเศสในปี1739อย่างไรก็ตามยังไม่มีการบันทึกพิกัดของสถานที่แห่งนี้เกาะแห่งนี้ได้ถูกปิดบังเอาไว้อีก69ปีต่อและในช่วงของศตวรรษที่19ในที่สุดก็มีการถูกค้นพบอีกครั้งเมื่อมีมนุษย์ขึ้นฝั่งในปี1927เท่านั้นและหวังว่ามันคงเป็นที่สำคัญของนักสำรวจบางคน

ซึ่งในกลางศตวรรษที่20ได้มีคนตัดสินใจสร้างสัญญาณตรวจอากาศที่นั่นทันทีที่นักวิจัยได้เดินทางไปถึงเกาะพวกเขาก็พบบางสิ่งที่แปลกประหลาด

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    gclub อันดับ 1