วิธีทำน้ำหมักใช้ตะไคร้เป็นหลักดูแลผัก ผลไม้ทั้งสวนและสามารถเก็บไว้ใช้ได้เป็นปี

วิธีทำน้ำหมักใช้ตะไคร้ วันนี้เรานั้นจะมาบอกสูตรที่เรานั้นทำเองแล้วได้ผลแล้วก็ไม่มีสารเคมีอีกด้วยเพราะว่าเรานั้นใช้ในการหมักและอัตราส่วนที่ที่ถูกต้องเพื่อที่จะเอาไปใช้ในสวนและเป็นน้ำยาหมักที่ไล่แมลง ที่เรานั้นสามารถเก็บได้เป็นปีโดยที่ไม่เสีย

ซึ่งวันนี้เรานั้นจะมาบอกสูตรเรื่องการหมักที่ถูกต้องเพื่อที่จะได้เอาไปทดลองใช้ในสวนของตัวเองโดยที่เรานั้นไม่ต้องพึ่งยาฆ่าแมลงอีกด้วยจะหมักสูตรไหนอัตราส่วนเท่าไหร่นั้นเดียวเรามาทำการทดลองและหมักสูตรกันค่ะ

ทำน้ำตะไคร้ไล่แมลง อันที่จริงแล้ว   ข่า  ตะไคร้ ถูกนามาหมักหรือเป็นน้ำยาไล่แมลงตั้งแต่สมัยโบราณด้วยคุณสมบัติของกลิ่นที่ฉุนรุนแรงจึงมีวิธีในการหมักง่ายๆดังนี้ 

สูตรที่เราต้องมีส่วนผสม  

 ตะไคร้  ข่าแก่  น้ำส้มสายชู  เหล้าขาว  ขวดโหล

วิธีการทำ  

  • เรานั้นนำข่าแก่กับตะไคร้มาซอยให้เป็นชิ้นเล็กๆใส่ลงในขวดโหล คลุกเคล้าหรือว่าคนให้เข้ากัน 
  • จากนั้นให้เรานั้นให้เรานั้นนำน้ำส้มสายชู หนึ่งแก้ว จากนั้นให้ใส่ตามลงไป เพราะว่าน้ำส้มสายชูนั้นมีกลิ่นที่รุนแรงและก็มีฤทธิ์กัดกร่อน ช่วยกำจัดไข่แมลง ได้ดีในระดับหนึ่ง  
  • จากนั้นให้เราเอาเหล้าขาวใส่ตามลงไปให้พอท่วมสมุนไพร แอลกอฮอล์จะไปทำปฏิกิริยากับข่า ตะไคร้ ในถังหมัก  ช่วยสกัดน้ำมันหอมระเหย  และกลิ่น ฉุน  จากสมุนไพร  อย่างตะไคร้  และข่า  ออกมาได้มากยิ่งขึ้น เพราะว่าเป็นกลิ่นที่ฉุนที่ทำให้แมลงนั้นไม่ชอบ ช่วยขับไล่แมลงได้ผลดี  
  • ปิดฝาโหลที่เรานั้นหมักและก็ทิ้งเอาไว้ 24 ชั่วโมง  
  • เราควรที่จะเก็บเอาไว้ในที่ร่มหลีกเลี่ยงจากแสงแดด 

วิธีการนำเอาไปใช้  

สูตรนี้เป็นสูตรน้ำหมักที่เรานั้นหมักสมุนไพรแบบว่าเร่งด่วนซึ่งหมักไว้แค่ 1 วัน ก็สามารถนำออกมาใช้ได้เลย แต่หากหมักไว้แล้วใช้ไม่หมด สามารถ หมัก เก็บไว้ได้เรื่อยๆเพราะว่าสูตรนี้เป็นสูตรที่ยิ่งหมักนานนั้นจะทำให้น้ำมันหอมระเหยในพืชก็จะเข้มข้น

ซึ่งจะทำให้สูตรหมักสมุนไพรนี้ได้ผลมากขึ้น  ซึ่งอัตราส่วนในการใช้งาน คือน้ำหมักสมุนไพร 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำสิบลิตร ทุก 5-7วันเวลาที่เรานั้นจะใช้ฉีดพ่นนั้นให้เราใช้ในช่วงตอนที่ใกล้ค่ำเพราะว่าแมลงนั้นจะออกมาหากินในช่วงนั้น

แต่ว่าไม่ทิ้งสารตกค้างเหมือนกับยาฆ่าแมลงแน่นอนเพราะว่าสูตรนี้เป็นสูตรที่คนสมัยก่อนนั้นเอาไว้ฉีดไล่แมลง แต่ถ้าเรานั้นอยากให้มีกลิ่นที่ฉุนกว่านี้ให้เรานั้นใส่ยาเส้นลงไปเพราะว่ายาเส้นนั้นจะทำให้ฉุนมากขึ้น

 

สนับสนุนโดย.    เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าทะเลทราย ซาฮารา มีสิ่งลึกลับซ่อนอยู่

ทะเลทราย ซาฮารา แม่น้ำอาจจะเกิดขึ้นมาอย่างอิสระในเทือกเขา แอตลาส และ ฮ็อกการ์ทางตะวันตกเฉียงเหนือ และ ซาฮารา ส่วนกลางและในตลอดทางที่จะลงไปในหุบเขาแม่น้ำก็เริ่มมีความเร็วและความแรง

โดยมันได้เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดระบบแม่น้ำที่ยาวที่สุดเป็นลำดับที่12ของโลกเรียกมันว่า แทมานราเส็ตต์ การเดินทางของแม่น้ำสิ้นสุดลงที่ มอมริเตเนีย นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าในระบบของแม่น้ำนั้นไม่คงที่มันอาจจะท่วมขังและแห้งในช่วงประมาณ245,000ปีที่ผ่านมา

ซึ่งในจุดเริ่มต้นนั้นมันอาจจะนานพอๆกับทะเลสาบโบราณแต่อย่างไรก็ตามทางน้ำขนาดใหญ่นี้ทำให้ดินแดนแห้งร้างปัจจุบันได้กลายมาเป็นสวรรค์ที่กำลังเบ่งบานถึงแม้ว่าร่องรอยของแหล่งน้ำนี้จะสามารถพบได้ในทะเลทราย โอเอซิส ที่ได้มีชื่อเสียงในทะเลทรายได้รับความสมบูรณ์จากแห่งน้ำซับใต้ดินและลำธานใต้ผืนทราย

นอกจากนี้ที่ยิ่งไปกว่านั้นๆครั้งฝนมันก็ยังตกลงบริเวณนั้นจึงทำให้เกิดความชุ้มชื่นและในทุกวันนี้ในทะเลทราย ซาฮารา มันก็ไม่ได้แห้งร้างอย่างที่คุณคิดในยุคก่อนประวัติศาสตร์แม้ว่ามันอาจจะเป็นสถานที่ที่แตกต่างกันมากโดยสิ้นเชิง วาดิ อัล-ฮิทัน ก็ได้เป็นที่รู้จักกันดีในอียิปต์ในกลุ่มนักบรรพชีวินวิทยา

สำหรับหลักฐานสำคัญของมหาสมุทรโบราณที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่แทนที่หาดทรายไร้ที่สิ้นสุดในบรรดาสิ่งที่นาสนใจมาที่สุดที่ค้นพบก็คือ ฟอสซิลวาฬขนาดใหญ่ ถ้าพูดให้ถูกก็คือบรรบุรุษของวาฬพื้นที่นี้ได้ถูกขนานนามว่าเป็นสุสานแห่งวาฬเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่จมอยู่ใต้พื้นทะเลเป็นเวลาหลายล้านปี

ดังนั้นเปลือกโลกก็ได้ยกตัวสูงขึ้นและกลายมาเป็นแผ่นดินนอกเหนือจากวาฬแล้วนักวิจัยยังได้พบฟันปลาฉลามอยู่ที่นั่นด้วยและที่สำคัญไปกว่านั้นถึงแม้ว่าสุสานแห่งวาฬจะเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างชัดเจนว่าวาฬนั้นเคยเป็นสัตว์บกมาก่อนและมันก็ได้วิวัฒนาการมาเป็นสัตว์ทะเลแต่ก็ยังได้มีซากฟอสซิลที่ได้แสดงการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาที่เกิดขึ้นกับร่างกายของพวกมัน

เพราะฉะนั้นบรรพบุรุษของวาฬนี้มันมีสี่ขาและดูแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงโดยได้มีเพียงกระโหลกที่บอกใบ้ว่าพวกมันจะวิวัฒนาการไปเป็นอะไรในวันข้างหน้ามีคนเคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ของ ซาฮารา ในช่วงเลาที่ต่างกันเมื่อสภาพอากาศไม่มั่นคงผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

ซึ่งศพของมนุษย์ก็ได้ถูกพบในทะเลทรายที่ได้แบ่งเป็นกลุ่มต่างๆตัวอย่างเช่นเมื่อประมาณ9พันปีก่อนอียิปต์ตอนใต้เป้นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าที่สร้างวนกลมหินมันเป็นสิ่งปลูกสร้างยุคหินใหม่เพื่อใช้วัตถุประสงค์ทางดาราศาสตร์

 

สนับสนุนโดย.     gclub ผ่านเว็บ

นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบเกาะบูเวตในกลางศตวรรษที่20

สำหรับสถานที่นี้ได้เป็นเกาะที่มีความน่ากลัวที่ได้ตั้งอยู่ในคลอง โซคิมิลโค ห่างจากเม็กซิซิตี้ไปประมาณ17กิโลเมตรมันไม่มีสัตว์ที่มีพิษหรือชนเผ่าท้องถิ่น  ค้นพบเกาะบูเวต  ที่มีแต่ความป่าเถื่อนแต่สถานที่เกาะแห่งนี้ก็ไม่ได้รับให้การเข้าชมแต่พูดกันตามจริงแล้วคุณจะต้องออกไปทันทีในเวลาที่คุณนั้นได้มาถึง

ซึ่งมันมีตุ๊กตาที่น่าขนลุกขนาดต่างๆอยู่บนต้นไม้และมีแต่อาคารที่เก่าแก่ไปทั่วทั้งเกาะในช่วงทศวรรษที่50ชาวเมืองเม็กซิโกคนหนึ่งได้ย้ายมาอยู่ที่เกาะแห่งนี้เพียงลำพังและได้เริ่มแขวนตุ๊กตาเอาไว้ในที่ต่างๆเขาได้ตกแต่งบนเกาะแห่งนี้มานานหลายสิบปี

แม้จะไม่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการตกแต่งก็ตามเขาพบตุ๊กตาพวกนี้ในบ่อขยะและในคลองรอบๆเกาะตุ๊กตาที่ได้แขวนอยู่นี้มันอาจจะดูแปลกตาและยังสามารถดึงดูดเหล่านักทท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากแต่เมื่อเวลาได้ผ่านไปสภาพของตุ๊กตามันก็มีสภาพที่เก่าลงพวกมันถูกปกคุมไปด้วยมอสได้เปลี่ยนเป็นสีเขียวและผุพังทำให้รูปร่างใบหน้าของตุ๊กตาผิดปกติและดูน่าขนลุก

นอกจากนี้สิ่งที่แย่ที่สุดนั้นก็คือชาวบ้านเขาได้บอกว่าพวกเขาได้เคยเห็นตุ๊กตาพวกนี้มันได้มีชีวิตขึ้นมในช่วงตอนกลางคืนฟังและน่าขนลุกใช่ไหม

สำหรับ เกาะบูเวต ที่เป็นหนึ่งในเกาะที่ลึกลับมากที่สุดในโลกเกาะแห่งนี้ได้เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่มีความโดยเดียวมากที่สุดในโลกได้ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ห่างจากแอฟริกาใต้ประมาณ2,500กิโลเมตรและห่างจากแอนตาร์กติกา1,700กิโลเมตร

เนื่องจากนี้มันยังได้เป็นสถานที่ที่เหมาะกับคนที่รักความสงบก่อนจะไปถึงเกาะแห่งนี้ถือว่าเป็นเรื่องยากและโดยปกติแล้วคุณสามารถไปได้ด้วยเรือขนาดใหญ่บางลำที่แล่นผ่านเท่านั้นโดยเกือบทั้งเกาะนั้นเต็มไปด้วยน้ำแข็งและใจกลางของเกาะมีปล่องภูเขาไฟอยู่ผู้อยู่อาศัยถาวรมีอยู่เพียงหนึ่งเดียวของเกาะคือนกเพนกวินและแมวน้ำ

โดยก่อนหน้านี้ได้ถูกค้นพบเป็นคนชาวฝรั่งเศสในปี1739อย่างไรก็ตามยังไม่มีการบันทึกพิกัดของสถานที่แห่งนี้เกาะแห่งนี้ได้ถูกปิดบังเอาไว้อีก69ปีต่อและในช่วงของศตวรรษที่19ในที่สุดก็มีการถูกค้นพบอีกครั้งเมื่อมีมนุษย์ขึ้นฝั่งในปี1927เท่านั้นและหวังว่ามันคงเป็นที่สำคัญของนักสำรวจบางคน

ซึ่งในกลางศตวรรษที่20ได้มีคนตัดสินใจสร้างสัญญาณตรวจอากาศที่นั่นทันทีที่นักวิจัยได้เดินทางไปถึงเกาะพวกเขาก็พบบางสิ่งที่แปลกประหลาด

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    gclub อันดับ 1

หากโลกหมุนไปด้านหลังจะเกิดอะไรขึ้น

หากโลกหมุนไปด้านหลัง เราลองมาเล่นการสมมุติฐานกันไหมดาวของเราหมุนไปตามแกนจากตะวันตกสู่ตะวันออกที่ความเร็วกว่า1,040ไมล์ต่อชั่วโมงหรือ1,670กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่เส้นเส้นศูนย์สูตรและมันได้เป็นในรูปแบบนี้มาหลายพันปีแล้วนับตั้งแต่โลกก่อตัวขึ้นแต่มันจะเป็นอย่างไรถ้าสมมุติว่า

ซึ่งในวันหนึ่งดาวของเรานั้นมันกลับหมุนกลับไปในอีกทางหนึ่งจากตะวันออกสู่ตะวันตกเอาล่ะเรามาลองให้โลกหมุนไปอีกแบบหนึ่งเลยดีกว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นถ้าทวีปมหาสมุทรบนโลกที่อยู่ในแนวสมมาตรกับเส้นศูนย์สูตรนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงทิศทาง

เนื่องจากนี้ในกรณีการเปลี่ยนแปลงอย่างเดียวที่มันพอจะทำให้คุณนั้นสามารถที่จะสังเกตเห็นมันได้ก็คือสภาพภูมิอากาศมันจะเป็นตรงกันข้ามกับที่อยู่ในปัจจุบันพูดอีกแบบหนึ่งก็คือไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ร้ายแรงมากเกินไปแต่ในเมื่อชีวิตบนดาวของเราแทบไม่มีความสมมาตรอยู่แล้ว

โดยผลกระทบที่โลกเรานั้นมันจะหมุนไปอีกทางมันจึงมีความซับซ้อนไปยิ่งกว่านั้นแต่จงจำเอาไว้ด้วยว่าทุกอย่างอยู่ที่การที่โลกของเราเปลี่ยนทิศทางการหมุนอย่างเช่นคุณลองนึกภาพดูว่าเหตุการณ์นี้มันได้เกิดขึ้นอย่างกระทันหันอย่างวันหนึ่งโลกเรากำลังหมุนสงบนิ่งจากตะวันตกสู่ตะวันออก

นอกจากนี้แค่เพียงพริบตาเดียวก็เริ่มหมุนไปอีกด้านจากตะวันออกสู่ตะวันตกจำได้หรือไม่ว่าในตอนแรกสุดเราได้บอกเรื่องความเร็วแรงของโลกและอยู่ๆก็ได้มีการเปลี่ยนทิศในการหมุนความเปลี่ยนแปลงที่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันมันจะอยู่ที่ประมาณ2,000ไมล์ต่อชั่วโมงหรือ3,200กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ดังนั้นมันจะหมายถึงสิ่งของอะไรที่มันไม่ได้อยู่ติดกับพื้นอย่างแน่นหนามันจะไหลไปในทางทิศตะวันออกอาคารและสิ่งก่อสร้างอื่นๆที่มนุษย์สร้างขึ้นจะถล่มทำให้เศษซากเป็นตันๆจะลอยอยู่ในอากาศและทำให้เกิดความปันป่วนการเปลี่ยนแปลงทิศทางกระทันหันจะเคลื่อนน้ำทั้งหมดบนโลกด้วยผลก็คือมันจะทำให้เกิดสินามิขนาดใหญ่คลื่นยักจะเคลื่อนผ่านดาวกวาดทำลายทุกสิ่งที่ขวางทางและเปลี่ยนโรคสร้างทั้งหมดบนโลกตามตัว

เพราะฉะนั้นแล้วคุณอย่าลืมเรื่องแรงลมระบบเฮลิเครนมันจะกวาดเอาทุกอย่างที่ยังตั้งอยู่ได้ไว้หลังการเกิดคลื่นขนาดใหญ่แบบนี้พูดง่ายๆโลกจะกลายเป็นกองที่สิ้นหวังเลยแต่อย่างไรก็อย่างเพิ่งไปคิดถึงสภาพที่ดูไม่น่าพิสมัยอย่างมากนั้นให้มาลองวาดภาพอีกแบบที่แตกต่างกันออกไปกันดีกว่ามันจะมีความแตกต่างแบบไหนกันบ้างถ้าหากว่าดาวของเรานั้นได้หมุนไปในทางทิศตะวันออกและไปทางทิศตะวันตกตั้งแต่แรก

 

สนับสนุนโดย.     ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าทำไมอวกาศมันถึงได้มืด

อวกาศมันถึงได้มืด ซึ่งเราก็ต้องขอบคุณกล้องโทรทรรศน์ของเราที่ทำให้ได้รู้ว่าแสงมันจะต้องใช้เวลาหลายพันล้านปีในการเดินทางมาหาเราจากดาวที่ห่างไกลที่สุดนั่นก็หมายความว่าเมื่อเราได้มองขึ้นไปยังบนท้องฟ้าเรามองไปยังอดีตที่ห่างไกล

โดยกล้องโทรทรรศน์ในสมัยใหม่มันสามารถแสดงให้เห็นว่าแสงเริ่มเดินทางมายังโลกของเราเมื่อประมาณหนึ่งหมื่นล้านปีก่อนยิ่งกล้องโทรทรรศน์ทรงพลังมากแค่ไหนเราก็จะยิ่งมองอดีตได้ไกลมากขึ้นเท่านั้นสักวันเราอาจจะสามารถมองเห็นบางอย่างที่คงอยู่ก่อนที่ดาวฤกษ์นั้นจะเกิดขึ้นอาจจะโดยการศึกษาช่องว่างของความมืดระหว่างพวกมันก็เป็นได้

นอกจากนี้ดาวฤกษ์ไม่ได้ทำให้ค่ำคืนสว่างเท่าไรนักเพราะพวกมันเก่าแก่มากและแม้ว่าเราจะมองเห็นพวกมันก็อยู่ห่างไกลออกไปอย่างไม่น่าเชื่อและถ้ามันเป็นแบบนี้ทำไมดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ถึงไม่ส่องสว่างเท่าดวงอาทิตย์?

เนื่องจากนี้มันก็ได้มีดาวฤกษ์มากกว่าหนึ่งพันดวงที่อยู่ใกล้กว่าดาวฤกษ์อื่นๆที่อยู่รอบนอกจักรวารใช่มีอยู่มากมายเลยเรามาลองดูดาวฤกษ์เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เรามากทีสุดอย่าง พร็อกซิมา เซนทอรี่ เป็นตัวอย่างกันมันเหมือนกับเราอยู่ที่สนามหลังบ้านเพราะมันได้ห่างจากเราประมาณ4ล้านปีแสง

เพราะฉะนั้นเรายัสามารถมองเห็นด้วยกล้องโทรทรรศน์แต่ประเด็ดมันอยู่ที่ว่ามันเล็กไปกว่าดวงอาทิตย์ถึง7เท่าและได้ให้แสงสว่างเพียง1%ของความสว่างจากดวงอาทิตย์และที่บอกว่าใกล้ที่สุดแค่4ล้านปีแสงเทียบเท่ากับ4ล้านล้านกิโลเมตรมันก็ยังไกลมากอยู่ดี

ส่วนดวงอาทิตย์ที่มีความสว่างที่ได้อยู่ไกลจากโลกของเราเพียง149ล้านกิโลเมตรฉะนั้นมันจึงใกล้และมีขนาดที่ใหญ่กว่าส่วนดาวฤกษ์อื่นๆมันอาจจะมีขนาดใหญ่ไปกว่าดาวอาทิตย์แต่พวกมันก็ได้อยู่ไกลเช่นกันแต่อย่างน้อยดาวฤกษ์ที่อยู่ห่างไกลมันก็ต้องส่องแสงให้โลกของเราได้เห็นบ้างไม่ใช่หรอ?

ซึ่งเราจะอธิบายให้ทุกคนฟังกันแบบนี้มันก็เหมือนกับการเปิดหลอดไฟหลายๆดวงพวกมันไม่ได้สว่างเหมือนกับหลอดไฟLEDดวงใหญ่แต่มันก็มีแสงสว่างออกมาเหมือนกันพวกมันส่องแสงมาแต่มันก็น้อยจนเราไม่รู้เลยจำได้หรือไม่ว่าอวกาศมันอาจจะดูว่างเปล่าเมื่อเทียบกับชั้นบรรยากาศของโลกแต่มันก็ยังได้มีก๊าสมากมายอยู่ข้างนอกนั้น

นอกจากนี้พวกมันก็ยังเคลื่อนที่ไปมารวมกันเป้นกลุ่มเมฆและทำหน้าที่คล้ายๆม่านบางแสงส่วนมากในทางช้างเผือกและนั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงมองไม่เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในแกแล็คซี่ของเราและต้องการอุปกรณ์พิเศษเพื่อต้องการเห็นมัน

 

สนับสนุนโดย.    gclub เว็บตรง

Smart Phone เครื่องแรกที่บราซิล

Smart Phone เครื่องแรก บนโลกของเรามีมากมายหลากหลายประเทศทั่วโลก  ซึ่งแต่ละประเทศก็มีวัฒนธรรมการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันออกไป  แม้แต่สินค้าที่ขายในประเทศต่างๆก็ต่างกันออกไปอีกด้วย  ซึ่งในวันนี้สิ่งที่เราจะพูดถึงเราจะไม่พูดถึงสินค้าที่ขายในบราซิล

แน่นอนว่าประเทศบราซิล คือ ประเทศที่พัฒนาแล้วชีวิตของผู้คนต่างๆภายในประเทศสะดวกสบาย และประเทศแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยเทคโนโลยีต่างๆที่มีความทันสมัยซึ่งสิ่งที่เราจะพูดถึงเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสมาร์ทโฟนที่ขายในบราซิลนั่นเอง

เรื่องราวที่เรากำลังจะพาทุกคนไปทำความรู้จักในวันนี้นั้น  เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสมาร์ทโฟนที่คุณอาจยังไม่เคยได้รับรู้เมื่อก่อนคุณรู้ดีว่า Smartphone เครื่องแรกนั้น  มันคืออะไรแน่นอนว่า Smartphone เครื่องแรกไม่ใช่ iPhone Samsung Oppo Huawei ที่เรารู้จักกัน

ในยุคปัจจุบันนี้  แน่นอนว่าในวันนี้เราจะไม่ได้มาพูดถึงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ Smart Phone เครื่องแรก  มันมีอะไรที่น่าสนใจกว่านั้นเพราะว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นที่ประเทศบราซิลนั้นเอง  ถ้าคุณอยากจะรู้แล้วเราไปทำความรู้จักพร้อมกัน

  คุณน่าจะเคยเจอกับเหตุการณ์ที่ว่าเมื่อสินค้าไอทีต่างๆมีการเปิดตัว  พร้อมกับราคาในต่างประเทศแต่เมื่อสินค้าเรานำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไท พบว่า  มันมีราคาสูงขึ้นแต่นั่นก็ยังเทียบไม่ได้กับประเทศบราซิล เพราะสินค้าหลายอย่างที่นั่นมีราคาที่เรียกได้ว่าโคตรจะแพงกันเลยทีเดียว  อย่างในกรณีของ iPhone xs ขนาด 64 GB เครื่องแบบไม่ติดสัญญาในสหรัฐอเมริกา

มีราคาอยู่ที่ 999 เหรียญสหรัฐ แต่ในขณะที่ประเทศบราซิลนั้นมันมีราคาสูงถึง 1764 เหรียญสหรัฐ หรือแพงกว่าประเทศต้นตำรับถึง 70 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

แน่นอนว่าราคาสินค้าที่อยู่ในบราซิลนั้น  มันมีราคาที่เพิ่มสูงขึ้นจากประเทศที่เป็นผู้ผลิตเป็นอย่างมากเลยทีเดียว  แนะนำว่าถ้าหากคุณอยากจะรู้ว่าทำไมบราซิล  ถึงขายสินค้าในราคาที่แพงกว่าปกติก็ลองไปทำความรู้จักและศึกษาค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมดู  ท้ายนี้อย่างไรก็ตามเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไอทีเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีความทันสมัย 

สำหรับในปัจจุบันเราไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่า  มันมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากถ้าหากว่าเราไม่ศึกษาทำความรู้จักมันอยู่ตลอดเวลา   เราก็อาจจะกลายเป็นคนที่ตกยุคแล้วก็ตามคนทั้งโลกเลยก็ว่าได้ถ้าหากเราจะบอกว่าเราไม่จำเป็นที่ต้องศึกษามันก็ได้

มันไม่ได้มีส่วนสำคัญกับชีวิตของเราอะไรขนาดนั้นแต่จะบอกเลยว่าความคิดนี้เป็นความคิดที่ผิดมาก  ยิ่งในอนาคตข้างหน้าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีต่างๆที่จะเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของเราเพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าในปัจจุบันนี้

 

สนับสนุนโดย.    ufabet บาคาร่า

นาวาจ้างผู้เชี่ยวชาญรับมือมนุษย์ต่างดาว

นาวาจ้างผู้เชี่ยวชาญ ล่าสุดกล้องโทรทรรศน์เจมส์เวบบ์ได้เริ่มต้นกลางอุปกรณ์บังแสงจากดวงอาทิตย์หรือที่เรียกกันว่าซันชิวแล้วซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนที่สุดอีกขั้นตอนหนึ่ง

แต่ว่าการกลางในครั้งนี้ก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีโดยอุปกรณ์บังแสงจากดวงอาทิตย์หรือว่าซันชิวนั้นเป็นโครงสร้างสำคัญที่จะช่วยป้องกันรังสีและความร้อนที่แผ่มาจากดวงอาทิตย์

เพื่อให้อุปกรณ์ตัวนี้ที่มีตัวตรวจวัดรังสีอินฟราเรดที่ติดตั้งเอาไว้ที่กล้องโทรทัศน์สามารถคงอยู่ได้ภายใต้อุณหภูมิที่ควบคุมเอาไว้ก็คือจะอยู่ภายใต้ความเย็น

ซึ่งถือว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งในการปฏิบัติภารกิจให้ผ่านไปได้แต่หลังจากที่มีการกลางอุปกรณ์บังแสงจากดวงอาทิตย์แล้วต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 6 เดือนจึงจะสามารถใช้งานได้จริงในการเริ่มต้นเก็บข้อมูลทางด้านดาราศาสตร์

ซึ่งคราวนี้ก็จะมีนักดาราศาสตร์ทั่วโลกเข้ามาศึกษาวิจัยและหนึ่งในนั้นก็คือมีนักดาราศาสตร์ไทยเข้าร่วมในการสำรวจภารกิจครั้งนี้ด้วยและถือว่าเป็นข่าวดีและในอีกด้านหนึ่งองค์การนาซ่าก็กำลังที่จะประสานขอความช่วยเหลือจากนักศาสนศาสตร์จำนวน 24 ท่าน

โดยตรงนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องในความพยายามที่จะนำมาพิจารณาว่าศาสนาต่างๆทั่วโลกจะมีมุมมีปฏิกิริยาอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องของการติดต่อพูดคุยกับมนุษย์ต่างดาวเรื่องนี้น่าสนใจมีการพูดคุยกันมานานแล้วล่าสุดทางสาธุคุณ Android Versionที่เป็นนักบวชและศาสนศาสตร์ชาวอังกฤษที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยCambridge และจบด้านวิทยาศาสตร์สาขาชีวเคมีด้วย

ดังนั้นได้เข้าอยู่โครงการนี้ที่มีชื่อว่าศูนย์ตรวจสอบด้านศาสนศาสตร์ในมหาวิทยาลัย finlandโดยมีงานศึกษาวิจัยถึงความเป็นไปได้ในการติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวและก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการเขียนหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยเฉพาะและคาดว่าน่าจะวางจำหน่ายได้ในปีนี้ด้วย

ในประเด็นเรื่องของ UFO หรือมนุษย์ต่างดาวเป็นประเด็นที่เราพูดกันมาอย่างต่อเนื่องหลาย 10 ปีล่าสุดทางเว็บไซต์Viewer ได้เปิดเผยว่ามีชายคนหนึ่งในสหรัฐเขาบอกว่าเขาอ้างว่าเห็นวัตถุบินลึกลับที่มันสามารถบินได้และไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ได้หรือว่าอาจจะเรียกได้ว่าเป็นจานบิน UFO 

โดยรูปลักษณะมีรูปทรงสามเหลี่ยมมีความสามารถในการพรางตัวเหนือท้องฟ้าด้วยไปพบอยู่ในเมืองโคลัมบัสที่รัฐโอไฮโอของสหรัฐอเมริกาเมื่อ 31 ธันวาคมที่ผ่านมานั่นเองก่อนวันขึ้นปีใหม่ 

วัตถุบินปริศนาที่ชายคนนี้ที่ได้อ่านแสดงให้เห็นถึงวัตถุบินได้มีไฟสว่าง 3 ดวงสว่างจ้าเลยทีเดียวรออยู่บนท้องฟ้า 3 ดวงที่ลอยเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมซึ่งวัตถุบินปริศนาที่มีแสงไฟ 3 ดวงเคยถูกพบมาแล้วก่อนหน้านี้แล้วก็เป็นภาพที่เคยถูกใจออกมาแล้วในหลายประเทศเสียด้วย

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บ พนันออนไลน์ เดิมพัน ตรง บริษัท แม่

ดาวฤกษ์โคจรครบรอบดาวฤกษ์มีระยะเวลาโคจรเพียง8.5ชั่วโมง

 

 

 

 

ดาวฤกษ์โคจรครบรอบ เมื่อวันที่ 31ตุลาคม 2017 ได้ค้นพบดาวเคราะห์ NGTS-1B ดาวเคราะห์ดวงนี้คือดาวก๊าสยักษ์ขนาดเกือบเท่าดาวพฤหัสเพื่อนบ้านของเราแต่เรื่องแปลกของดาวดวงนี้ก็คือการโคจรรอบดาวแคระสีแดงที่มีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของดวงอาทิตย์และเรื่องนี้ไม่เคยปรากฏมากก่อน

โดยในทางทฤษฎีดาวเคราะห์ขนาดยักษ์เช่นไม่สามารถที่จะโคจรรอบดาวฤกษ์ที่มีขนาดเล็กกว่ามากได้ตอนนี้เราอาจจะยังไม่มีคำอธิบายที่มันสมเหตุสมผลจนกว่าจะทำการค้นพบในลักษณะเดียกัน

สำหรับตอนนี้ไม่มีใครรู้ได้เลยว่านี่มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรทั้งเรื่องดาวเคราะห์ที่มีขนาดเท่าดาวเนปจูนอยู่ใกล้ดาวฤกษ์มากและดาวเคราะห์ดวงใหญ่ที่โคจรอยู่รอบดาวดวงเล็กนั่นพอแล้วและถ้ายังมีเรื่องดาวเคราะห์ที่ควรจะถูกกลืนกินโดยดาวฤกษ์แต่ตอนนี้ยังอยู่ดีมีสุขบนวงโคจรอีกล่ะ

นอกจากนี้อะไรมันก็อาจจะเกิดขึ้นได้บนจักรวาลอันไพศาลก็คือดาว “ เคปเลอร์-78b “ ดาวดวงนี้แค่ใหญ่กว่าโลกนิดหน่อยคาดคะเนกันว่าความทึบเท่ากับโลกและยังมีองค์ประกอบใกล้กันแต่อยู่ใกล้กับดาวแม่ของมันยิ่งกว่า NGTS-4B ใน1ปีบนดาวดวงนี้มีระยะเวลาเพียง8.5ชั่วโมงมันก็คือระยะเวลาที่ดาวฤกษ์โคจรครบรอบดาวฤกษ์

เนื่องจากนี้ดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ของเราที่สุดอย่างดาวพุธคือในระยะ36ล้านไมล์หรือ58ล้านกิโลเมตร ส่วนดาว“ เคปเลอร์-78b “ได้โคจรรอบดาวฤกษ์ระยะเวลาที่น้อยกว่า1.5ของเส้นผ่าศูนย์กลางนั่นมันได้หมายถึงน้อยกว่า1พันล้านไมล์หรือ1.6ล้านกิโลเมตรจากพื้นผิวของดาวฤกษ์และเท่าที่เรารู้ได้ตอนนี้นี่มันเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด

โดย“ เคปเลอร์-78b “ได้เข้าใกล้ดาวฤกษ์ที่ตัวมันโคจรมากขึ้นเรื่อยและวันหนึ่งมันก็จะถูกกลืนกินแต่ตอนนี้ดาวที่ว่ามันยังคงอยู่ดีและนี่มันก็ยังไม่ใช่ส่วนที่น่าพิศวงที่สุดแต่เป้นในนามของจักรวาล

เพราะฉะนั้นแล้วดาวเคราะห์ดวงนี้มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรเท่าที่เรารู้มันไม่มีทางเลยที่ดาวเคราะห์อย่าง“ เคปเลอร์-78b “มันจะก่อตัวใกล้ดาวฤกษ์ขนาดนี้และมันไม่มีทางที่จะเข้าไปใกล้ได้โดยที่ไม่ได้พุ่งชนดาวฤกษ์และถ้าหากมันยิ่งไปกว่านั้นหากคุณลองจินตนาการถึงช่วงเวลาที่ดาวเคราะห์ก่อตัวขึ้นดูเหมือนว่าดาวฤกษ์จะมีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าที่เป้นอยู่ในตอนนี้และนั่นก็หมายถึง“ เคปเลอร์-78b “ที่มันได้ก่อตัวขึ้นตรงจุดที่ดาวฤกษ์เคยลอยอยู่งั้นเหรอ

ดังนั้นมันเลยฟังดูไม่สมเหลุสมผลสำหรับนักดาราศาสตร์เลยสักนิดสิ่งที่พวกเขานั้นทำได้คือเขาต้องการรวบรวมข้อมูลให้มาขึ้นและหวังว่าจะหากรณีที่เหมือนกันนี้เจออีกพวกเขาจะได้เรียนรู้ข้อมูลของดาววเคราะห์แบบนี้อีกในอนาคต

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.   ufabet เว็บไหนแตกดี

วัตถุปริศนาจากต่างดาว อูมัวมัว เข้ามาเยือนโลกของเรา

จากรูปร่างที่เรียวยาวและพฤติกรรมความเคลื่อนไหวของมันที่เป็นปริศนานี้เองจึงได้ทำให้ อูมัวมัว ได้ถูกนำเอาไปเปรียบเทียบกับยานอวกาศดราม่าจากนิยายวิทยาศาสตร์คลาสสิคเรื่องดุจดังอวตารที่ได้กล่าววัตถุน่าตาไม่คุ้นเหมือนมาจากโลกอื่นในรูปแบบทรงกระบอกขนาดความยาวประมาณ30ไมล์

นอกจากนี้ในระหว่างที่มันได้เข้ามาในระบบสุริยะและมันได้ถูกสำรวจโดยนักบินอวกาศชาวดลกในเวลาต่อมาและนวนิยายดังกล่าวนี้มันจะพยายามที่จะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการสำรวจที่น่าตื่นตาตื่นใจในมุมมองของนักสำรวจและได้กล่าวถึงการพบปะทะการติดต่อกันครั้งแรกของสองอารยะธรรมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เนื่องจากนี้อย่างไรก็ตามค่าความสว่างที่ไม่เสถียรของเจ้า อูมัวมัว บวกกับเชดสีทีมันได้สะท้อนออกมาเป็นโทรนสีแดงมันก็ได้มีความเป็นไปได้ว่ามันอาจจะเป็นเพียงดาวเคราะห์น้อยจากระบบดาวฤกษ์อื่นในระหว่างทางช้างเผือกเท่านั้นอีกทั้งด้วยการยืนยันขององค์เยติ

หรือองค์กรการค้นพบสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากต่างดาวผ่านกล้องโทรศัพท์วิทยุก็ไม่สามารถที่จะตรวจพบว่า อูมัวมัว นั้นจะมีการส่งคลื่นวิทยุออกมาแต่อย่างใด

ซึ่งในความที่มันได้มีคุณสมบัติที่สามารถเร่งความเร็วของตัวเองได้และมีรูปร่างทรงเรียวยาวคล้ายกับซิคก้าจึงได้ทำให้นักวิทยาศาสตร์บางคนถึงกับได้สันนิษฐานว่าต้นกำเนิดของมันอาจจะเป็นยานอวกาศขนาดใหญ่ที่มีชีวิตขนาดใหญ่ที่มีภูมิปัญญามาจากต่างดาวก็เป็นได้และที่ได้แอบเข้ามาสอดส่องระบบสุริยะหรืออาจจะใช้ดวงอาทิตย์ของเราเป็นเพียงแหล่งพลังงานไว้สำหรับในการเดินทางต่อในอวกาศเท่านั้น

ดังนั้นในข้อมูลล่าสุด2นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ได้ตั้งทฤษฎีใหม่ที่แหวกแนวไม่แพ้กันโดยพวกเขาได้เสนอว่า อูมัวมัว มันอาจจะเป็นเรือใบที่มีขนาดใหญ่จากโลกอื่นโดยเรือใบอวกาศนั้นคือยานอวกาศที่มีน้ำหนักเบาที่มีแผงรับแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่

อยู่โดยรอบและจะอาศัยแรงดันจากรังสีดวงอาทิตย์หรือดาวฤกษ์ของระบบดาวดวงอื่นมาคอยเป็นแหล่งพลังงานในการขับเคลื่อนยานคล้ายกับใบเรือที่มันคอยอาศัยกระแสลมที่ทำให้ใบเรือเคลื่อนที่

นอกจากนี้มันก็ได้เป็นการมาเยือนของอูมัวมัวที่มันได้สร้างความฮือฮ่าและปริศนาให้แก่ชาวโลกรวมไปถึงนักสำรวจสิ่งต่างๆด้วยรูปร่างที่มันเรียวยาวผิดปกติแปลกไปจากอุกกาบาตชิ้นอื่นๆและสีของมันที่เป็นสีแดงรวมไปถึงลักษณะการเคลื่อนที่ที่มีความเร้วมากๆ

โดยที่มันสามารถเร่งความเร็วของตัวเองได้อีกด้วยจึงทำให้มีนักวิทยาศษสตร์นักดาราศาสตร์นักฟิสิกส์ได้ออกมาคิดทฤษฎีต่างๆอีกมากมาย

 

สนับสนุนโดย.    สล็อต ufabet เว็บตรง

หลักฐานที่เก่าแก่ที่เชื่อกันว่าเอเลี่ยนนั้นมีอยู่จริง?

โดยเรื่องราวมากมายที่ได้มีคนสนับสนุนการมีอยู่ของเอเลี่ยนแล้วก็เชื่อว่าที่มนุษย์เราอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะว่าในอดีตได้มีเอเลี่ยนมีเยือนบนโลกหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ทำการลดแลกแจกแถมนวัตกรรมต่างๆของพวกเขาจนกระทั่งมนุษย์เราสามารถยืนหยัดแล้วก็กลายมาเป็นมนุษย์อย่างได้จนถึงทุกวันนี้นั่นเอง

ซึ่งคนที่เชื่อในเรื่องแบบนี้เขาก็จะอ้างพวกหลักฐานตำนานโบราณต่างๆที่ได้พูดถึงพวกวัตถุประหลาดลอยฟ้าไม่ว่าจะเป็นเรือบินบ้างวัตถุยานบินรูปไข่เมฆหมอกอะไรต่างๆที่ศาสนาบางศาสนาบอกว่าพระเจ้าทรงปรากฏขึ้นมาเหนือท่ามกลางเมฆอะไรแบบนี้เขาก็เลยเอาไปตีความกันว่าสิ่งนั้นก็คือมนุษย์ต่างดาวที่ได้บินลงมาสั่งสอนพวกมนุษย์แล้วก็ได้สร้าง

ดังนั้นมนุษย์ในยุคนั้นไม่สามารถอธิบายสิ่งที่มันไฮเทคแบบนั้นได้ก็เลยได้พันนาออกมาเป็นสิ่งที่เขาพอจะพูดออกมาได้เท่านั้นเองอย่างเช่นเรื่องของโนอาร์กับน้ำท่วมโลกที่เขาสามารถสร้างเรือที่มีขนาดใหญ่เท่ากับสนามกีฬาได้โดยใช้แรงงานคนเพียงแค่8คนกับเครื่องมือบ้านๆเท่านั้นเอง

นอกจากนี้ถึงว่าทำไมพีระมิดถึงได้สร้างได้แบบที่ว่าหันไปทางทิศเหนือตรงขนาดนั้นจะเป็นไปได้ยังไงที่คนกว่าหลายพันปีที่แล้วจะมีเทคโนโลยีอะไรแบบนี้โดยคนที่เชื่อในทฤษฎีนี้มากๆเลยบางทีเขาอ้างไกลไปถึงขนาดที่ว่าจริงๆแล้วพวกฟาโรห์ที่ชาวอียิปต์เคารพและนับถือกันอาจจะไม่ใช่คนก็ได้แต่อาจจะเป็นอารยชนที่มาจากนอกโลก

ซึ่งที่พวกเขาได้คิดกันแบบนี้เขาไม่ได้คิดขึ้นมาแบบลอยๆมันก็ได้มีหลักฐานหลายอย่างที่ได้เอามายืนยันเหมือนกันที่เราคิดว่ามันน่าสนใจทีเดียวเรามาเริ่มจุดที่ใครเป็นคนคิดไอเดียนี้ขึ้นมากันดีกว่าอย่างเช่นพีระมิดของอียิปต์ที่เป้นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคโบราณที่ยืนหยัดกันมาได้จนถึงทุกวันนี้

เนื่องจากพีระมิดนั้นที่ได้แสดงให้เห็นถึงความแกร่งทนทานทนน้ำทนฝนแล้วนั้นในความลับต่างๆที่มันได้อยู่ภายพีระมิดก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่ามันถูกสร้างขึ้นมาได้ยังไงตั้งแต่แรงงานทาสหลายพันคนที่จะต้องไปแบกมันมาจากเหมืองหินที่มันอยู่อีกฝั่งหนึ่ง

เพราะฉะนั้นแล้วมันยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้เขาจะต้องนำเอาหินเหล่านี้ไปซ้อนกันทับกันให้มันสูงขึ้นไปอีกโดยบางคนเขาก็บอกว่ามันทำได้ไม่ยากก็แค่ก่อบ่อน้ำขึ้นมาแล้วให้น้ำช่วยพยุงหินที่มีน้ำหนักมากให้มันลอยขึ้นไปแต่ทว่าสร้างบ่อน้ำได้มันก็มีขนาดใหญ่เกินกว่าพีระมิดอีกแล้วและยังไม่ได้รวมกับวิธีที่เขาทำยังไงให้ตัดหินได้ตรงพอดีเท่าๆกันแบบนี้

 

สนับสนุนโดย.    สมัคร บาคาร่า ufabet