ดาวฤกษ์ที่เก่าแก่ที่สุดในทางช้างเผือก

ดาวฤกษ์ที่เก่าแก่ที่สุด เป็นที่ทราบกันดีว่าโลกเป็นดาวเคราะห์  ที่เคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ และดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ในระบบสุริยะก็เช่นกันที่เคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ เพราะดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของดาวเคราะห์ทุกดวงที่อยู่ในระบบสุริยะ และดวงอาทิตย์ก็ยังปล่อยแสงสว่างที่มีอยู่ในตัวของมันออกมาเพื่อส่งไปยังดาวดวงอื่นๆ อีกด้วย ดวงอาทิตย์นั้นได้ชื่อว่าเป็นดาวฤกษ์เนื่องจากมันมีแสงสว่างในตัวเอง

ดาวที่มีแสงสว่างในตัวเองนั้นได้ชื่อว่าเป็นดาวฤกษ์  แน่นอนว่าในระบบสุริยะของเราก็มีดาวฤกษ์เช่นเดียวดันนั้นก็คือดวงอาทิตย์ และมีอีกเรื่องที่คุณควรจะรู้คือถึงแม้ว่าดวงอาทิตย์จะเป็นดาวฤกษ์ในระบบสุริยะแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีดาวฤกษ์ที่อยู่นอกระบบสุริยะ

เป็นที่รู้กันดีว่าระบบสุริยะเป็นเพียงระบบที่อยู่ในกาแลกซี่ทางช้างเผือกเท่านั้น  หนึ่งในดาวที่เก่าแก่ที่สุดในจักรวารซ้อนตัวอยู่อย่างเงียบๆ ในทางช้างเผือก  

  ซึ่งอยู่ห่างจากโลก 2,000 ปีแสง ดาวแคระแดงซึ้งจัดเป็นดาวฤกษ์ที่มีแสงสว่างในตัวเอง มีอายุ 13,500 ล้านปีจากสังเกตการได้พบว่ามันได้ก่อตัวขึ้น  จากเมฆที่ยังหลงเหลืออยู่หลงจากการระเบิดครั้งใหญ่ที่มีชื่อว่าบิ๊กแบง นอกจากนี้เนื่องจากดาวฤกษ์ขนาดเล็กมีมวลเพียง 1 ใน 7 ของมวลดวงอาทิตย์

และมีธาตุหนักที่เป็นสะสารดังเดิมจนทำให้เชื่อได้ว่า ดาวนี้เป็นประชากรดาวดวงแรกของดาวดาราจักรทางช้างเผือก ดาวฤกษ์ดวงแรกๆ   ที่ก่อตัวขึ้นในเอกภพนี้ น่าจะประมาณ200ล้านปี หลังจากบิ๊กแบงหรือการระเบิดครั้งใหญ่ที่เป็นต้นกำเนิดของดาราจักรทางช้างเผือกในตอนนั้น ดาวแรกๆ ดาวเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นจากวัตถุที่การกระจัดกระจายอยู่ในขณะนั้น

โดยส่วนใหญ่คือไฮโดรเจน ฮีเลียม และลิเทียมเมื่อดาวเหล่านี้มีชีวิตอยู่พวกมันก็ค่อยๆ เปลี่ยนองค์ประกอบเริ่มต้นเป็นองค์ประกอบที่หนักกว่า   gclub ฝากขั้นต่ำ 20   ซึ่งนักดาราศาสตร์เรียกว่าโลหะ ในที่สุดดาวแรกๆ เหล่านี้บางส่วนก็จะระเบิดกลายเป็นซูเปอร์โนวา ที่พ่นโลหะให้ลอยออกไปในจักรวาลจากนั้นก็จะเกิดกลุ่มดาวต่อมาจากเมฆหมอกที่เกิดจากมวลโลหะนี้

อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับดาวฤกษ์เหล่านี้ก็คือบางทีมันอาจจะมีบรรพบุรุษเพียงดวงเดียวที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ในดาราจักรทางช้างเผือกของเรา แต่ถึงอย่างไรก็ตามดาวฤกษ์ที่มีอยู่ในระบบสุริยะและนอระบบสุริยะนั้นมีมากมายหลายดวงที่รอให้เราได้ไปศึกษาค้นคว้าพวกมันอยู่ เพราะดาวเคราะห์ละดาวฤกษ์แต่ละดวงนั้นมีคุณสมบัติ และการเกิดที่แตกต่างกัน