ยอดเขามัจฉา ปูเชร

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเราแน่นอนว่าหลายคนรู้กันดีว่าโลกของเรานั้นกว้างใหญ่ไพศาลมากแค่ไหนและมีอะไรอยู่บนโลกของเราบางคนที่ชื่อว่าโลกแห่งนี้อาจเป็นความบังเอิญหรือว่าความตั้งใจ

เขาธรรมชาติที่ดีสร้างให้มันเกิดขึ้นมาและถ้าดาวเคราะห์ดวงนี้ก็ได้สร้างทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตมากมายคือสิ่งมีชีวิตคือสิ่งที่มหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเรา

แต่ก็ว่าได้เพราะสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีรูปร่างลักษณะหรือความคิดที่แตกต่างกันออกไปการใช้ชีวิตก็เช่นเดียวกันด้วย

แต่เมื่อพูดถึงขนาดนี้แล้วหลายคนอาจสงสัยว่าเรากำลังจะพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่และเรื่องที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับสถานที่ลึกลับที่มีจริงๆอยู่บนโลกของเราแน่นอนว่าสถานที่ลึกลับมันทั้งน่าค้นหาและน่าตื่นเต้นและในเวลาเดียวกัน

มันก็น่ากลัวอีกด้วยซึ่งในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับสถานที่แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า ยอดเขามัจฉา ปูเชร สำหรับนักปีนเขาที่ชอบความท้าทายและภูเขาจะสูงแค่ไหนก็ไม่หวั่นและความคิดจะขึ้นไปพิสูจน์กันอยู่แล้วยอดเขามัจฉาปูเชร 

แห่งในบ้านเป็นแนวสันเขาที่ทอดยาวมาจากยอดเขาอันนะปุรณะระดับความสูงกว่า 700 เมตรมีลักษณะเป็นรอยบากคล้ายกับหางป้าซึ่งเป็นที่มาของชื่อดังกล่าวชอบขึ้นหมื่นเชียวว่ายอดเขาดังกล่าวเป็นที่ประทับของเทพเจ้าชีวะและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีการสงวนพื้นที่นี้เอาไว้เรื่องรถกิจกรรมปีนเขาอย่างเคร่งครัดแน่นอน

ว่าระดับความสูงขนาดนี้ถ้าไม่เป็นที่ใฝ่ฝันของเรานักปีนเขาโดยในปี 1957 จิมมี่โรเบิร์ตและลูกชิ้นได้ปีนขึ้นไปบนสันเขาทางเหนือระดับความสูง 6947 เมตรได้หยุดแค่นั้นตามคำบอกเล่าของชาวบ้านหลังจากนั้นทางรัฐบาลก็ปิดพื้นที่และไม่ให้ใครขึ้นไปอีกเลย 

และแน่นอนว่าถ้าหาคนที่จะรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ของเขาโลกนี้แล้วก็อาจจะโดนจับได้ถูกปรับหลายบาทเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามพื้นที่ลึกลับไม่ได้มีแค่ยอดเขาแห่งนี้เท่านั้นถ้ามันยังมีพื้นที่ใต้มหาสมุทรบนโลกของเราผู้เขามากมาย

ที่เป็นสถานที่ลึกลับที่เราไม่สามารถย่างกรายเข้าไปได้แน่นอนว่าบางครั้งมันก็มีเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นของสภาพอากาศหรือแก๊สพิษต่างๆที่อยู่ในนั้นที่เราไม่สามารถที่จะเข้าไปไกลๆเลยถ้าหากเข้าไปใกล้หรือว่าที่ดมกลิ่นของมันแม้แต่น้อยคนก็คงอาจจะดูว่าจะพบเจอกับอะไร

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.   ติดต่อ ufabet

ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา

โลกแห่งนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่เป็นสิ่งมีชีวิตโลกของเราได้มีการสร้างสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นมาอย่างเช่นมนุษย์

คือสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ที่แน่นอนว่าเราต่างก็รู้จักเผาผลาญดีดีเพราะมัน   คือตัวเรานั่นเองสำหรับมนุษย์แล้วพวกเราได้มีการศึกษาถึงเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นจุดกำเนิดของโลกจุดกำเนิดของเอกภพความเป็นไปเป็นมาของเผ่าพันธุ์ศึกษาสิ่งมีชีวิตต่างๆและการศึกษาเหล่านี้ทำให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ในอดีตที่ผ่านมา

บนโลกของเรามีสถานที่ลึกลับต่างๆมากมายและแน่นอนว่าบางทีเมื่อค้นพบแล้วก็สามารถพัฒนากลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้แต่บางสถานที่มันก็ลึกลับเกินกว่าที่จะทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแต่ไม่ว่ามันจะลึกลับแค่ไหนนักวิทยาศาสตร์ก็ศึกษาค้นคว้าหามันจนเจอ

และในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับสถานที่แห่งหนึ่งที่มีความลึกลับไม่แตกต่างจากสารที่อื่นเลย  ซึ่งมันก็คือร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา ที่มีความลึกที่สุดในโลกถึง 10990 4 เมตรเอาชนะความสูงของยอดเขาเอเวอเรสต์ที่มีความสูง 8878 M ไปได้อย่างขาดลอยเหลืออีกรอบหรือมารีน่าเกิดจากแผ่นดิน 2 แผ่นก็ชวนกันตรงบริเวณเขตมุดตัวของโลกใกล้กับเกาะกวม

ซึ่งกลายเป็นจุดลึกที่เรียกว่าโดยมีแรงดันได้น้ำสูงกว่า 1000 เท่าจากระดับน้ำทะเลหรือเทียบเท่ากับเครื่องบินขนาดใหญ่ระหว่าง 50 ลำทับอยู่บนร่างของคนเลยนะคะ  ถามว่าอัดขนาดไหนก็ลองคิดอยู่นะคะนอกจากความลึก

และแรงดันมหาศาลแล้วมีภูเขาไฟใต้น้ำที่คอยพ่นคาร์บอนไดออกไซด์เหลวอุณหภูมิสูงเรา 103 องศาเซลเซียสออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟมากขึ้นสามารถไปถึงระดับความลึก 410 เมตรก็จะพบกับกำมะถันเหลวเข้มข้นใต้มหาสมุทรอีกด้วยถ้ายังรักชีวิตอยู่แล้วก็อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงจะดีกว่าแน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ที่เราเอง

ไม่คิดว่ามัน  จะมีอยู่บนโลกของเราและสิ่งหลายอย่างทำให้เราได้ศึกษาถึงจะถึงนี้ยังไงก็ตามสถานที่ลึกลับที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเรา  ไม่ได้มีเพียงรองหรือแห่งนี้เท่านั้นแต่มันยังมีอีกมากมายที่เราทั้งได้ค้นพบแล้วและอีกมากมายที่จะรอการค้นคว้า

และศึกษาต่อไปแน่นอนว่าโรงเรียนแห่งนี้ไม่มีใครอยากจะย่างกรายเข้าไปไกลอย่างแน่นอนเพราะได้ฟังจากที่เราได้พูดไปแล้วมันมีอันตรายต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมากเพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุณหภูมิ  หรือว่าเรื่องของภูเขาไฟกำมะถันเป็นสิ่งที่ร่างกายหรือว่าจมูกของเราไม่ควรที่จะได้ดมกลิ่น 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ติดต่อ ufabet

ดาวเคราะห์ที่ไม่มีชื่อ

โลกดาราศาสตร์และอวกาศนั้นเป็นเรื่องหนึ่งในรายวิชาวิทยาศาสตร์ที่เราต้องได้เรียนกัน ส่วนมาในวิชาที่ว่านี้เรื่องส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวกับดวงดาวต่าง ๆที่อยู่ภายในระบบสุริยะของเรา เรียนเรื่องขององค์ประกอบว่าในระบบสุริยะนี้มีดาวเคราะห์กี่ดวง ดาวฤกษ์กี่ดาว สิ่งต่าง ๆ

เหล่านี้นั้นล้วนแต่มีอยู่แล้วในระบบสุริยะของเรา แต่คุณรู้หรือไม่ว่าในระบบสุริยะนอกจากดาวเคราะห์ทั้ง 8 ดวงที่เรารู้จักกันดีแล้วนั้นมันก็ยังมีดาวเคราะห์ที่นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ยังเชื่อว่ามีอีกภายในระบบแห่งนี้

ถึงแม้ว่าในวิชาเรียนนั้นจะพูดถึงดวงดาวต่าง ๆ ในระบบสุริยะแต่คุณรู้หรือไม่ว่านั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบสุริยะเท่านั้น เพราะระบบที่ว่านี้ยังมีเรื่องต่างๆ อีกมากมายที่ในวิชาเรียนไม่ได้พูดถึงซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่น่าทึ่งเอามากๆ เมื่อเราได้ลองที่จะศึกษาดู ดาวเคราะห์โดยทั่วไปนั้นมักจะเกิดความไม่เสถียรภาพหลังการสร้าง

พวกมันมักจะเปลี่ยนวงโคจรเนื่องจากวงโคจรของพวกมันจะถูกเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง  ด้วยแรงโน้มถ่วงของดาวดวงอื่นๆ ซึ่งในปี 2005 นักวิจัยสามกลุ่มได้มีการใช้ทฤษฏีนี้ในการเสนอแบบจำลองที่ดีของการ   ก่อตัวของระบบสุริยะ ในอดีตที่ผ่านมานั้น

การดูดกันระหว่างแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ ได้มีการทำให้ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน เปลี่ยนวงโคจรของมันเอง และได้ส่งดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ให้ออกห่างไกลไปจากดวงอาทิตย์มากขึ้น โดยที่ดาวพฤหัสบดียังคงมีความพยายามที่จะเคลื่อนตัวเพื่อให้ตังมันเองเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากยิ่งขึ้น

ก่อนที่มันจะถูกส่งกลับไปยังระบบสุริยะชั้นนอกเหมือนเดิม รูปแบบของทฤษฏีนี้มีการได้รับการยมรับว่าเป้นความจริงมาโดยตลอด จนกระทั่งในปี 2011  ส่วนหนึ่งของทฤษฏีได้มีการถูกหักล้างซึ่งในเวลานั้นนักวิทยาศาสตร์บางคนได้กล่าวว่า ถ้าทฤษฏีดังกล่าวเป็นจริงทั้งหมด จะต้องมีดาวเคราะห์ดวงที่ 5 ระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี

แต่อย่างไรก็ตามได้มีการแก้ต่างในเรื่องที่ว่านี้ว่า ดาวเคราะห์ดวงดังกล่าวน่าจะพุ่งออกไปจากระบบสุริยะด้วยแรงโน้มถ่วงของดาวเสาร์ หรือไม่ก็ดาวพฤหัสบดี และในปี 2015 นักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ ได้มีการเสนอทฤษฏีที่เกี่ยวกับดาวเคราะห์ชั้นในอันประกอบไปด้วยดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก และดาวอังคาร ซึ่งพวกเขาได้กล่าวว่าดาวพฤหัสบดีเคยหลงเข้าไปในระบบสุริยะวงใน 

แรงโน้มถ่วงของดาวพฤหัสบดี  ก็น่าจะมีการทำลายล้างดาวเคราะห์ชั้นใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาวพุธและดาวอังคารนั้นเอง ซึ่งดาวเคราะห์ดวงที่ 5 ที่ได้มีการคาดการณ์ไว้นั้นมัน  ก็คือดาวเคราะห์ที่ไม่มีชื่อนั้นเองเพราะรายังไม่สามารถทราบแน่นอนว่ามันมีอยู่จริง ๆ 

 

สนับสนุนโดย    ติดต่อ ufabet