แบคทีเรียกับแฟชั่น

ยุคสมัยที่มีความเฟื่องฟูกันมากๆในทางเทคโนโลยี

และพัฒนาการของอารยะธรรมมนุษย์ทำให้เราได้เห็นสิ่งต่างๆมากมายที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ที่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างสิ่งต่างๆเหล่านั้นขึ้นมา และที่เห็นได้ชัดเลยว่าโลกของเราได้

มีวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่ควบคู่ไปกับความงามนั่นก็คือ เรื่องราวของวงการแฟชั่นนั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันก็มีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อใช้ในวงการนี้อยู่เสมอ อย่างที่วันนี้ที่เราจะมานำเสนอเกี่ยวกับการที่ได้คิดค้นนำเอาแบคทีเรียมาใช้ในการช่วยย้อมสีผ้าเพื่อที่จะลดการใช้น้ำ

      ทุกคนรู้หรือไม่ว่าเสื้อยืดที่หลายๆคนนิยมสวมใส่กันอย่างที่เป็นผ้าคอตตอนจำนวน 1 ตัวนั้นในกระบวนการทางการผลิตอาจจะมีการใช้ปริมาณน้ำที่มากถึง 630 ลิตรที่ใช้ในการย้อมสีเสื้อหนึ่งตัวนั้นเลยก็ว่าได้

โดยที่หลังจากนั้นน้ำที่เกิดเสียจากการผ่านสารเคมีโดยที่ไม่ได้มีการทำการบำบัดก่อนปล่อยทิ้งลงไปแหล่งน้ำต่างๆก็จะทำการคร่าชีวิตสัตว์น้ำจำนวนมากส่งผลเป็นมลภาวะที่ไม่ดี แต่สำหรับกระบวนการที่เราจะนำเสนอข้อมูลในวันนี้นั้นเป็นวิธีการใหม่โดยจะมีการใช้น้ำในกระบวนการผลิตเพียง 200 มิลลิลิตรต่อกระบวนการย้อมผ้าใน 1 กิโลกรัม

สำหรับกระบวนการในการย้อมผ้าในสายการผลิตนี้จะมีการใช้แบคทีเรีย“Streptomyces coelicolor” ซึ่งแบคทีเรียนี้เองที่จะเป็นตัวที่ทำให้ในกระบวนการย้อมผ้าในสายการผลิตนั้นมีการใช้น้ำในปริมาณที่น้อยลงอย่างมากต่อการย้อมสีผ้าในแต่ละครั้ง แน่นอนว่าวิธีการนี้เป็นวิธีที่สามารถช่วยให้มีการลดปริมาณที่จะเกิดน้ำเสียที่เป็นมลพิษอันเกิดมาจากกระบวนการย้อมผ้าในรูปแบบวิธีเดิมๆได้โดยในกระบวนการนี้เองก็มีเคล็ดลับในการย้อมผ้านั่นก็คือการใช้แบคทีเรียที่ชื่อว่า“Streptomyces coelicolor”ซึ่งจะมีการหมักกลุ่มของแบคทีเรียเหล่านี้

ลงไปในสารละลายน้ำตาลโดยมันจะเกิดปฏิกิริยาในการผลิตเม็ดสีต่างๆลงไปบนเส้นใยเนื้อผ้าโดยตรง แต่ทั้งนี้เองก็ขึ้นอยู่กับว่าแบคทีเรียต่างๆนี้จะถูกเลี้ยงมาอย่างไร มีกระบวนการเลี้ยงที่ดีหรือไม่ เลี้ยงไว้ที่ไหน ซึ่งจากความเป็นกรดด่างจากสิ่งรอบข้างอย่างสภาพแวดล้อมนั้นเองเราก็สามารถที่จะสร้างสีต่างๆขึ้นมาได้ด้วยอย่างเช่น สีกรมท่า สีชมพูสด ก็สามารถที่จะทำขึ้นได้

       ซึ่งหากจะถามว่าที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรแน่เป็นเรื่องของแฟชั่น เรื่องวิทยาศาสตร์ หรือว่าในเรื่องของการออกแบบ ก็ต้องบอกว่ามันสามารถเป็นได้ทั้งหมดที่กล่าวมา อย่างที่เราได้บอกไปข้างต้นว่าโลกนั้นได้มีวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปไกลมากๆทำให้ในปัจจุบันสิ่งต่างๆ

ที่เกิดขึ้นได้ถูกบูรณาการณ์เข้าหากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ หรือเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีใครคาดคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่ามันอาจจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามสิ่งต่างเหล่านี้เป็นเรื่องราวดีๆที่จะช่วยให้ชีวิตมนุษย์อย่างเรานั้นดำเนินไปได้อย่างดีมีคุณภาพ และแน่นอนว่าจะมีความสะดวกอีกมากมายเกิดขึ้นมาเพื่ออำนวยให้ชีวิตเราดำเนินไปได้อย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นไปอีก

วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้สำหรับบุคคลทั่วไป

หลายท่านคงคิดว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่จริงและสามารถพิสูตรได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องค้นหาและพิสูตรเพื่อให้เห็นข้อที่แท้จริง โดยนักวิทยาศาสตร์พวกเขาพยายามค้นและทดลองเพื่อตอบคำถามต่างๆที่เกิดจากโลกของเรา และในขณะนี้พวกเขาก็ได้ทำการทดสอบเรื่องของต่างดาวหรือสิ่งมีชีวิตด้วยการแกะหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิต

กล่าวคือในขณะนี้ได้มีการส่งหุ่นยนต์

เพื่อไปค้นหาหรือไปออกสำรวจหาสิ่งมีชีวิตหรือมนุษย์ต่างดาวในมหาสมุทรแอนตาร์กติกหรือมหาสมุทรที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งอย่างที่เรารู้จักเป็นอย่างดีนั้นเอง ซึ่งพวกเขาตั้งใจให้หุ่นยนต์เหล่านี้ไปค้นหาสิ่งมีชีวิตหรือมนุษย์ต่างดาวเพื่อเป็นการยืนยันและเป็นหลักฐานในการพิสูจน์ว่ามนุษย์ต่างดาวที่พวกเขาสันนิษฐานมีอยู่จริง และนี่ก็จะเป็นพิสูจน์ด้วยว่าพวกเขาสันนิษฐานหรือคาดเดาไม่ผิด

สำหรับในเดือนพฤศจิกายนนี้จะเริ่มมีการสำรวจโดยมีการส่งหุ่นยนต์ดังกล่าว

เพื่อส่งออกไปสำรวจใต้พื้นน้ำแข็งที่หนาแน่น ณะสถานีวิจัยเคซีย์ (Casey Research Station) ที่อยู่ในทวีปแอนตาร์กติกาในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งพวกเขาต้องการทอสอบหุ่นยนต์เหล่านี้ว่ามีความแข็งแรงและสามารถอยู่ได้นานเท่าไหร่ ถ้าหากว่าหุ่นยนต์เหล่านี้มีความทนทานตามเปาหมายที่ตั้งไว้ พวกเขาก็จพทำการส่งหุ่นยนต์เหล่านี้ออกไปยังดาวดวงอื่นๆ เพ่อค้นหามนุษย์ต่างดาว และเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่ามนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริง

นักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างให้หุ่นยนต์ดำน้ำลึกได้ถึง ขนาด 1 เมตร และนั้นก็ไม่ได้ใช้ยานดำน้ำช่วยเลยแม้แต่น้อย แต่พวกเขาสามารถสร้างพาหนะที่สามารถขับเคลื่อนได้ถึง 2 ล้อด้วยกัน ซึ่งสามารถขับบนน้ำแข็งได้เหมือนราวกับเดินบนผิวดินในแบบปกติของคนเรา

นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายพวกเขามีความสามารถในการออกแบบ BRUIE

เพื่อเป็นการออกสำรวจเพื่อหาร่องรอยของมนุษย์ต่างดาวหรือพวกสิ่งที่มีชีวิตต่างๆ เพราะพวกเขาได้ค้นพบสัตว์ขนาดเล็กและสิ่งมีชีวิตต่างๆและมีระบบนิเวศที่คาดว่าน่าจะมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆอาศัยอยู่ในแถบขั้วโลกเหนือและในแถบขั้วโลกใต้ และยังเห็นจุลินทรีย์อีกหลากหลายชนิดด้วยกัน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จึงมีการคาดเดาได้ว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่เรายังไม่เจอหรือไม่เคยพบเจออยู่อีกที่อาศัยบนดาวเคราะห์ดวงอื่นๆในระบบสุริยะอันไกลโพ้น

ซึ่งกล่าวได้ว่าผู้ผลิตBRUIE จะต้องพัฒนาให้หุ่นยนต์เหล่านี้มีความแข็งแกร่งที่สุดเพื่อตะเวนสำรวจค้นหาสิ่งมีชีวิตใต้น้ำที่หนา 10-30 กิโลเมตร เพราะพวกเขาอาจจะเจอกระแสน้ำที่คาดการไม่ถึงในใต้น้ำทะลึกก็ได้

หัวหน้าทีมวิศวกรของนาซา แอนดี้ เคลช ซึ่งเขาเป็นคนออกแบบ BRUIE มาเป็นอย่างดี เพราะหุ่นยนต์ตัวนี้สามารถ ต้านทานกระแสน้ำที่เรียกว่าแรงได้เกือบทุกชนิด และยังปรับเป็นโหมดประหยัดพลังงานของตนเองได้อีก

นอกจากนั้นยังถ่ายภาพ และสามารถตรวจวัดความดัน หรืออุณหภูมิต่างๆที่อยู่รอบตัว และยังวัดปริมาณของออกซิเจน รวมทั้งเก็บข้อมูลทางชีวภาพต่าง ๆได้เป็นอย่างดี