Airbus Flying Car

Airbus Flying Car อย่างที่เราก็รู้กันดีว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้ได้รับการพัฒนาการเด็กไหลออกมาจากเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์และเทคโนโลยีในด้านวิทยาศาสตร์ดาราศาสตร์แล้วเทคโนโลยีเกี่ยวกับยานยนต์จะได้รับการพัฒนาไปเช่นเดียวกัน

หรือไม่ว่าในปัจจุบันนี้ได้มีการวางแผนเกี่ยวกับการสร้างรถยนต์สุดล้ำแห่งอนาคตขึ้นมามากมายแต่ทว่านี่มันก็ยังเป็นเพียงแค่แนวคิดเท่านั้นแต่มันก็ไม่แน่ว่าเนี่ยคิดเหล่านี้ในอนาคตมันอาจจะเกิดขึ้นจริงๆก็เป็นได้เพราะถ้าหากมันได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและก็ต้องได้เห็นรถยนต์หน้าตาแปลกประหลาดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าแน่

 

สิ่งใดก็ตามเทคโนโลยีสุดล้ำนั้นกว่าที่มันจะสามารถนำมาใช้ได้

มันก็ต้องใช้เวลาในการทดสอบคิดค้นเพื่อให้สิ่งต่างๆออกมาดีที่สุดและเพื่อให้มั่นใจว่าถ้าเรานำรถยนต์คันนั้นมาขับขี่บนท้องถนนมันจะไม่เป็นอันตรายต่อผู้ขับคนอื่นๆที่สัญจรบนท้องถนนแน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นแนวคิดที่คิดมาเพื่ออนาคตอย่างแท้จริง

และในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับแนวคิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Airbus Flying Car ที่เห็นอาจจะทำให้นึกถึงรถและรูปแบบที่โดยสารได้แต่ที่จริงแล้วแต่รถโดยสารแบบทูอินวันที่สามารถบินได้และขับเคลื่อนได้เหมือนกับรถยนต์นี้มาจากบริษัทแอร์บัสได้พัฒนาร่วมกับทีมงาน Intel ในการออกแบบภาชนะแบบครบครัน

Airbus Flying Car ซึ่งกรอบด้านนอกของพาหนะโดยสารแบบแคปซูลมีขนาด 2.6 เมตรคันนี้ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์แบบโมโนค็อกซึ่งมีความแข็งแรงสูงกว่าคาร์บอนไฟเบอร์ทั่วไปมีการใช้งานง่ายและสะดวกสบายด้วย application บนมือถือเหมือนกับการเรียกแท็กซี่ออนไลน์โดยรถแอร์บัสวิ่งได้

แค่นี้ก็ตอบสนองต่อความต้องการของผู้โดยสารแต่ละรายด้วยการค้นหาเส้นทางที่เหมาะสม  นอกจากนี้ยังสามารถตอบสนองต่อผู้ใช้งานระหว่างการเดินทางได้อย่างสมบูรณ์ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและแน่นอนว่าถ้าหากเจ้าสิ่งนี้ใช้งานได้จริงเมื่อไหร่คุณก็คงจะรู้ว่าอาชีพอะไรที่จะต้องตกงาน

 แน่นอนว่าเมื่อมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเข้ามาในประเทศเอามากินขึ้น 

บริษัทต่างๆก็จะหันมาใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นมากกว่าใช้บุคลากรมนุษย์ในการทำงานเนื่องจากว่ามันทั้งสะดวกสบายและไม่ต้องใช้จ่ายอะไรมากมายเพียงแค่คุณลงทุนครั้งเดียวมันก็คุ้มค่าเกินพอแถมต้องใช้

แต่สิ่งนี้เราจะไม่ต้องจ่ายเงินล่วงเวลาให้กับลูกจ้างอีกดูไว้แต่มันก็มีผลกระทบเช่นเดียวกันเพราะว่าคนส่วนใหญ่ก็จะตกงานไม่มีงานทำ สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามถ้าหากว่าเจ้าสิ่งนี้ใช้งานได้จริงเมื่อไหร่เราก็แค่เตรียมตัวหางานใหม่ให้กับตัวเองยังไงล่ะไม่น่าเชื่อว่าเราจะมาถึงยุคที่เทคโนโลยีจะเข้ามาทำงานแทนมนุษย์เสียแล้ว

 

สนับสนุนโดย   Ufabet เข้าสู่ระบบ