ลูกแก้วใส โผล่ดวงจันทร์ ส่งยานสำรวจ 3 ดวงจันทร์น้ำแข็ง

      ลูกแก้วใส โผล่ดวงจันทร์  ซึ่งแรงดึงดูดที่มีมากของดาวพฤหัสบดีได้สร้างความร้อนให้กับยูโรปาและก่อนหน้านี้ในเดือนธันวาคม ปี2556 ปรากฏว่านาซาได้รายงานการตรวจพบ แร่ธาตุที่มีลักษระคล้ายๆกับดินด้วยซึ่งไปปะปนอยู่กับอินทรียวัตถุบนเปลือกน้ำแข็งของยูโรปา

นอกจากนี้กล้องโทรทรรศน์อวกาศของนาซาก็เคยตรวจพบไอน้ำในชั้นบรรยกาศที่บางเบาของดวงจันทร์แกนี มีดก็เคยพบเป็นลักษณะของน้ำบนดวงจันทร์ยูโรปามาก่อนหน้านี้ด้วยเหมือนกัน

ตามแผนยานของยุโรปมีกำหนดจะถูกส่งขึ้นไปหวงอวกาศในเดือนเมษายนปีหน้าปี2566 ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางถึงดาวพฤหัสบดีอย่างน้อยๆ 8 ปีคาดว่าจะถึงปี2574 แล้วพอไปถึงแล้วก็จะต้องโคจรรอบดาวพฤหัสบดีอีกประมาณ 2ปี 6เดือน เพราะว่าดาวพฤหัสบดีนั้นใหญ่กว่าโลกมาก

ก่อนที่จะบินเฉียดใกล้กับดาวบริวานของดาวพฤหัสบดีก็คือดวงจันทร์น้ำแข็งทั้งสามดวงโดยจะบินเฉียดที่มีระยะห่างจากดวงจันทร์น้ำแข็ง 200 ถึง 1000 กิโลเมตร ซึ่งในช่วงแรกของภารกิจนี้ยานจะเฉียดใกล้กับดวงจันทร์ยูโรปาอย่างน้อยๆ 2 ครั้งและหลังจากนั้นก็ก็จะเป็นดวงจันทร์แกนี มีดกับดวงจันทร์คัลลิสโตดวงละประมาณ12ครั้ง

ซึ่งการโคจรเฉียดใกล้กับดวงจันทร์น้ำแข็งเหล่านี้ซ้ำๆกันหลายๆครั้งก็จะทำให้ยานมีโอกาสเก็บข้อมูลและสำรวจพื้นที่ดวงจันทร์น้ำแข็งเหหล่านี้ได้อย่างระเอียดมากยิ่งขึ้นหลังจากนั้นภารกิจของยานจูซก็จะค่อนๆปรับวิถีโคจรไปอยู่ที่ดวงแกนีมีดแทนและก็จะใช้เวลาศึกษารอบดวงจันทร์นี้อีกประมาณสัก 9 เดือน 

โดยสิ่งที่ยานจูซอาจจะค้นพบและอาจจะช่วยต่อยอดขยายองค์ความรู้และเป้าหมายในการค้นหาสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจักรวานก็คือภารกิจตรงนี้ซึ่งจะไปสำรวจลักษณะของดาวที่เป็นบริวานของดาวพฤหัสบดีที่มีลักษณะคล้ายกันแล้วก็เป็นดาวเคราะห์ในรูปแบบอื่นที่มนุษย์อาจจะเคยมองข้ามไปแล้วก่อนหน้านี้

ดังนั้นยานจูซลำนี้จะใช้อุปกรณ์สำหรับการวัดหรือว่าในช่วงแสงที่ตาสามารถมองเห็นได้ประกอบกับรังสีอินฟราเรดเพื่อจะใช้ในการศึกษาองค์ประกอบอย่างละเอียดของพื้นผิวดวงจันทร์น้ำแข้งโดยเฉพาะในหลากหลายแง่มุมโดยเฉพาะการตรวจหาและจัดทำแผนที่แร่ธาตุบนพื้นผิวดวงจันทร์แกนีมิต

การตรวจหาโมเลกุลของสารอินทรีย์ที่อยู่บนพื้นผิวดาวจันทร์แต่ละดวงซึ่งแน่นอนว่าตรงนี้การศึกษาโมเลกุลของสารอินทรีย์จะใช้เป็นองค์ประกอบพื้นฐาน

สำหรับในการศึกษาสิ่งมีชีวิตที่อาจจะอาศัยอยู่นอกโลกส่วนการสำรวจสภาพใต้พื้นผิวดวงจันทร์ก็จะมีทางด้านองค์การอวกาศอิตาลีกับองค์การนาซาของสหรัฐที่จะช่วยกันคิดค้นและพัฒนาอุปกรณ์ที่เป็นระบบเรดาร์ติดตั้งเอาไว้กับยาน

 

สนับสนุนโดย.    gclub เว็บตรง

เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าทำไมอวกาศมันถึงได้มืด

อวกาศมันถึงได้มืด ซึ่งเราก็ต้องขอบคุณกล้องโทรทรรศน์ของเราที่ทำให้ได้รู้ว่าแสงมันจะต้องใช้เวลาหลายพันล้านปีในการเดินทางมาหาเราจากดาวที่ห่างไกลที่สุดนั่นก็หมายความว่าเมื่อเราได้มองขึ้นไปยังบนท้องฟ้าเรามองไปยังอดีตที่ห่างไกล

โดยกล้องโทรทรรศน์ในสมัยใหม่มันสามารถแสดงให้เห็นว่าแสงเริ่มเดินทางมายังโลกของเราเมื่อประมาณหนึ่งหมื่นล้านปีก่อนยิ่งกล้องโทรทรรศน์ทรงพลังมากแค่ไหนเราก็จะยิ่งมองอดีตได้ไกลมากขึ้นเท่านั้นสักวันเราอาจจะสามารถมองเห็นบางอย่างที่คงอยู่ก่อนที่ดาวฤกษ์นั้นจะเกิดขึ้นอาจจะโดยการศึกษาช่องว่างของความมืดระหว่างพวกมันก็เป็นได้

นอกจากนี้ดาวฤกษ์ไม่ได้ทำให้ค่ำคืนสว่างเท่าไรนักเพราะพวกมันเก่าแก่มากและแม้ว่าเราจะมองเห็นพวกมันก็อยู่ห่างไกลออกไปอย่างไม่น่าเชื่อและถ้ามันเป็นแบบนี้ทำไมดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ถึงไม่ส่องสว่างเท่าดวงอาทิตย์?

เนื่องจากนี้มันก็ได้มีดาวฤกษ์มากกว่าหนึ่งพันดวงที่อยู่ใกล้กว่าดาวฤกษ์อื่นๆที่อยู่รอบนอกจักรวารใช่มีอยู่มากมายเลยเรามาลองดูดาวฤกษ์เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เรามากทีสุดอย่าง พร็อกซิมา เซนทอรี่ เป็นตัวอย่างกันมันเหมือนกับเราอยู่ที่สนามหลังบ้านเพราะมันได้ห่างจากเราประมาณ4ล้านปีแสง

เพราะฉะนั้นเรายัสามารถมองเห็นด้วยกล้องโทรทรรศน์แต่ประเด็ดมันอยู่ที่ว่ามันเล็กไปกว่าดวงอาทิตย์ถึง7เท่าและได้ให้แสงสว่างเพียง1%ของความสว่างจากดวงอาทิตย์และที่บอกว่าใกล้ที่สุดแค่4ล้านปีแสงเทียบเท่ากับ4ล้านล้านกิโลเมตรมันก็ยังไกลมากอยู่ดี

ส่วนดวงอาทิตย์ที่มีความสว่างที่ได้อยู่ไกลจากโลกของเราเพียง149ล้านกิโลเมตรฉะนั้นมันจึงใกล้และมีขนาดที่ใหญ่กว่าส่วนดาวฤกษ์อื่นๆมันอาจจะมีขนาดใหญ่ไปกว่าดาวอาทิตย์แต่พวกมันก็ได้อยู่ไกลเช่นกันแต่อย่างน้อยดาวฤกษ์ที่อยู่ห่างไกลมันก็ต้องส่องแสงให้โลกของเราได้เห็นบ้างไม่ใช่หรอ?

ซึ่งเราจะอธิบายให้ทุกคนฟังกันแบบนี้มันก็เหมือนกับการเปิดหลอดไฟหลายๆดวงพวกมันไม่ได้สว่างเหมือนกับหลอดไฟLEDดวงใหญ่แต่มันก็มีแสงสว่างออกมาเหมือนกันพวกมันส่องแสงมาแต่มันก็น้อยจนเราไม่รู้เลยจำได้หรือไม่ว่าอวกาศมันอาจจะดูว่างเปล่าเมื่อเทียบกับชั้นบรรยากาศของโลกแต่มันก็ยังได้มีก๊าสมากมายอยู่ข้างนอกนั้น

นอกจากนี้พวกมันก็ยังเคลื่อนที่ไปมารวมกันเป้นกลุ่มเมฆและทำหน้าที่คล้ายๆม่านบางแสงส่วนมากในทางช้างเผือกและนั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงมองไม่เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในแกแล็คซี่ของเราและต้องการอุปกรณ์พิเศษเพื่อต้องการเห็นมัน

 

สนับสนุนโดย.    gclub เว็บตรง