การระเบิดของภูเขาไฟยักษ์

 

อย่างที่เรานั้นรู้ๆ กันดีว่าดาวอาทิตย์ที่คอยปล่อยแสงสว่างมา  ให้ยังโลกของเรานั้น มันเป็นดาวฤกษ์  และดาวฤกษ์ที่ว่านี้มีอยู่มากมายหลายดวงในจักรวารของเรา  ที่เราพูดถึงดาวฤกษ์เพราะมันเป็นดาวที่มีอายุขัย ใช่แล้วละ

มันมีอายุเหมือนกับมนุษย์อย่างเราๆ เมื่อถึงวันที่มันหมดอายุมันก็จะทำการระเบิดตัวเองเรียกว่าซูปเปอร์โนวา ซึ่งแน่นอนว่าดวงอาทิตย์ของเรามันก็จะต้องเกิดเหตุการณ์แบบนั้นในวันหนึ่ง และหลายๆ สงสัยว่าแล้วโลกของเราละมีวันที่จะสิ้นันก็จะมีเหตุการณ์ที่จะทำให้สิ้นสุดอายุขัยเหมือนกับ         ดาวฤกษ์หรือไม่ คำตอบก็คือไม่มี แต่ว่ามนุษย์อย่างเราสูญพันธ์ได้เช่นกัน 

Campi Flegrei ภูเขาไฟยักษ์ หรือก็คือ Supervolcano ที่ตั้งอยู่ในอ่าว Naples ซึ่งภูเขาไฟดักล่าวนี้     มันประกอบไปด้วยโครงสร้างใต้ดินอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยแมกมา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันจะอยู่ใต้ทะเลโดยภูเขาไฟCampi Flegrei ลูกนี้ มันไม่ได้ปะทุมานานแล้วกว่า 500 ปีได้

  และก็ดูเหมือนกับว่าสิ่งนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ในไม่ช้า โดยที่ในเดือน ธันวาคม ปี 2016  นักภูเขาไฟวิทยาได้มีการออกมาเตือนว่าภูเขาไฟ Campi Flegrei  มันสามารถเข้าถึงความกดดันที่ลดลงอย่างรุนแรงซึ่งอาจจะนำไปสู่การปะทุได้ในอนาคต เมื่อประ 39,000 ปีก่อน ภูเขาไฟ Campi Flegrei ได้เคยมีการปะทุขึ้นหรือก็คือเกิดการระเบิดขึ้นมา

มันได้ปลดปล่อยปรมาณลาวาออกมา มากกว่า 300 ลูกบากศ์กิโลเมตร ซึ่งได้แผ่ขยายหินหลอมเหลวไปไกลกว่า 70 กิโลเมตร และได้มีการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกขึ้นไปบนอากาศกว่า 450,000 ตัน โดยที่เถ่าภูเขาไฟ ได้ลอยไปไกล  ถึง 2,000 กิโลเมตร

ซึ่งการปะทุในครั้งนั้น  ส่งผลร้ายแรงต่อทวีปยุโยปมาหลายศตวรร ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมา จากการปะทุของภูเขาไฟในฤดูหนาว ได้ปกคลุมดินด้วยความหนา 20 เซนติเมตร และได้ปิดกั้นความร้านจากดวงอาทิตย์ที่ได้ส่องแสงลงมายังโลกของเรา

ถึงแม้ว่า Campi Flegrei อาจจะไม่ได้เป็นSupervolcano เพียงแห่งเดียวที่ยังคงมีอยู่บนโลกของเรา ซึ่งทะเลสาป โตบาร์ ในประเทศอินโดนิเซีย และทะเลสาป Taupo ในนิวซีแลน ก็ล้วนเป็นสถานที่ของภูเขาไฟ ที่มีศักยภาพในการกวดล้างทุกสิ่งอย่างเป็นจำนวนมากในโลกของเรา

และเปลี่ยนที่ดินในบริเวณนั้นให้กลายเป็นทะเลทราบ ซึ่งผู้เชี่ยงชายกำลังทำงานกันอย่างนัก เพื่อให้สามารถคาดการณ์ได้ว่า การปะทุที่รุนแรงแบบนี้จะเกิดขึ้นเมื่อใด โดยนักธรณีวิทยา       ที่ศึกษาภูเขาไฟแบบเดียวกันนี้เชื่อว่ามันจะมีการทื้งช่วงเวลาของการปะทุเฉลี่ย 740,000 ปี

ในระหว่างการปะทุของแต่ละรอบ  นั้นก็หมายความว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกในปัจจุบันจะยังคงปลอดภัย อย่างน้อยๆ ก็ 100,000 ปี และเราก็หวังว่าทฤษฏีทั้งหมดจะเชื่อถือได้

 

สนับสนุนโดย  ufabet

VX Sagittarii

คุณว่าชีวิตของคนเรานั้นมีความซับซ้อนมากมายแค่ไหน  แน่นอนว่าคุณอาจจะคิว่าชีวิตของคนเราทั่วไปนี้มันชั่งซับซ้อนเหลือเกิด ซับซ้อนจนบางทีเราเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองว่าชีวิตนี้ต้องการบางทีคิดว่าอะไรกันแน่ หรือเกิดมาต้องการเพียงแค่เงินทองเท่านั้น

ชีวิตต้องการแค่นี้เท่านั้นหรือ  แต่ว่าบางคนกลับคิดว่าชีวิตนี้ที่เกิดมาเงินก็จำเป็น แต่มันไม่ได้เป็นทุกอย่างของชีวิตเราหรอก  ความสุขต่างหากเกิดมาหนึ่งชีวิตของใช้ชีวิตให้คุ้มมีความสุขกับการใช้ชีวิต เรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องคิดมากก็ได้ คุณว่าชีวิตของคนเรานั้น       มีความซับซ้อนแลเว แต่ยังมมีอีกหลายสิ่งที่ซับซ้อนกว่านี้อีก

อย่างที่เราได้กล่าวไปว่ามีสิ่งที่ซับซ้อนการมนุษย์นั้น  หลายๆ คนอยากจะรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรแน่นอนว่าเรามีคำตอบให้ สิ่งที่ซับซ้อนกว่ามนุษย์นั้นก็คือ จักรวารที่แสนจะกว้างใหญ่ที่รวมเอาดวงดาว และกาแล็กซี่ต่างๆเอาไว้มากมาย

สิ่งนี้ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ใครหลายๆ คนไม่ค่อยได้ให้ความสนใจเท่าไหร่นัก ในส่วนของวันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับดาวดวงหนึ่งที่มีชื่อว่า  VX Sagittarii ดาวดวงนี้นั้นเป็น       ดาวฤกษ์อีกดวงหนึ่งที่จัดอยู่ในประเภทของ  Sed Supergtant และ Hypergiant สำหรับดาวฤกษ์ดวงนี้นั้นตั้งอยู่ในกลุ่มของดาวคนยิงธนู

มันอยู่ห่างจากโลกและดวงอาทิตย์ของเราถึงประมาณ 5,000 ปีแสง และ    ดาวฤกษ์  ดวงนี้มันยังมีความไม่ธรรมดาซ้อนอยู่เพราะแสงสว่างที่มันปล่อยออกมันนั้นมันมีความสว่าง        ที่มากกว่า    ดวงอาทิตย์ของมากถึง 110,000-19,000 เท่ากันเลยทีเดียว

เนื่องจากว่าดาวที่อยู่ในกลุ่มคนยิงธนู  มีรูปร่างที่ไม่แน่นอนจึงไม่สามารถวัดขนาดที่ชัดเจนได้ ขนาดของมันมีรัศมีที่ใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเรามากถึง 1,350-1.940 เท่า ซึ่งถือได้ว่ามันเป็นดาวฤกษ์อีกดวงหนึ่งที่มีขนาดที่ใหญ่เอามากๆ ดวงหนึ่งในจักรวารแห่งนี้เลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ตามในส่นของดาวฤฏษ์ที่มีขนากที่ใหญ่ๆ นั้น  ยังมีอยู่อีกมากมายในจักรวารแห่งนี้ ดาวฤกษ์นั้นดาวที่มีอายุขัยเช่นเดียวกับมนุษย์อย่างเรา เพราะเมื่อถือเวลาหรือสิ้นสุดอายุขัยของมันแล้วนั้น  มันก็จะทำการระเบิดตัวของมันเอง 

ซึ่งถือว่าในการระเบิดของดาวฤกษ์แต่ละครั้งนั้นถือว่าการระเบิด    ที่ยิ่งใหญ่เอามากๆ ในจักรวาร แต่อายุขัยของดาวฤกษ์แต่ละดวงนั้นก็จะมีความแตกต่างกันไป แต่อายุขัยของมันไม่ได้มีเทากับสิ่งมีชีวตอย่างเราๆ หรอกนะ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นดวงอาทิตย์ของก็คงจะระเบิดไป       นานแล้ว และโลกของเราแห่งนี้  ก็คงจะไม่มีอยู่อีกแล้วตลอดการ มันคงจะเหลือเพียงแค่ชื่อเท่านั้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ufabet

ออกซิเจนเกิดมาจากไหน

การที่เรามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ส่วนหนึ่งมาจากออกซิเจน ถ้าไม่มีออกซิเจนมนุษย์เราและสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ก็คงจะไม่สามารถอยู่อาศัยได้อย่างแน่นอน

ซึ่งทางวิทยาศาสตร์ได้ออกมาบอกว่า เดิมที่โลกของเรานั้นไม่มีออกซิเจนเลย มีแต่ก๊าซที่เป็นพิษอย่าง คาร์บอนไดออกไซด์ หลายๆคนจึงตั้งคำถามขึ้นมาแล้วออกซิเจนเกิดขึ้นมาได้อย่างไร หรือมาจากไหนกันแน่ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นส่วนของเรื่องราวในทางวิทยาศาสตร์ แต่ในทางวิทยาศาสตร์เองก็ยังไม่สามารถสืบหาคำตอบได้ว่า ออกซิเจนนั้นมีต้นกำเนิด หรือเกิดขึ้นมาจากอะไร

ทุกวันนี้ที่เราใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์มาเป็นข้อมูลการเกิดออกซิเจน ก็เป็นแค่เพียงทฤษฎีเท่านั้น เพราะเรื่องการเกิดออกซิเจนบนโลกยังถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นปริศนาในวงการวิทยาศาสตร์เองก็ด้วยเช่นกัน ได้มีนักวิจัยค้นหาและทำการศึกษาว่าสิ่งที่ทำให้โลกมีออกซิเจนก็คือ ไซยาโนแบคทีเรีย ที่มีความเชื่อว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตแรกบนโลกที่เกิดขึ้นมาก่อนไดโนเสาร์ที่ยังไม่สูญพันธุ์ ในปัจจุบันเองมันก็ยังคงมีชีวิตอาศัยอยู่รอบตัว

มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็ก และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในสร้างชั้นบรรยากาศมูลฐานของโลก ซึ่งพวกมันจะทำการปลดปล่อยออกซิเจนออกมาในรูปแบบของเสีย ทำให้ท้องฟ้านั้นเต็มไปด้วยออกซิเจนตั้งแต่ 2,400 ล้านปีก่อน ในเวลาต่อมานักวิทยาศาสตร์ได้ยกหลักของวิทยาศาสตร์มากล่าวถึง ทำให้เกิดการขัดแย้งเรื่องการเกิดออกซิเจนบนโลกคือ จากการตรวจสอบฟอสซิลของหินบนโลก พบว่ามีระดับของออกซิเจนบนโลกพุ่งสูงขึ้น

และลดลงมาโดยตลอดเวลา และได้เกิดขึ้นมาก่อนแล้วมากกว่า 3,000 พันล้านปี ก่อนที่มาคงที่เมื่อยุคสมัยของแคมเบรียน หรืออีกแนวความคิดที่บอกว่าแพลงตอนพืชในมหาสมุทรเป็นผู้ผลิตออกซิเจน ที่เกิดขึ้นมาจากการสังเคราะห์ด้วยแสง ซึ่งออกซิเจนที่ได้จะถูกนำไปใช้ในการหายใจและการย่อยสลาย สารอินทรีย์ที่มีออกซิเจนเป็นส่วนประกอบอาจจะถูกทับถมด้วยดินตะกอนจะกลายเป็นหินในเวลาต่อมา

ออกซิเจนรูปแบบนี้จึงทำการกลับสู่บรรยากาศเมื่อเกิดการผุร่อยของหิน ที่อาจจะอยู่ในรูปแบบทั้งคาร์บอนไดออกไซด์ หรือออกซิเจนก็ได้ เรื่องราวของการกำเนิดออกซิเจนนั้นถือได้ว่าเป็นเรื่องปริศนาเรื่องหนึ่ง ที่วิทยาศาสตร์เองก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้อย่างแน่ชัด และแน่นอนว่ายังมีอีกหลายๆเรื่องเลยที่วิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถหาข้อพิสูจน์ได้

ซึ่งในปัจจุบันนี้สิ่งที่มีก็เป็นเพียงทฤษฎี ข้อสันนิฐาน การตั้งสมมุติฐาน ถึงแม้ว่าจะทำการตรวจสอบ แต่ก็เป็นเรื่องไม่สามารถหาจุดกำเนิดที่แท้จริงของมันได้เลย อย่างไรนั้นก็หวังว่าวิทยาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคต จะสามารถช่วยหาให้คำตอบของปริศนาเหล่านี้ไม่ช้าก็เร็ว

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ufabet