คำแนะนำและแนวทางแก้ไข

คุณว่าสิ่งที่โลกของเรานั้นกำลังเจออยู่ในตอนนี้เป็นอย่างไร คำแนะนำและแนวทางแก้ไข แน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่โหดร้ายพอสมควร เพราะเจ้าไวรัสร้ายที่ว่านี้กลังแพร่กระจายไปทั่วโลกของเราทุกคนต่างก็วิตกกังวลเป็นอย่างมาก ซึ่งโรคที่ว่านี้มันเป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรงพอสมควร

แต่เรื่องที่เรากำลังจะพูดต่อไปนี้มันก็เกี่ยวกับโรคเช่นเดียวกัน แต่ไม่ใช้โรคติดต่อแต่อย่างใด แต่ทว่ามันเป็นโรคที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในยุคปัจจุบันนี้ ซึ่งไม่แน่ว่าคุณก็อาจจะอยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็เป็นไปได้ เพราะโรคที่ว่านี้ก็สามารถเป็นได้ง่ายเช่นเดียวกัน

คุณคิดว่าโลกของเรานั้นเปลี่ยนไปมากหรือว่า

สังคมที่เราอาศัยอยู่ดีกับเราหรือไม่ เกมคือสิ่งที่ต้องบอกได้เลยว่าเป็นโลกส่วนตัวอย่างหนึ่งสำหรับคนในยุคนี้เพราะไม่ว่าจะวัยไหนเกมคือสิ่งที่เราจะได้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุดก็ว่าได้ สำหรับเกมแล้วเราก็มองว่ามันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่แย่อะไร

เพราะถ้าหากว่าเรารู้จักเล่นเกม ไม่ใช้ให้เกมเล่นเรานั้นถือได้ว่าเป็นการเล่นเกมที่ถูกต้อง แต่ถ้าหากเมื่อไหร่ที่เราปล่อยให้เกมเล่นเราเมื่อนั้นความหายนะกำลังจะมาเยือน ซึ่งสิ่งที่เราจะพูดต่อไปนี้มีชื่อว่าคำแนะนำและแนวทางแก้ไข

สำหรับโรคติดเกมนั้นสามารถที่จะเกิดขึ้นได้รับเด็กและผู้ใหญ่

ในกรณีที่เป็นเด็กพ่อแม่หรือว่าผู้ปกครองนั้นจะมีบทบาทสำคัญที่สุด เราอย่างมองเกมที่เด็กเล่นว่าเป็นพิษเป็นภัยเหมือนเป็นของเล่นชนิดหนึ่งควรที่จะตระหนักว่าเด็ดนั้นมีโอกาสที่จะติดเกมได้เหมือนกับที่ติดสิ่งเสพติด ก่อนที่เรานั้นจะมีการอนุญาตให้ลูก

หรือว่าหลานของคุณนั้นเล่นเกมควรที่จะมีการทำข้อตกลงกันก่อนว่าจะต้องทำการบ้านอ่านหนังสือ หรือว่าอาบน้ำกินข้าวก่อนจึงจะสามารถเล่นเกมได้ จำกัดเวลาเล่นเกมเช่นเล่นได้ไม่เกินวันละกี่ชั่วโมง เลือกประเภทของเกมให้เด็กเล่นให้รางวัลเมื่อเขาทำตามที่ตกตงกันไว้ได้ เก็บทุกอย่างที่เกี่ยวกับเกมให้ห่างไกลจากเขา

พยายามที่จะหาสิ่งที่ดึงดุดเขาออกมาจากเกมที่อยู่ตรงหน้าให้หันมาทำสิ่งอื่น โดยอย่างยิ่งกิจกรรมที่สามารถทำกับพ่อแม่ได้ แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้ครอบครัว หรือว่าคนใกล้ตัวของเด็กควรที่จะสังเกตพฤติกรรมความผิดปกติต่างๆ

และควรที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่ลูกหรือว่าหลานของคุณเป็นให้ได้ เพราะจะได้หาทางแก้ไขให้ทันก่อนที่มันจะสายเกินแก้ ไม่ใช้ว่าเมื่อเป็นโรคติดกเมแล้วจะแก้ได้ แต่มันก้ต้องใช้เวลาในการรักษากว่าที่เขาจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

 

สนับสนุนโดย.   Ufabet เข้าสู่ระบบ

Airbus Flying Car

Airbus Flying Car อย่างที่เราก็รู้กันดีว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้ได้รับการพัฒนาการเด็กไหลออกมาจากเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์และเทคโนโลยีในด้านวิทยาศาสตร์ดาราศาสตร์แล้วเทคโนโลยีเกี่ยวกับยานยนต์จะได้รับการพัฒนาไปเช่นเดียวกัน

หรือไม่ว่าในปัจจุบันนี้ได้มีการวางแผนเกี่ยวกับการสร้างรถยนต์สุดล้ำแห่งอนาคตขึ้นมามากมายแต่ทว่านี่มันก็ยังเป็นเพียงแค่แนวคิดเท่านั้นแต่มันก็ไม่แน่ว่าเนี่ยคิดเหล่านี้ในอนาคตมันอาจจะเกิดขึ้นจริงๆก็เป็นได้เพราะถ้าหากมันได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและก็ต้องได้เห็นรถยนต์หน้าตาแปลกประหลาดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าแน่

 

สิ่งใดก็ตามเทคโนโลยีสุดล้ำนั้นกว่าที่มันจะสามารถนำมาใช้ได้

มันก็ต้องใช้เวลาในการทดสอบคิดค้นเพื่อให้สิ่งต่างๆออกมาดีที่สุดและเพื่อให้มั่นใจว่าถ้าเรานำรถยนต์คันนั้นมาขับขี่บนท้องถนนมันจะไม่เป็นอันตรายต่อผู้ขับคนอื่นๆที่สัญจรบนท้องถนนแน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นแนวคิดที่คิดมาเพื่ออนาคตอย่างแท้จริง

และในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับแนวคิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Airbus Flying Car ที่เห็นอาจจะทำให้นึกถึงรถและรูปแบบที่โดยสารได้แต่ที่จริงแล้วแต่รถโดยสารแบบทูอินวันที่สามารถบินได้และขับเคลื่อนได้เหมือนกับรถยนต์นี้มาจากบริษัทแอร์บัสได้พัฒนาร่วมกับทีมงาน Intel ในการออกแบบภาชนะแบบครบครัน

Airbus Flying Car ซึ่งกรอบด้านนอกของพาหนะโดยสารแบบแคปซูลมีขนาด 2.6 เมตรคันนี้ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์แบบโมโนค็อกซึ่งมีความแข็งแรงสูงกว่าคาร์บอนไฟเบอร์ทั่วไปมีการใช้งานง่ายและสะดวกสบายด้วย application บนมือถือเหมือนกับการเรียกแท็กซี่ออนไลน์โดยรถแอร์บัสวิ่งได้

แค่นี้ก็ตอบสนองต่อความต้องการของผู้โดยสารแต่ละรายด้วยการค้นหาเส้นทางที่เหมาะสม  นอกจากนี้ยังสามารถตอบสนองต่อผู้ใช้งานระหว่างการเดินทางได้อย่างสมบูรณ์ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและแน่นอนว่าถ้าหากเจ้าสิ่งนี้ใช้งานได้จริงเมื่อไหร่คุณก็คงจะรู้ว่าอาชีพอะไรที่จะต้องตกงาน

 แน่นอนว่าเมื่อมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเข้ามาในประเทศเอามากินขึ้น 

บริษัทต่างๆก็จะหันมาใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นมากกว่าใช้บุคลากรมนุษย์ในการทำงานเนื่องจากว่ามันทั้งสะดวกสบายและไม่ต้องใช้จ่ายอะไรมากมายเพียงแค่คุณลงทุนครั้งเดียวมันก็คุ้มค่าเกินพอแถมต้องใช้

แต่สิ่งนี้เราจะไม่ต้องจ่ายเงินล่วงเวลาให้กับลูกจ้างอีกดูไว้แต่มันก็มีผลกระทบเช่นเดียวกันเพราะว่าคนส่วนใหญ่ก็จะตกงานไม่มีงานทำ สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามถ้าหากว่าเจ้าสิ่งนี้ใช้งานได้จริงเมื่อไหร่เราก็แค่เตรียมตัวหางานใหม่ให้กับตัวเองยังไงล่ะไม่น่าเชื่อว่าเราจะมาถึงยุคที่เทคโนโลยีจะเข้ามาทำงานแทนมนุษย์เสียแล้ว

 

สนับสนุนโดย   Ufabet เข้าสู่ระบบ